เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 496 คุณคิดอย่างไร?

CD บทที่ 496 คุณคิดอย่างไร?

CD บทที่ 496 คุณคิดอย่างไร?


จ้าวหยู่ไม่คาดคิดว่าชายวัยกลางคนจะไม่ลังเลที่จะกระโดดข้ามหลังคาไปยังอีกฝั่งที่แสนจะอันตรายเช่นนี้!

ตรงหลังคาที่พวกเขายืนอยู่ มันอยู่ห่างจากหลังคาของโรงงานปูนซีเมนต์ร้างไม่ไกลมากเท่านั้น มันมีความสูงต่างอย่างน้อยสามถึงสี่เมตร แค่มองก็ทำให้แข้งขาอ่อนแรงแล้ว แต่ชายคนนั้นก็กระโดดข้ามมันไปโดยไม่ลังเล มันน่าเหลือเชื่อมาก!

จ้าวหยู่รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อดูอย่างใกล้ชิด เขาเห็นชายคนนั้นกระโดดข้ามท้องฟ้าแล้วร่อนลงบนหลังคาอาคารฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ ผู้ชายคนนี้เป็นมืออาชีพจริง ๆ

หลังจากที่เท้าของเขาแตะพื้นหลังคา เขาก็รู้ว่าจะต้องกลิ้งไปข้างหน้าเพื่อลดแรงกระแทก อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นการกระโดดระยะไกล ทำให้ขาขวาของเขากระแทกอย่างแรง

“อ๊าก!”

ชายวัยกลางคนล้มลงทันที รูปร่างน่องขวาของเขาผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด ดูจากสภาพแล้วมันอาจจะแตกหักก็ได้

จ้าวหยู่มองไปที่ชายบนหลังคาตรงข้าม จากนั้น มองลงไปที่เบื้องล่าง เขาไม่เข้าใจว่าชายคนนั้นกระโดดข้ามผ่านมันไปได้อย่างไร

แม้ว่าชายคนนั้นจะเจ็บปวด แต่เขาหันกลับไปจ้องมองที่จ้าวหยู่ ราวกับว่าเขากำลังพูดว่า

‘ถ้าแกแน่จริง! ทำไมไม่กระโดดข้ามมาล่ะ!?’

จ้าวหยู่รู้สึกหงุดหงิดและฉุนเฉียว เขาพับแขนเสื้อขึ้น ก้าวถอยหลังสองสามก้าว และเตรียมพร้อมที่จะกระโดดข้ามท้องฟ้า!

‘เขาอายุมากกว่าฉันหลายสิบปี แต่ก็ยังสามารถกระโดดข้ามได้เลย แล้วทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะ? ฉันจะแสดงให้เขาเห็นเอง!’

ทันใดนั้น จ้าวหยู่ก็ตัดสินใจได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็เร่งความเร็วและกระโดด!

โชคดีที่จ้าวหยู่ยังหนุ่มและความเร็วของเขาก็สูงมาก เขาพุ่งข้ามท้องฟ้า จากนั้นเขาก็กำลังเตรียมลงบนหลังคาของโรงงานร้างอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันทำให้เขาตกใจอย่างมาก เมื่อชายวัยกลางคนเห็นจ้าวหยู่เตรียมจะกระโดดข้าม เขาก็คว้าแผ่นไม้ชิ้นใหญ่ที่วางอยู่ใกล้ ๆ บนหลังคา ขณะที่จ้าวหยู่กำลังจะลงพื้นหลังคา ชายคนนั้นก็กระแทกมันเข้าหาเขา

‘เชี่ยไรเนี่ย!?’

จ้าวหยู่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้ ตัวเขาอยู่บนอากาศไม่รู้จะหลบอย่างไร เมื่อเขาลงบนหลังคา เขาก็ถูกแผ่นไม้กระแทกเข้าอย่างจัง เขากระเด็นถอยกลับไป ทำให้หล่นจากหลังคาและดิ่งลงไปในพื้น ซึ่งอยู่ห่างหลายสิบเมตร

เบื้องล่างเป็นพื้นปูน ดังนั้นความตายเป็นสิ่งเดียวที่รอเขาอยู่!

โชคดีที่ก่อนที่จ้าวหยู่จะก้าวกระโดด เขาได้เตรียมพร้อมสำหรับกรณีเลวร้ายเช่นนี้ไว้แล้ว เขานึกถึงอุปกรณ์ล่องหนที่เรียกว่าเครื่องบินล่องหน เขารีบแตะอุปกรณ์นั้นเพื่อเปิดใช้งานทันที

หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ก็เกิดกระแสลมขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งช่วยให้ร่างกายของจ้าวหยู่ลอยอยู่ในอากาศ ในเวลาเดียวกัน ก็มีจอแสดงผล คล้ายกับตัวควบคุม ซึ่งปรากฏในมุมมองสายตาของจ้าวหยู่ เมื่อใช้สิ่งนี้ เขาสามารถควบคุมทิศทาง ความสูง และความเร็วของเครื่องบินได้ดั่งใจนึก

“วะฮ่าฮ่า!”

หลังจากเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมของอุปกรณ์ล่องหน จ้าวหยู่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากความกลัวที่จะตกลงไป เขาทั้งโล่งใจและมีความมั่นใจมากขึ้น จริง ๆ แล้วเขาถึงกับท่าเหมือนซูเปอร์แมนกำลังบินอย่างหยิ่งผยอง!

“ไปกันเลย!”

ขณะที่จ้าวหยู่กำลังควบคุมเครื่องบินล่องหนให้บินขึ้นไป เขาก็คิดกับตัวเองว่า ถ้าชายคนนั้นเห็นทั้งหมดนี้ เขาจะต้องประหลาดใจมากแน่ ๆ เลย

แต่อนิจจาเมื่อจ้าวหยู่กลับมาที่หลังคาโรงงาน เขาก็ตระหนักว่าไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย แม้แต่วิญญาณก็ไม่มีให้เห็น

“เขาไปอยู่ที่ไหน?”

จ้าวหยู่สงสัยว่าคนขาเจ็บจะวิ่งเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?

“เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ!”

ทันใดนั้นเขาก็เห็นสองสิ่ง อย่างแรก เขาเห็นแผ่นไม้แผ่นใหญ่ที่ชายคนนั้นใช้เพื่อกระแทกเขาตกจากหลังคา และอีกอย่างหนึ่งคือรูขนาดใหญ่!

“หรือว่า…”

จากนั้น จ้าวหยู่ก็นึกถึงตอนที่เขาชนกับแผ่นไม้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากแรงกระแทกที่รุนแรง มันจึงกระแทกแผ่นไม้กับชายวัยกลางให้กระเด็นห่างออกไป

“หรือว่า… ไอ้เวรนั่น... ตกลงหลุมนั่นไปอย่างนั้นเหรอ?”

จากนั้น จ้าวหยู่รีบวิ่งไปตรวจสอบรูบนหลังคาทันที เมื่อเขามองลงไป สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาตกใจทันที!

การคาดเดาของเขาถูกต้อง ชายคนนั้นตกหลุมจริง ๆ

ดูเหมือนว่า ขณะที่จ้าวหยู่ตกลงไปข้างนอกโรงงาน ในเวลาเดียวกัน ชายวัยกลางคนก็ตกลงไปข้างในโรงงาง

แน่นอนว่าชายคนนั้นไม่มีเครื่องบินล่องหนแบบจ้าวหยู่ ดังนั้น ร่างของจึงแหลกเหลว และเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ...

...

สี่ชั่วโมงต่อมา ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดมิด

เนื่องจากอุบัติเหตุของสองพี่น้องเกิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของสถานีรุ่ยหยาง จ้าวหยู่ซึ่งเป็นพยานจึงต้องบันทึกคำให้การของเขาในห้องทำงานของแผนกสืบสวนของสถานทีรุ่ยหยาง

จ้าวหยู่ค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ ในตอนที่เขากำลังสืบสวนคดีนองเลือดในกลางเมือง เขาก็ได้พบกับเหมี่ยวอิงที่นี่

ต่อมา หลังจากที่จ้าวหยู่กับเหลี่ยวอิงเริ่มต้นความสัมพันธ์ เธอก็ต้องการให้จ้าวหยู่บอกเธอว่าเขาจะทำสิ่งที่น่าทึ่งและแปลกประหลาดเหล่านี้ในการสืบสวนได้อย่างไร จ้าวหยู่รู้ว่าเขาไม่สามารถเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับระบบได้ ทำได้เพียงตอบกลับด้วยเรื่องไร้สาระเพื่อบอกปัดไป

“คุณจ้าว!” เสี่ยวจางซึ่งเคยอยู่ภายใต้การดูแลของเหมี่ยวอิงนำกล่องอาหารมาให้จ้าวหยู่ "กินอะไรสักอย่างสิ เราได้ลองถามเบื้องบนก่อนหน้านี้ คุณควรจะออกไปเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการจะสอบถามคุณเพิ่มเติม เราคงจะต้องรบกวนคุณอีกครั้ง…”

จ้าวหยู่พยักหน้าเบา ๆ แต่เขาไม่ยื่นมือหยิบกล่องอาหาร

"เฮ้อ!" เสี่ยวจางถอนหายใจหนัก ๆ แล้วทิ้งกล่องอาหารไว้บนโต๊ะ จากนั้นเขาก็พูดด้วยอารมณ์ “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเวรกรรม! คนที่ผลักสองพี่น้องลงจากดาดฟ้า สุดท้าย เขาก็ตกลงมาจากหลังคาไปสู่ความตายในที่สุด!”

“เรื่องนั้นเราต้องขอบคุณคุณ คุณจ้าว ไม่เช่นนั้นการจับกุมอาชญากรคนนั้นคงไม่ง่ายเลย!”

จ้าวหยู่คว้าขวดน้ำแร่แล้วดื่มไปสองสามอึก เขาได้พูดสิ่งต่าง ๆ ไปมากมายมาก่อนหน้านี้ เขาจึงเหนื่อยเกินกว่าจะตอบอะไรในตอนนี้

“คุณอาจจะยังไม่รู้ แต่ฆาตกรคนนั้น… เขาเคยเป็นตำรวจ!” เสี่ยวจางพยักหน้าและกล่าวว่า

"โอ้?" จ้าวหยู่เงยหน้าขึ้น เดิมทีเขาคิดว่าชายคนนี้เป็นนักฆ่ามืออาชีพ เขาไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นตำรวจ

เมื่อพิจารณาถึงความสนใจที่ชัดเจนของจ้าวหยู่ เสี่ยวจางก็คว้าเก้าอี้แล้วนั่งต่อหน้าจ้าวหยู่เพื่ออธิบายต่อไป

“ฆาตกรมีชื่อว่าเลอเชา เขาอายุสี่สิบเจ็ดและมาจากหยุนโจว เขาแทบจะไม่เคยมาที่ฉินชานด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เรายังได้ตรวจสอบเพิ่มเติมดูแล้ว เขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสองพี่น้องเฉินเป็นการส่วนตัว”

“สองพี่น้องเฉิน?” ในที่สุด จ้าวหยู่ก็ถามด้วยความสับสน

“เศรษฐีผู้ทำธุรกิจรองเท้า เฉินปิงกวง ลูกสาวสองคนของเขา…” เสียวจางแนะนำ “พี่สาวชื่อ เฉินซื่อฮุ่ย และน้องสาวชื่อ เฉินซื่อฉี คนโตอายุ 19 ปี ส่วนอีกคนอายุแค่ 18 ปี”

จ้าวหยู่พยักหน้าเบา ๆ ปรากฎว่านั่นคือชื่อจริงของไมลีย์และโมจิ เมื่อนึกถึงพวกเธอ จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันใด

ก่อนหน้านี้สองพี่น้องเป็นเพียงแค่คนรู้จักเท่านั้น แต่ตอนนี้ ด้วยการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของพวกเธอ จ้าวหยู่ไม่สามารถยอมรับมันได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมือนที่เขาทำกับเหยื่อรายอื่น

“ตอนนี้เราวิเคราะห์ได้สามประเด็น” เสี่ยวจางกล่าวต่อไป “ประการแรก ฆาตกรและสองพี่สองเฉินไม่มีความแค้นส่วนตัวต่อกัน

ประการที่สอง เมื่อสามเดือนที่แล้ว เฉินปิงกวงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากโรคลมชัก อันที่จริง เขายังอยู่ในอาการโคม่าอยู่เลย

ประการที่สาม เฉินปิงกวงเพิ่งแต่งงานกับภรรยาสาวแสนสวยชื่ออ้ายหลี่หลี่ ดูสิคุณจ้าว คุณเห็นความผิดปกตินั่นมั้ย?”

"ฮะ!?"

เมื่อเขาได้ยินชื่อของอ้ายหลี่หลี่ จู่ ๆ จ้าวหยู่ลุกยืนขึ้นตัวตรง!!!

จบบทที่ CD บทที่ 496 คุณคิดอย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว