เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 479 ช่างยากเย็นอะไรอย่างนี้?

CD บทที่ 479 ช่างยากเย็นอะไรอย่างนี้?

CD บทที่ 479 ช่างยากเย็นอะไรอย่างนี้?


“มา มา ชนแก้วกันดีกว่า!” ทันทีที่หลี่เบ่ยหนีพูดจบ เหมาเว่ยทำทีเป็นยกแก้ว และพูดแทรกอย่างกะทันหัน “ในเมื่อเราคลี่คลายคดีได้อย่างสวยงาม ดังนั้นเราต้องดื่มฉลอง และงานเลี้ยงวันนี้ ผู้การหลันจะเป็นคนจ่าย! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

“ใช่... ใช่…” นักสืบบางคนสนับสนุนเห็นด้วยกับเหมาเว่ย แต่คนอื่น ๆ ก็ยังคงคิดเรื่องเฟิงหลิงและเฟิงกั๋วอยู่ในใจ ดังนั้นมันจึงดูน่าอึดอัดเล็กน้อย

“เฮ้อ!” เหมาเว่ยวางแก้วลง และหันไปพูดกับหลี่เบ่ยกหนีอย่างจริงจังว่า “เบ่ยหนี! คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณต้องการสืบสวนคดีฆาตกรรมในแฟลตที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน สิ่งต่าง ๆ มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด

อย่างแรก อำนาจในการสอบสวนเป็นของสถานีโม่หยาง และอย่างที่สอง คดีนี้ได้รับพิจารณาถึงขั้นศาลแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่คดีแช่แข็งที่สามารถหยิบขึ้นมาทำตอนไหนก็ได้!”

เหมาเว่ยเติมเบียร์แล้วพูดต่อว่า

“ลองคิดถึงใจเขาใจเราดู ถ้าเกิดว่าถ้าสถานีอื่นเข้ามาหาเราเพื่อสอบสวนคดีที่ถูกปิดไปแล้ว พวกเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?”

“คงคิดว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง!” เสี่ยวไป๋เลิกคิ้วแล้วตอบ

“แย่กว่านั้นอีก!” เหมาเว่ยส่ายหัวแล้วพูดว่า "สิ่งที่พวกเขาทำมันไม่ต่างจากแย่งงานไปจากพวกเรา!"

เหมาเว่ยพูดง่าย ๆ แต่ตรงประเด็น

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรายังสามารถใช้ช่องทางของทางการได้ โดยจะขอให้ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงทำเรื่องส่งคำร้อง มันเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม มันจึงไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมองข้ามได้

เมื่อส่งไปแล้ว พวกเขาอาจจะอนุมัติคำร้อง และให้สถานีโม่หยางพิจารณาคดีอีกครั้ง“เหมาเว่ยกล่าวต่อ”แต่พวกคุณคงไม่ลืมใช่มั้ยว่าสถานีโม่หยางเพิ่งจะผ่านอะไรมา”

“ถ้าฝูเจียนซิงยังไม่ตาย ด้วยนิสัยของเขา เขาจะต้องดำเนินการสอบสวนใหม่ด้วยตัวเอง แต่น่าเสียดายที่เชอร์ล็อก โฮมส์แห่งโม่หยางได้จากพวกเราไปแล้ว ในขณะที่พวกเขาเพิ่งประสบกับโศกนาฏกรรม พวกเธอคิดว่า พวกเขาจะอนุมัติคำร้องในเวลานี้งั้นเหรอ?”

“อืม…” จางจิงเฟิงคิดตามและพูดว่า “อย่างที่เหมาพูดมา มันก็สมเหตุสมผล ถ้าเกิดว่าเราส่งคำร้องไป ทุกคนจะคิดว่าเราอวดดี ตั้งใจจะเล่นงานคนอื่นที่กำลังอ่อนแอ นั่นจะทำให้ตำรวจทั้งฉินชานมองพวกเราในแง่ลบทั้งหมด!”

"ถูกต้อง!" เหมาเว่ยถอนหายใจ “สถานีหรงหยางของเราที่เพิ่งคลี่คลายคดีลักพาตัว แถมยังแจ้งเบาะแสให้กับนักสืบประจำจังหวัดเพื่อที่พวกเขาจะได้จับกุมนักโทษแหกคุกได้สำเร็จ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในสปอตไลท์ และสถานีตำรวจอื่น ๆ ต่างก็จ้องมองพวกเราด้วยความอิจฉา!”

เขากล่าวต่อว่า

“ถ้าเราส่งคำร้องไปทั้ง ๆ แบบนี้ มันจะไม่สร้างปัญหาให้พวกเราเหรอ? ไม่เพียงแต่เราจะรุกรานเจ้าหน้าที่ระดับสูง และเพื่อนร่วมงานของเราเท่านั้น ทุกคนก็ยังคิดว่าพวกเราหยิ่งทะนงมาก พวกคนอิจฉาพวกนี้คงไม่ปล่อยให้พวกเราทำตามใจชอบหรอก!”

"แต่ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ!" ขณะที่เหมาเหว่ยพูดจบ หลี่เบ่ยหนีก็พูดขึ้นทันทีว่า “หัวหน้าทีมเหมา จาง พวกคุณกล้าดียังไงมาบอกว่าพวกคุณเป็นผู้อาวุโสในแผนกสืบสวน เราเป็นนักสืบ เราควรค้นหาความจริงไม่ใช่หรือคะ?”

“ถ้าเฟิงกั๋วบริสุทธิ์จริง ๆ แสดงว่าเขาต้องติดคุกโดยที่ไม่มีความผิดมาตั้งสิบปีเลยนนะคะ” น้ำเสียงของหลี่เบ่ยหนีเต็มไปด้วยอารมณ์ “หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เขาคงจะไม่สามารถไปไหนได้อีกเลยตลอดชีวิต! เมื่อรู้อย่างนี้แล้วทำไมเราไม่หยิบคดีนี้มาตรวจสอบกันใหม่ล่ะคะ!?”

“บางที… เฟิงกั๋วอาจจะมีความผิดจริง ๆ ก็ได้” จางจิงเฟิงได้ตอบกลับ

“แต่เฟิงหลินยอมลงทุนขนาดนี้ ถ้าเฟิงกั๋วไม่ได้ถูกใส่ร้าย มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้เหรอคะ?” หลี่เบ่ยหนีแย้ง

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?" จางจิงเฟิงกล่าว “แม้ว่าเฟิงหลินจะเป็นแม่ของเฟิงกั๋ว แต่เธอก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเฟิงกั๋วเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นถ้าเฟิงกั๋วโกหกเฟิงหลินล่ะ? อย่างนี้มันก็เข้าทางเขาเต็ม ๆ ไม่ใช่เหรอ?”

“แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น…” ทันใดนั้น เหลียงฮวนก็ปฏิเสธคำตอบของจางจิงเฟิง “เฟิงกั๋วไม่ใช่เด็ก ๆ หากเขาต้องการแหกคุก เขาต้องรู้แผนของเฟิงหลินมาก่อน และต้องรู้ว่าเธอกำลังจะใช้ลูกสาวของหลันซู่ผิงเพื่อบังคับให้เขามอบตัว!”

“ถ้าเขาเป็นฆาตกรจริง ๆ เขาควรจะบอกความจริงกับเฟิงหลินก่อนไม่ใช่เหรอ? อย่าลืมว่าเขาต้องใช้เวลาอีกเก้าปีเท่านั้นจึงจะออกจากคุก ทำไมเขาถึงต้องเลือกเส้นที่อยากลำบากนี้ด้วยล่ะ?”

“ดังนั้น ความจริงที่ว่าเฟิงกั๋วเห็นด้วยกับแผนการของแม่ของเขา แสดงให้เห็นว่าไม่เพียงแต่เขาถูกกล่าวหาอย่างผิด ๆ เท่านั้น แต่เขายังเชื่อว่าหลันซู่ผิงเป็นฆาตกรตัวจริงอีกด้วย!”

“เหลียง แต่ความจริงก็คือหลันซู่ผิงไม่ใช่คนร้ายไม่ใช่เหรอ?” จางจิงเฟิงโต้กลับเหลียงฮวน “ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็คงถูกจับไปแล้ว!”

“เออ…” เสี่ยวไป๋กล่าว “นอกจากสองคนนี้แล้ว มีคนอื่นเป็นผู้ต้องสงสัยอีกมั้ย?”

“มีแต่ความเป็นไปได้น้อยมาก!” หลิวเซว่ชานกล่าว “การฆาตกรรมจำเป็นต้องมีแรงจูงใจ ทรัพย์สินในที่เกิดเหตุไม่ได้ถูกปล้น และผู้ตายไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่คดีปล้นหรือคดีข่มขืน มันแสดงให้เห็นเพียงว่าเธอถูกฆ่าเพื่อแก้แค้น!”

“จริงด้วย!” ต้าเฟยวิเคราะห์ “ผู้ตายถูกแทงเข้าที่หน้าอกของเธอหลายครั้ง นั่นหมายความว่าฆาตกรนั้นรุนแรงและโหดเหี้ยม มันอาจมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าดูเผิน ๆ ดูเหมือนว่ามีเพียงเฟิงกั๋วและหลันซู่ผิงเท่านั้นที่จะเป็นผู้ต้องสงสัย!”

“แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด!” เหลียงฮวนสวนกลับ “บางที เบื้องหลังคดีนี้ มันอาจมีอะไรที่เรายังไม่รู้! เช่น… ผู้ตายเคยทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองมาก่อน”

"ใช่!" เสี่ยวไป๋กล่าว “มันอาจมีผู้ต้องสงสัยคนอื่น! ลองคิดดูสิ ฆาตกรที่หลบหนีมาหลายปี แต่ยังคงเฝ้าดูอย่างลับ ๆ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!”

“และก็...” หลี่เบ่ยหนีกล่าว “เฟิงหลินป่วยหนัก เหตุผลที่เธอยอมเสี่ยงขนาดนี้ก็เพราะเห็นความอยุติธรรมของเฟิงกั๋วได้รับ! ในฐานะนักสิบ พวกเรามีหน้าที่รับผิดชอบและจำเป็นต้องช่วยเหลือเธอไม่ใช่หรือคะ?”

“ทุกคนใจเย็น ๆ!” จางจิงเฟิงกล่าว “อย่าลืมว่าเฟิงหลินใช้เด็กผู้หญิงตัวน้อยเป็นเครื่องมือ อาชญากรรมที่เธอได้ก่อ มันไม่สามารถให้อภัยได้ง่าย ๆ หรอกนะ!”

“ไม่นะคะ ในระหว่างการพิจารณาคดี เฟิงหลินบอกว่า…” หลี่เบ่ยหนีพยายามอธิบาย “เธอจะไม่ทำร้ายหนิวหนิวอย่างแน่นอน!”

"เฮ้! ทุกคนฟังฉันนะ!“จู่ ๆ เหมาเว่ยก็พูดออกมาดังๆ”ฉันยังพูดไม่จบในสิ่งที่ฉันต้องการจะพูดก่อนหน้านี้! มีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกคุณทุกคนยังไม่รู้!”

เมื่อได้ยินเหมาเว่ยพูด เหล่านักสืบก็หยุดการวิวาทะและเงียบลง

“จริง ๆ แล้ว มีอีกเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่เห็นด้วยกับการรื้อคดีของเฟิงกั๋วขึ้นมาใหม่ ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดเช่นกัน!” เหมาเว่ยพูดอย่างเคร่งขรึม “ถ้าเราจะสอบสวนคดีนี้อีกครั้ง มันคงจะสร้างความขุ่นเคืองให้กับตำรวจที่รับผิดชอบคดีในตอนนั้นอย่างแน่นอน! คุณรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?”

“อืม… ใครเหรอ?” ทุกคนสับสน

“ฉันเองก็พบว่ามันยากที่จะเชื่อเหมือนกัน” เหมาเว่ยกล่าว “คน ๆ นั้นเคยเป็นผู้กองของแผนกสืบสวบของสถานีโม่หยาง ตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของฉินชาน ฮงเจียนหรง!”

"จริงเหรอเนี่ย!? ไม่อยากจะเชื่อ!" ทุกคนตกใจและอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก

“ทีนี้… คุณรู้ไหมว่าฉันกังวลเรื่องอะไร” เหมาเว่ยมองทุกคนด้วสีหน้าหนักใจ “ในโลกนี้ มีคนไม่กี่คนที่คุณไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้อยู่เสมอ!

ถ้าเราคิดจะไขคดีด้วยตัวเอง มันก็เท่ากับเขาตราหน้าว่าผู้บังคับการฮงทำงานผิดพลาด และจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของเขา

หากเราไม่สามารถไขคดีได้หรือฆาตกรคือเฟิงกั๋วจริง ๆ เราก็จะกลายเป็นเป้าให้อีกฝ่ายเล่นงานแทน!”

จากนั้นจู่ ๆ มันก็เงียบลง อย่างไรก็ตาม ความเงียบยังคงอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่จ้าวหยู่จะลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง เขาหันหลังกลับ และเดินออกไป

"เอ๋? รุ่นพี่คะ?“หลี่เบ่ยหนีถาม”รุ่นพี่จะไปไหนเหรอคะ?”

“จะไปไหนงั้นเหรอ? ก็ไปหาฮงเจียนหรงแล้วคุยกับเขาไง!” จ้าวหยู่พูดเบา ๆ จากนั้นเดินไปที่ประตู

เมื่อเขาไปถึงประตู เขาก็หยุดและหันกลับมาทันที เขาเห็นว่าพวกเขาเชื่อในสิ่งที่เขาพูด และพวกเขาก็ทำหน้าตื่นตะลึงซึ่งทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“วะฮ่าฮ่า… ล้อเล่นนะ! ฉันแค่จะไปเข้าห้องน้ำเอง ทำไมฉันไปไม่ได้เหรอ!?”

จบบทที่ CD บทที่ 479 ช่างยากเย็นอะไรอย่างนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว