เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 534 ล้มเหลวในการยับยั้งชั่งใจ

CD บทที่ 534 ล้มเหลวในการยับยั้งชั่งใจ

CD บทที่ 534 ล้มเหลวในการยับยั้งชั่งใจ


เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ณ ห้องทำงานของผู้การสถานีรุ่ยหยาง

“เจ้าหน้าที่จ้าว รับที่อยู่นี่ไว้สิ” ผู้การเหลียงยื่นมือทั้งสองข้างอย่างสุภาพ พร้อมส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับจ้าวหยู่ และยังบอกเขาอีกว่า “เมื่อเหมี่ยวอิงมารายงานตัวที่สถานีของเราเป็นครั้งแรก เธอได้รับการแนะนำเป็นพิเศษจากผู้บังคับบัญชาที่อาวุโสกว่า ซึ่งเป็นอาจารย์ของฉันเอง นี่คือที่อยู่ของเขา คุณสามารถลองถามเขาได้ทุกเรื่อง ฉันคิดว่าเขาน่าจะรู้บางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของเหมี่ยวอิง”

“ขอบคุณคุณมาก!” จ้าวหยู่เก็บกระดาษโน้ตไว้ และขอบคุณผู้การเหลียงพร้อมกับโค้งคำนับ

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย จริง ๆ แล้ว… ฉันควรเป็นฝ่ายขอบคุณด้วยซ้ำ” ผู้การเหลียงกล่าว “ฉันได้ยินมาจากเสี่ยวจางว่าคดีตกตึกของสองลูกสาวเศรษฐี ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากคุณ เราคงไม่สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้เร็วขนาดนี้แน่นอน!”

ผู้การเหลียงกล่าวต่อ

“และไม่ต้องกังวล ในรายงานสรุปคดี เราจะรายงานตามความเป็นจริง นอกจากนี้ ฉันจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับทางเทศบาลอย่างแน่นอน เพื่อที่คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ!”

“คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย” จ้าวหยู่ตอบ “มันเป็นเรื่องเล็กน้อย สถานีรุ่ยหยางไม่ต่างจากบ้านเกิดของเหมี่ยวอิง ดังนั้น จึงสมเหตุสมผลอย่างยิ่งที่ฉันจะให้ความช่วยเหลือ!”

ทันทีที่เขาพูดถึงเหมี่ยวอิง ผู้การเหลียงก็อดถอนหายใจไม่ได้

“เหมี่ยวอิงเป็นเพื่อนที่ดีมาก เธอซื่อสัตย์และกล้าหาญ รวมถึงมีความรู้ทั้งด้านงานของตำรวจและศิลปะการต่อสู้ เธอทำงานอย่างยอดเยี่ยมในช่วงเวลาที่เธออยู่กับเรา!”

ผู้การเหลียงยังคงเล่าต่อ

“อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนหรือใครสนิทมากนัก บางครั้ง ฉันรู้สึกได้ว่าเด็กคนนั้นกำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากจริง ๆ ฉันจึงหวังว่าคุณจะพบเธอได้เร็ว ๆ นี้ หากคุณต้องการความช่วยเหลือใด ๆ จากเรา ขอให้บอกเราได้เลย!”

“ครับ ขอบคุณมาก!”

จ้าวหยู่โค้งคำนับอีกครั้งเพื่อขอบคุณ จากนั้น เขาก็บอกลาและออกจากห้องทำงาน

ขณะที่ขาหน้าของเขาเพิ่งออกจากประตูไป เมื่อเขาเห็นเสี่ยวจางและซูจินเหม่ย ซึ่งกำลังรอเขาอยู่

“เป็นยังไงบ้าง มีเบาะแสอะไรใหม่ ๆ บ้างไหม?” เสี่ยวจางถามด้วยความกังวล “ผู้การเหลียงน่าจะรู้อะไรบางอย่างใช่ไหม?”

จ้าวหยู่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็อธิบายสถานการณ์ปัจจุบันของทั้งสองคนฟังอีกครั้ง

“อาจารย์คะ” ซูจินเหม่ยวิเคราะห์ “ผู้กองเหมี่ยวอาศัยอยู่ในฉินซานมาตั้งนานหายปีแล้ว เธอจะลบข้อมูลของเธอทั้งหมดไปจริง ๆ มันจะไม่เหลือร่องรอยแม้แต่นิดเดียวงั้นเหรอคะ? ทำไมเราไม่ลองไปตรวจสอบวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อพยายามค้นหาว่าเธอไปอยู่ที่ไหนกันแน่”

“คุณพูดถูก อันที่จิรง ฉันก็คิดเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน!” จ้าวหยู่กล่าว “ด้วยกล้องวงจรปิดตั้งมากมายขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะลบภาพทั้งหมดได้ ใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว มีอะไรที่เหมือนกับจอมอนิเตอร์ในรถของเธอไหม?” เสี่ยวจางถาม “ถ้าเราตรวจสอบสิ่งนั้น อย่างน้อยเราก็สามารถระบุตำแหน่งของเธอในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาได้”

“ฉันลองแล้ว การ์ดหน่วยความจำในจอมอนิเตอร์รถถูกลบไปหมดแล้ว!” จ้าวหยู่ส่ายหัว

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน พวกเขาทั้งสามคนก็มาถึงบันได เมื่อพวกเขาลงมาถึงชั้นสอง พวกเขาก็พบกับฝูงชนมากมายยืนออกันบริเวณนั้น

จ้าวหยู่คุ้นเคยกับสถานีรุ่ยหยางเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงจำได้ทันทีว่าคนส่วนใหญ่ในฝูงชนเป็นนักสืบจากแผนกสืบสวนของสถานีรุ่ยหยาง ในขณะนั้น นักสืบทั้งหมดกำลังล้อมรอบชายคนหนึ่งซึ่งเปลือยท่อนบน บางคนก็ด่าทอเขาวยความไม่พอใจ

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร!?” ชายคนนั้นยกมือที่ถูกใส่กุญแจมือขึ้นในอากาศอย่างก้าวร้าว ขณะที่เขาตะโกนใส่นักสืบด้วยความดูถูก “พวกแกโชคดีแค่ไหนที่ฉันไม่ได้ฟ้องพวกแกข้อหาจับกุมและกล่าวหาอย่างผิด ๆ พวกแกยังจะต้องการอะไรจากฉันอีก รีบ ๆ ปลดกุญแจมือพวกนี้เร็วเข้า!”

เมื่อได้ยินเขาตะโกน จ้าวหยู่ก็เหลือบมองชายคนนั้น เขาเห็นว่าชายคนนั้นมีรอยสักที่หน้าอก รวมทั้งฟันทองสองสามซี่ ขณะที่เขาพูด เขาก็มองด้วยสายตาดุร้ายอย่างรุนแรง

เสี่ยวจางเห็นความสงสัยของจ้าวหยู่ เขาจึงรีบแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับชายคนนั้นให้จ้าวหยู่ทราบอย่างรวดเร็ว

“คน ๆ นี้เป็นลูกชายคนโตของตระกูลฉิวจากต้าตงไห่ เราสงสัยว่าเขาวางยาและข่มขืนเด็กสาวหลายคน หนึ่งในนั้นพยายามฆ่าตัวตายด้วยยาแก้ปวด จนเกือบเสียชีวิต!”

จากนั้น ซูจินเหม่ยก็ให้เพิ่มข้อมูลเพิ่มเติม

“ในตอนแรกมีการนำเรื่องไปดำเนินการสอบสวน และเกือบจะคลี่คลายคดีได้แล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พยานกลับเปลี่ยนคำให้การของพวกเขาอย่างกะทันหัน แม้แต่เด็กผู้หญิงที่พยายามฆ่าตัวตายก็ถอนฟ้องเขาค่ะ!”

“ไม่ต้องบอกก็รู้” เสี่ยวจางถอนหายใจ “พวกเขาถูกติดสินบนหรือถูกข่มขู่!”

“รีบ ๆ หน่อย! ฉันไม่ได้มีเวลาทั้งวันหรอกนะ!” ในระหว่างนั้น พวกเขาได้ยินเสียงของลูกชายคนโตของตระกูลฉิว ซึ่งยังคงตะโกนโวยวายด้วยความเย่อหยิ่ง “อะไรนะ? พวกแกต้องการรอทนายความของฉันงั้นเหรอ? เขามีว่าชื่อเฟิงเชาหยาง และถ้าเขามาล่ะก็ พวกแกทุกคนต้องนั่งที่นั่งลำบากแน่!”

‘เฟิงเชาหยาง!?’

จ้าวหยู่เหยียดริมฝีปากอย่างเย้ยหยันเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขาจำได้ในทันทีว่าเฟิงเชาหยางคือทนายความผู้เก่งกาจ เขาคือคนที่ออกมาพูดแก้ต่างให้กับฮ่าวเกิงในคดีลักพาตัวเมียนหลิง ผู้ชายคนนี้ทั้งหยิ่งยโสและเย่อหยิ่งอย่างถึงขีดสุด

หลังจากที่ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวหยุดตะโกน เสี่ยวจางก็พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ให้กับนักสืบคนหนึ่ง ซึ่งให้เขาไปปลดกุญแจมือของเขา

“อย่างนั้นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า!” ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวถูข้อมือที่ตอนนี้เป็นอิสระแล้ว จากนั้นก็ถ่มน้ำลายด้วยความโกรธ “ไอ้พวกตำรวจสารเลว ความอวดดีของพวกแกหายไปไหนแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!”

จ้าวหยู่และอีกสองคนเดินต่อไป ทันทีที่พวกเขาเดินผ่านลูกชายคนโตของตระกูลฉิว เขามองไปที่ซูจินเหม่ย และยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วพูดขึ้นว่า

“เฮ้! สาวน้อยคนนี้หน้าตาไม่เลวทีเดียว เธอสนใจมากับฉันไหม? ฉันมีเงินตั้งมากมายเลยนะ”

“อึ๋ย…” เนื่องจากซูจินเหม่ยเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ฝึกหัด เนื่องเธอไม่ได้ออกภาคสนามบ่อย ๆ เธอจึงไม่เคยพบเจอคนน่ารังเกียจเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น เธอจึงรีบถอยห่าง และตัวสั่นด้วยความกลัวทันที

“เฮ้! พอได้แล้ว!” เสี่ยวจางดุ “รีบไปได้แล้ว เราได้ปลดล็อกกุญแจมือให้คุณแล้ว คุณยังจะต้องการอะไรอีก!? อย่าคิดว่าเราไม่รู้ว่าคุณหนีโทษทางกฎหมายได้อย่างไร!? ฉันบอกคุณแล้วไงว่ามันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่คุณจะอยู่ในมือของเราอีกครั้ง!”

“ฮึ่ม! คิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ!?” ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวกัดฟันทองของเขา “แกมีหลักฐานอะไรไหม!? ถ้ามีล่ะก็ แล้วทำไมแกถึงปล่อยตัวฉันไปล่ะ!?”

เขาจ้องซู่จินเหมยอีกครั้ง จากนั้นก็เยาะเย้ย

“สาวน้อย อย่าคิดว่าตัวเองจะเจ๋งแค่เพราะคุณใส่เครื่องแบบอยู่ล่ะ ฉันเคยหลับนอนกับตำรวจหญิงมาเป็นสิบคนแล้ว ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าฉันมีเงินเท่าไหร่ พวกเธอก็อดใจรอที่จะเอาตัวมาซุกอยู่ใต้หว่างขาฉันไม่…”

ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวยังพูดไม่จบประโยค ก็มีฝ่ามือหนึ่งตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างเต็มแรง

*เพี๊ยะ!*

ส่งผลให้ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวหมุนตัวแล้วกระแทกเข้ากับกำแพงเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย!!!”

ลูกชายคนโตของตระกูลฉิวตกตะลึง เขาพยุงตัวเองโดยเกาะกำแพงไว้ก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืนตรงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะยืนได้ มีมือที่เหมือนกรงเล็บอินทรีจับผมของเขาอย่างรุนแรงแล้วลากเขาลงไปตามพื้น

“ใคร!? ใครมันกล้าทุบตีฉัน!? โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ!”

ใบหน้าของลูกชายคนโตของตระกูลฉิวบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่เขาไม่มีแรงที่จะโต้กลับ

บุคคลที่อัดลูกชายคนโตของตระกูลฉิวก็คือจ้าวหยู่ผู้ไม่หวั่นเกรงผู้ใด

จ้าวหยู่ไม่ชอบลูกชายคนโตของตระกูลฉิวที่หยิ่งยโสและโอหังอยู่แล้ว แล้วอีกฝ่ายเพิ่งทำให้ลูกศิษย์ของเขาอับอายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัด

จ้าวหยู่ดึงเส้นผมของลูกชายคนโตของตระกูลฉิว และลากอีกฝ่ายไปที่ห้องน้ำชายใกล้บันได

“ผู้กองจาง! เราควรทำอย่างไรดีครับ!?” นักสืบเห็นสิ่งนี้และหวาดกลัว “สิ่งที่เขาทำมันผิดกฎหมายแน่นอน! เราควรหยุดเขาดีไหมครับ!?”

“ไม่ต้อง! ปล่อยเขาไป!” เสี่ยวจางสั่งการ “แล้วก็รีบไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย และลบภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ซะ หากมีใครมาตามถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็บอกพวกเขาไปว่าอุปกรณ์ทั้งหมดขัดข้อง เข้าใจมั้ย!?”

ขณะที่เสี่ยวจางเพิ่งจะสั่งการเสร็จ พวกเขาก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญอันน่าสงสารของลูกชายคนโตของตระกูลฉิวมาจากทางห้องน้ำ…

จบบทที่ CD บทที่ 534 ล้มเหลวในการยับยั้งชั่งใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว