- หน้าแรก
- Crazy Detective นักสืบสุดคลั่งกับระบบปาฏิหาริย์
- CD บทที่ 587 ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้
CD บทที่ 587 ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้
CD บทที่ 587 ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้
“อ๊าก!”
“ว้าย!”
จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรงและตะโกน จากนั้น เขาก็ได้ยินผู้หญิงอีกสองสามคนกรีดร้องอยู่รอบ ๆ ตัวเขา
เมื่อจ้าวหยู่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาอยู่บนเปลในรถพยาบาล เสียงกรีดร้องนั้นมาจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพหญิงสองคน พวกเธอตกใจกลัวกับการเคลื่อนไหวกะทันหันของเขา
หวอ หวอ หวอ
บิ๊บ บิ๊บ บิ๊บ
วี้หวอ วี้หวอ วี้หวอ
เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นท่ามกลางเสียงไซเรนของตำรวจที่ดังสนั่น รถพยาบาลบีบแตรอย่างต่อเนื่อง และรถดับเพลิงที่ส่งเสียงเตือนดังตลอดเวลา ผู้คนจำนวนมากพูดคุยกันอย่างวุ่นวาย ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลอย่างแท้จริง
จ้าวหยู่แตะบริเวณท้ายทอยของเขา จากนั้นก็รู้สึกแสบร้อนที่หลัง เขายังรู้สึกเหมือนว่าแขนขาของเขาอ่อนแรง
“หัวหน้าทีม หัวหน้าทีม” เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว หวู่ซิ่วหมินก็วิ่งเข้ามาหา เมื่อเธอเห็นว่าจ้าวหยู่ตื่นแล้ว เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นทันที “ในที่สุด คุณก็ตื่นแล้ว คุณเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากเวียนหัวอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวหยู่ก็จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ รถตู้ขนของระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้น เขาก็ถูกสะเก็ดระเบิดกระแทกใส่จนหมดสติ
“หัวหน้าทีมครับ หัวหน้าทีม” เจิ้งเค่อและหรันเต๋าเพิ่งวิ่งเข้ามาเช่นกัน
จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็นึกขึ้นได้ว่า มันมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับรถตู้ขนของ เนื่องจากเครื่องตรวจจับล่องหนของเขายังคงทำงานอยู่ ถ้ามีระเบิดอยู่ในรถจริง ๆ เขาก็คงสามารถตรวจจับมันได้
‘แล้ว… ทำไมมันถึงระเบิดล่ะ?’
‘เป็นเพราะว่าฉันอุดท่อไอเสียไว้งั้นเหรอ? ไม่หรอก! การอุดท่อไอเสียคงไม่ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นหรอก!’
‘ยิ่งกว่านั้น การระเบิดที่รุนแรงอย่างนี้ มันต้องเกิดจากไดนาไมต์อีกด้วย…’
‘เอ๊ะ!?’ จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็ตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ‘ถ้ามันเป็นไดนาไมต์จริง มันก็ต้องมาจากชายในเสื้อแจ็คเก็ต’
‘ใช่แล้ว!’
‘ความเป็นไปได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!’
เขาแน่ใจอย่างยิ่ง เพราะเมื่อชายในเสื้อแจ็คเก็ตปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา มันเป็นเวลาที่เครื่องตรวจจับล่องหนหยุดทำงานพอดี
“หัวหน้าทีม คุณช่วยบอกเราได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น!?” หรันเต๋าถามอย่างรีบร้อน “ทำไมถึงมีระเบิด และมีคนตายรึเปล่า!?”
“ใช่แล้ว ก่อนห้านี้ หัวหน้าทีมถามผมเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด ดังนั้นผมจึงมาที่นี่ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” เจิ้งเค่อก็สับสนเช่นกัน
“เฮ้ พวกนายจะรีบไปตายกันหรือไง?” หวู่ซิ่วหมินพูดอย่างหัวเสีย
ขณะที่เธอเปิดขวดน้ำให้กับจ้าวหยู่ เธอก็เอ็ดเพื่อนร่วมงานว่า
“หัวหน้าทีมเพิ่งได้รับบาดเจ็บ พวกคุณรอให้เขาพักหายก่อนไม่ได้รึไง?”
จากนั้น เธอก็หันกลับมาปลอบใจจ้าวหยู่และพูดว่า
“ฉันตรวจอาการของคุณแล้ว และนอกจากบาดแผลจากมีดที่แขนซ้ายของคุณ ก็ไม่มีบาดแผลอื่นเลย แต่คุณน่าจะมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองเล็กน้อย ฉันคิดว่าคุณควรไปตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากนี้”
จ้าวหยู่เงยหน้าขึ้นเพื่อดื่มน้ำสองสามอึก จากนั้น เขาก็เอาน้ำราดลงบนใบหน้า น้ำเย็นช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น
จากนั้น จ้าวหยู่ก็ดันตัวหวู่ซิ่วหมินออกไปอย่างดื้อรั้น แล้วลุกออกจากรถพยาบาลเพื่อมองออกไปข้างนอก รถพยาบาลจอดอยู่ที่มุมตรอก ดังนั้นเขาจึงมองเห็นซากรถตู้ขนของ ซึ่งมีควันพวยพุ่งออกมา แม้ว่าไฟจะดับไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ยังคงฉีดน้ำใส่รถอยู่
‘ฉากนี้… มันคุ้น ๆ นะ...’
‘ใช่แล้ว! ระเบิด! และมาจากไดนาไมต์อีกแล้ว!’
‘ครั้งแรกที่วิลล่าของหลิวหยู่ จากนั้นก็รถทรัมป์ซี่ที่ริมทะเลสาบ ตอนนี้ก็รถตู้ขนของในตรอก แล้วที่สำคัญ ชายในเสื้อแจ็คเก็ตที่ทำตัวดุร้ายราวกับเป็นฆาตกรมืออาชีพ และยังมีอุปกรณ์ติดตามขั้นสูงอีกด้วย’
‘โอ้พระเจ้า!’
‘ชายในเสื้อแจ็คเก็ตน่าจะอยู่ในแก๊งเดียวกับฆาตกรในคดีฆาตกรรมไล่ล่า แสดงว่าคดีฆาตกรรมไล่ล่าเกี่ยวข้องกับชายในเสื้อแจ็คเก็ตอย่างงั้นเหรอ?’
‘หรือเป็นเพราะชุ่ยหลี่จู เธอขโมยสิ่งของของหลิวหยู่มาหรือเปล่า? พวกเขาจึงมาเฝ้าบ้านของเธอ?’
ขณะที่ความคิดทั้งหมดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขา จ้าวหยู่รีบกดไหล่ของเจิ้งเคอและสั่งเบา ๆ ว่า
“เจิ้งเค่อ รีบไปที่บ้านของชุ่ยหลี่จูกับหรันเต๋าเร็วเข้า แล้วไปหยิบกล้องวงจรปิดที่ฉันบอกคุณไปก่อนหน้านี้มา!”
หลังจากที่จ้าวหยู่บอกตำแหน่งที่แน่นอนให้กับอีกฝ่ายแล้ว เจิ้งเค่อกับหรันเต๋าก็ดำเนินการอย่างรีบร้อน
“หัวหน้าทีมจ้าว คุณรู้สึกตัวแล้วเหรอ?” จู่ ๆ หลี่ลั่วหยุนก็วิ่งเข้ามาจากฝูงชนและถามว่า “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม? นักดับเพลิงบอกว่ามีศพอยู่ในรถ คุณบอกฉันได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“เฮ้! คุณตำรวจ!” ก่อนที่จ้าวหยู่จะตอบ หม่าเหล่าตานก็วิ่งเข้ามาและยกกุญแจมือขึ้นสูง จากนั้นก็ตะโกนใส่จ้าวหยู่ “พี่ชาย รีบอธิบายให้พวกเขาฟังหน่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฉันเลย แล้วทำไมพวกเขาถึงใส่กุญแจมือฉันด้วยล่ะ!?”
จ้าวหยู่นวดต้นคอของเขา และพยักหน้าให้หลี่ลั่วหยุนเพื่อเป็นการยืนยัน
“เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นปล่อยเขาไป”
“เห็นม่ะ ทำไมถึงไม่เชื่อฉัน?” หม่าเหล่าตานกล่าว “ถ้าฉันไม่ตะโกนและทำให้เขาหันหลังกลับ เขาคงบาดเจ็บหนักแน่ พูดอีกอย่างก็คือ ฉันช่วยเขาไว้ ฉันจึงเป็นคนดี…”
หลี่ลั่วหยุนเรียกลูกน้องของเขา และทันใดนั้นก็มีใครบางคนปลดกุญแจมือของหม่าเหล่าตานออกจากมือ จากนั้น จ้าวหยู่ทำท่าชี้ไปทางอื่นใส่หลี่ลั่วหยุน และพวกเขาก็ย้ายไปที่มุมสงบเพื่อให้จ้าวหยู่สามารถอธิบายสถานการณ์ได้
หลี่ลั่วหยุนตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ปฏิกิริยาแรกของเขาเหมือนกับจ้าวหยู่ทุกประการ เขายังคิดว่าชายในเสื้อแจ็คเก็ตน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมไล่ล่า
“ฉันเข้าใจแล้ว!” หลี่ลั่วหยุนมองไปรอบ ๆ แล้วบอกจ้าวหยู่ด้วยเสียงเบาว่า “ผลการสอบสวนทรัมป์ซี่ออกมาแล้ว ช่างเทคนิคของเราพบชิปควบคุมในรถ ดังนั้น เราจึงสงสัยว่าหลิวหยู่และหานเจิ้นไห่ถูกฆ่าตายด้วยระเบิดที่ควบคุมระยะไกล อย่างไรก็ตาม เราไม่พบรีโมตคอนโทรลที่เกิดเหตุ”
“นั่นหมายความว่าหลิวหยู่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตาย…” จ้าวหยู่พยักหน้า
“และตามคำบอกเล่าของผู้เชี่ยวชาญของเรา ชิปควบคุมนั้นควบคุมผ่านระบบบลูทูธ ดังนั้นจึงยากที่จะควบคุมจากระยะไกล ดังนั้น…” หลี่ลั่วหยุนขมวดคิ้ว และลดเสียงลงอีก “ฆาตกรที่ฆ่าหลิวหยู่น่าจะอยู่ใกล้ ๆ แถว ๆ นั้น แต่น่าเสียดายที่เราไม่พบเขา”
“มีสองเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจ” จ้าวหยู่กล่าว “ประการแรก ทำไมฆาตกรจึงใช้ความเคียดแค้นของหลิวหยู่เป็นแรงจูงใจในการฆ่าคนจำนวนมากขนาดนั้น เขาจะได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งเหล่านี้ และประการที่สอง ชุ่ยหลี่จูขโมยอะไรจากหลิวหยู่ไป?”
“ถ้าเราพบชุ่ยหลี่จู เราก็อาจจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ และเราก็อาจจะล่อฆาตกรออกมาได้เช่นกัน” จ้าวหยู่กล่าวเสริม
หลี่ลั่วหยุนแอบดูซากรถตู้ขนของแล้วถอนหายใจ
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณคิดไว้ ฉันเกรงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องมีอิทธิพลมากแน่ ๆ น่าเสียดายที่ผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจปิดคดีฆาตกรรมไล่ล่าเพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงงานยาไปแล้ว…”
“ผู้กองหลี่ คุณมองไม่เห็นเหรอ?” จ้าวหยู่ถาม “ฆาตกรตัวจริงเล็งเป้าไปที่โรงงานยาอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าหลิวหยู่จะเป็นแพะรับบาปไปแล้ว แต่การทำอย่างนี้ มันไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้”
“โอ้? คุณหมายความว่า…” หลี่ลั่วหยุนตกใจ “ฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังคิดจะลงมือต่อไปอีกงั้นเหรอ? คุณกำลังจะบอกว่าคดีฆาตกรรมไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไปใช่มั้ย?”
“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้มีระเบิดไดนาไมต์เกี่ยวข้อง และการสืบสวนก็ยุ่งยากมากขึ้น นอกจากนี้ ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้…” จ้าวหยู่หรี่ตาและพูดว่า “ถ้าเราปล่อยให้ฆาตกรทำตามใจชอบต่อไป ฉันเกรงว่าผลลัพธ์มันอาจเลวร้ายยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมไล่ล่าเสียอีก!”
จู่ ๆ หลี่ลั่วหยุนก็หมดความคิดและถามว่า
“แล้ว… เราจะทำอย่างไรดี เราปล่อยเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้!”
บี๊บ บี๊บ บี๊บ
ขณะที่จ้าวหยู่กำลังจะพูด จู่ ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ส่งเสียงแจ้งเตือน เขาปลดล็อกและพบว่าเป็นข้อความจากเจิ้งเค่อ ซึ่งระบุว่าเขาได้ค้นหาทั่วบ้านแล้ว แต่ไม่พบตุ๊กตาขนนุ่ม อุปกรณ์ติดตาม หรือเครื่องบันทึกภาพใด ๆ เลย
‘เป็นไปยังไง? พวกเขาทำลายหลักฐานอย่างรวดเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?’
‘คนพวกนี้... เป็นใครกันแน่?’
‘แม่งเอ๊ย!’
‘รถตู้ขนของก็ระเบิดไปแล้ว อุปกรณ์ติดตามก็ถูกเอาไปอีก แล้วฉันจะใช้วิธีไหนตามหาพวกมันได้อีก?’
‘เอ๋? เดี๋ยวนะ…’
จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ขณะรื้อค้นบ้านของชุ่ยหลี่จูเมื่อก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าตัวเองมองข้ามเบาะแสสำคัญบางอย่างไป
เมื่อครุ่นคิดต่ออย่างละเอียด เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองลืมสิ่งสำคัญบางอย่างที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้...