เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 561 การสอบปากคำอย่างไม่เป็นทางการ

CD บทที่ 561 การสอบปากคำอย่างไม่เป็นทางการ

CD บทที่ 561 การสอบปากคำอย่างไม่เป็นทางการ


“เดี๋ยวนะ! ตอนแรกมันไม่มีกลิ่นนี้ไม่ใช่เหรอ!?” ผางหยงสูดกลิ่นอากาศอีกครั้งขณะที่เขาเดินไปที่ประตู “ดูเหมือนว่า… มันจะมาจากข้างนอก เหม็นอะไรอย่างนี้!”

เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ประตู จู่ ๆ ชุ่ยหลี่จูที่นอนอยู่บนพื้นก็กระโดดขึ้นจากพื้น พร้อมกับเตะคนร้ายคนหนึ่งก่อนจะพุ่งผ่านกลุ่มคนไป โดยตั้งใจจะหนีออกไปทางหน้าต่างที่อยู่ด้านหลัง

อย่างไรก็ตาม คนร้ายเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี หนึ่งในนั้นเข้ามาขวางทางชุ่ยหลี่จูเอาไว้

“อย่าคิดหนีเลย มาสนุกกับพวกเราดีกว่า!” หนึ่งในลูกน้องยิ้มอย่างร้ายกาจขณะพูดว่า “คุณหนูชุ่ย คุณคือเทพธิดาแห่งความฝันของเรา ร่างกายของคุณช่างเย้ายวนเหลือเกิน…”

จากนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ก็เริ่มล้อมเธอไว้

“อย่าเข้ามาใกล้นะ! ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ!” ชุ่ยหลี่จูคำราม

แต่หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็รู้ตัวว่าเธอเพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จหลังจากอาบน้ำ เธอจึงไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือติดตัวมาด้วย

เมื่อมองดูใบหน้าไร้เดียงสา และหน้าอกใหญ่โตของชุ่ยหลี่จู รวมไปถึงภาพที่เธอสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มน้ำลายไหล พวกเขาไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป

*โครม!*

ในช่วงเวลาสำคัญนั้นเอง จ้าวหยู่ก็บุกเข้ามาจากภายนอก ซึ่งผางหยงที่กำลังตรวจสอบที่มาของกลิ่นเหม็นตรงหน้าประตูอยู่ ถูกประตูผลักไปให้กระเด็นถอยออกไป

“อย่าขยับ! นี่ตำรวจ!” จ้าวหยู่ตะโกนพร้อมทำท่าจับด้ามปืน

“ห๊ะ!?” พวกชายฉกรรจ์นตกใจขณะที่พวกเขามองไปทางจ้าวหยู่

“พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว!” จ้าวหยู่ตะโกน แต่เขายังไม่ได้ดึงปืนออกมา

เหล่าคนร้ายที่อยู่ภายใต้การนำของผางหยงเป็นพวกหัวขโมยที่เก่งในการไขกุญแจ ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างโจรกับอันธพาลก็คือพวกเขากลัวตำรวจมาก เหมือนเวลาหนูเห็นแมว

ทันทีที่พวกเขาได้ยินจ้าวหยู่เรียกตัวเองว่าเป็นตำรวจ พวกเขาก็เริ่มวิ่งหนีทันที ทุกคนต่างกระโจนออกจากหน้าต่างอย่างช่ำชอง แค่เพียงพริบตากลุ่มชายฉกรรจ์ก็หนีออกไปหมดแล้ว

‘แม่งเอ๊ย!’

จ้าวหยู่ยืนอยู่ที่ประตูและตกตะลึง เขาตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะสู้รบกับพวกเขา แต่จู่ ๆ พวกเขาก็หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ทางด้านชุ่ยหลี่จู เธอเห็นจ้าวหยู่ก็รู้สึกกลัวยิ่งกว่าเดิม เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างด้านหลังเช่นกัน

จ้าวหยู่มาที่นี่เพื่อเธอโดยเฉพาะ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้เธอหนีไปได้ เขาจึงรีบหยิบเก้าอี้ขึ้นมาแล้วโยนมันไปขวางหน้าต่าง

ชุ่ยหลี่จูเห็นดังนั้นก็เลิกคิดที่จะหนีไปทางหน้าต่างด้านหลัง เธอหันไปมองที่หน้าต่างบานเล็กในห้องนอน อย่างไรก็ตาม จ้าวหยู่ไปถึงที่นั่นก่อนเธอ และคว้าเสื้อผ้าของเธอไว้

จากนั้นก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้น ชุ่ยหลี่จูสวมชุดนอนหลวม ๆ และจ้าวหยู่คว้ามันอย่างแรงจนทำให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ชุดนอนหลุดลงมาตามร่างกายที่เรียบเนียนของชุ่ยหลี่จู และเมื่อเธอวิ่งไปที่หน้าต่าง เธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเธอกำลังเปลือยกายอยู่

ชุ่ยหลี่จูแทบจะสติแตก เธอรีบคว้าผ้าม่านมาปิดร่างกายของเธอ เธอยังคงตั้งใจที่จะหนีออกไปทางหน้าต่าง แต่จ้าวหยู่กระโจนไปข้างหน้าอีกครั้ง และคว้าข้อเท้าของเธอไว้

“มานี่!” จ้าวหยู่ตะโกนขณะที่เขาดึงชุ่ยหลี่จูออกจากหน้าต่าง

เนื่องจากชุ่ยหลี่จูจับไม่แน่นพอ ผ้าม่านที่คลุมร่างของเธอจึงหลุดออก ขณะนั้น เธอถูกจ้าวหยู่ยกห้อยหัวลง

“ฮึ่ม!” จ้าวหยู่เม้มปาก และพ่นลมหายใจ “ดูสิว่า คราวนี้เธอจะใช้อะไรมาตีเข่าฉันได้อีก!”

สิ่งที่จ้าวหยู่พูดทำให้ชุ่ยหลี่จูนึกถึงการพบกันครั้งก่อนของพวกเขา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเหวี่ยงตัวไปในอากาศอย่างแรง และกอดน่องของจ้าวหยู่ จากนั้นเธอก็อ้าปากและกัดเขา เธอกัดน่องของจ้าวหยู่อย่างแรง และตอนนี้มีเลือดไหลซึมออกมาจากกางเกงของเขา

จ้าวหยู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขารีบโยนชุ่ยหลี่จูลงกับพื้น เขาไม่เคยคาดคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะโจมตีอย่างป่าเถื่อนเช่นนี้

แต่เขาไม่มีเวลาคิดมากนัก เพราะทันทีที่ชุ่ยหลี่จูถูกโยนลงพื้น เธอก็อาเจียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน จ้าวหยู่รีบยกขาข้างหนึ่งของเขาออกไป ก่อนที่เขาจะโดนอาเจียนใส่

‘อี๋! เกือบไปแล้ว!’

จ้าวหยู่เห็นว่าชุ่ยหลี่จูยังคงอาเจียนอยู่บนพื้น เขาจึงตัดสินใจใส่กุญแจมือที่ขาของเธอแทน ซึ่งชุ่ยหลี่จูแทบจะไม่ได้สังเกตเห็น เพราะเธอยังคงอาเจียนอย่างต่อเนื่อง

จ้าวหยู่ครุ่นคิดว่า ‘เป็นไปได้ไหมว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่!?’

จ้าวหยู่ไม่สามารถยืนอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป เขาเดินเข้ามาลูบหลังเธออย่างมีน้ำใจ เธอเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลูบหลังเธอ แต่ในขณะที่เขาลูบหลังเธอ เธอก็กลับมาอาเจียนอีกครั้ง

“พอแล้ว… พอแล้ว…” ชุ่ยหลี่จูดิ้นรน ร่างกายของเธอสั่นเทา “เหม็นเหลือเกิน… มันเหม็นเหลือเกิน…”

‘โอ้…’

จ้าวหยู่ดมเสื้อของเขาแล้วรู้ทันทีว่ามีปัญหาอะไร เธออาเจียนเพราะน้ำหอมที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขา แล้วเธอได้กัดกางเกงของเขาไปก่อนหน้านี้ด้วย

‘มันออกจะน่าอายหน่อย ๆ นะ…’

ทันใดนั้น จ้าวหยู่ก็นึกถึงฉากก่อนหน้านี้

‘เหตุผลที่พวกโจรหนีไปอย่างรวดเร็วเป็น เพราะกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของฉันหรือเปล่านะ?’

‘ไม่มีทาง!’

จ้าวหยู่มองไปรอบ ๆ ขณะที่ชายเหล่านั้นเพิ่งจากไปไม่นานนี้ หากพวกเขารู้ว่าตอนนี้เขาอยู่คนเดียว พวกเขาอาจกลับมาเล่นงานเขา ดังนั้น เขาต้องรีบไปจากที่นี่

จ้าวหยู่จึงเข้ามาช่วยใส่ชุดนอนให้กับชุ่ยหลี่จู จากนั้นก็อุ้มเธอกลับไปที่รถ แน่นอนว่าเมื่อขาของเธอถูกใส่กุญแจมืออยู่ จ้าวหยู่จึงสามารถอุ้มเธอไว้บนไหล่ได้เท่านั้น

จ้าวหยู่คิดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นจึงตัดสินใจไม่พาเธอไปที่สถานีตำรวจ แต่กลับพาเธอกลับไปที่โรงแรมของเขาแทน เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ไม่ใช่ เพราะความต้องการส่วนตัว แต่เป็นเพียงเพราะว่าเขามีกลิ่นตัวแรงเกินกว่าจะไปที่สถานีตำรวจ

อันที่จริง เขาสังเกตเห็นว่าน้ำหอมกลิ่นหมูนั้นดูจะฉุนมากขึ้นไปอีก เขาคิดว่าถ้าไม่กลับไปอาบน้ำให้เร็ว ๆ นี้ เขาอาจจะอาเจียนออกมาด้วย

หลังจากเข้าไปในห้องพักในโรงแรมแล้ว จ้าวหยู่ก็รู้ว่าชุ่ยหลี่จูไม่ใช่โจรธรรมดา แม้ว่าเธอจะถูกใส่กุญแจมือถึงสิบสองคู่ แต่เธอก็สามารถปลดล็อกทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น จ้าวหยู่จึงมัดแขนขาของเธอไว้ข้างหลังอย่างแน่นหนา และคล้องเชือกไว้รอบคอของเธอ เพื่อที่เขาจะอาบน้ำได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องระแวงว่าเธอจะหลบหนี

ในห้องอาบน้ำ จ้าวหยู่เกือบจะใช้แชมพูอาบน้ำจนหมดขวดเพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นหมูถูกชะล้างออกไปหมดแล้ว

เมื่ออาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ จ้าวหยู่ก็ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ เขารู้สึกว่าการพบกับผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนกับเกอเกอทุกประการ แถมเธอบังเอิญมาขโมยยาในโรงพยาบาลจิตเวช ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ช่วยเรื่องความคืบหน้าของคดีมากนัก

เนื่องจากเขาไม่ได้รับเบาะแสใด ๆ เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมไล่ล่า และวันใหม่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ เขาจึงสงสัยว่าฆาตกรจะสังหารเหยื่อรายที่สี่แล้วหรือยัง?

สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ มันจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เขาต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

อย่างไรก็ตาม เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยและคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับโจรสาว เขากำลังครุ่นคิดว่า ฉันควรคว้าโอกาสนี้สอบสวนเธอก่อน แล้วค่อยส่งเธอไปที่สถานีตำรวจในภายหลัง

หลังจากอาบน้ำแล้ว จ้าวหยู่จึงปลดชุ่ยหลี่จูออกจากพันธนาการก่อน จากนั้นจึงนั่งลงบนเตียงในโรงแรมเพื่อเริ่มการสอบสวนอย่างไม่เป็นทางการ…

จบบทที่ CD บทที่ 561 การสอบปากคำอย่างไม่เป็นทางการ

คัดลอกลิงก์แล้ว