เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 457 เบนท์ลีย์

CD บทที่ 457 เบนท์ลีย์

CD บทที่ 457 เบนท์ลีย์


“ขออภัย หมายเลขที่ท่านเรียกอยู่นอกพื้นที่ให้บริการ…”

“อะไรวะเนี่ย!?”

จ้าวหยู่สบถด้วยวคามหงุดหงิด และไม่มีทางเลือกนอกจากกดวางสาย

มันเป็นครั้งที่หกที่เขาโทรหาเหมี่ยวอิง แต่อีกฝ่ายอยู่นอกพื้นที่ให้บริการ จ้าวหยู่ได้ลองไตร่ตรอง และได้ข้อสรุปเพื่อปลอบใจตัวเอง

‘สงสัยเหมี่ยวอิงคงจะอยู่บนเครื่องบิน’

ดูเหมือนว่าบ้านเกิดของเหมี่ยวอิงนั้นอยู่ห่างไกลมาก เป็นไปได้ไหมว่า… มันอาจจะอยู่ในต่างประเทศ

จ้าวหยู่ต้องการแสดงให้เธอเห็นว่าเขาคิดถึงเธอ นอกจากนี้ เขายังต้องการปรึกษาหารือกับเธอในเรื่องคดีลักพาตัวด้วย เธออาจจะมีมุมมองอื่นต่างจากเขาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความหวังนี้คงยากที่จะเป็นจริง

ขณะนั้นเป็นเวลา 23.50 น. แล้ว จ้าวหยู่ยังคงทำงานอยู่ในห้องทำงาน แม้ว่าจะไม่มีเหตุฉุกเฉินใด ๆ แต่ในฐานะหัวหน้าทีม เขาต้องอยู่ในห้องทำงานเพื่อเป็นเสาหลักของทีม

แม้ว่าช่วงฤดูร้อนจะผ่านพ้นไปแล้ว และอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว แต่สำนักงานยังคงเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ ส่วนใหญ่จะบรรเทาความอึดอัดของพวกนักสืบ และเพื่อให้พวกเขาผ่อนคลาย

ตามปกติจ้าวหยู่จะยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ด เขากำลังดูข้อมูลในนั้น เขาพยายามค้นหาเบาะแสใหม่ ๆ จากมัน

จากสิ่งที่จ้าวหยู่เห็น คดีที่อยู่ตรงหน้าเขาแตกต่างจากคดีหลัก ๆ ที่เขาเคยพบมาจนถึงตอนนี้ อาจเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยสัมผัสกับคดีลักพาตัวมาก่อน แต่ในใจของเขา เขาเอาแต่คิดถึงคดีฆาตกรรมในแฟลตเมื่อสิบปีก่อน และพอเขาคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็มักจะเสียสมาธิจากหัวข้อปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงตระหนักดีว่า สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือการช่วยลูกสาวของหลันซู่ผิง

‘แต่… ฉันควรทำอย่างไรเพื่อหาตัวประกันให้เจอ? เฟิงกั๋วจะซ่อนเธอไว้ที่ไหน? แล้วใครคือผู้สมรู้สมคิดของเขา? และที่น่าฉงนที่สุดคือพวกเขาหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดได้อย่างไรในตอนที่ลักพาตัว?

ภาพจากกล้องวงจรผิด เขาเห็นว่าลูกสาวของหลันซู่ผิงมีผมสีดำยาวและดูน่ารัก แต่จู่ ๆ เด็กสาวก็ถูกลักพาตัวไปอย่างกะทันหัน ทางครอบครัวของหลันซู๋ผิงต่างก็กังวลมาก และหวังว่าเด็กสาวจะกลับมาอย่างปลอดภัย

หากมีอะไรผิดปกติกับเด็ก ครอบครัวของพวกเขาจะไม่สามารถอยู่เฉยต่อไปได้…

จากนั้น ตามคำสั่งจากเบื้องบนในแผนกสืบสวน พวกเขาก็เผยแพร่ข่าวของหลันซู่ผิงที่มามอบตัว เนื่องจากหลันซู๋ผิงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในฉินชาน ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดการตอบรับอย่างรวดเร็ว แพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตและวีแชท

ตำรวจคิดว่าถ้าเฟิงกั๋วให้ความสนใจเรื่องนี้ เขาน่าจะรู้ข่าวแล้ว แต่จ้าวหยู่คิดว่าเฟิงกั๋วจะไม่ปล่อยตัวประกันเร็วขนาดนี้ เขาจะรอจนกว่าหลันซู่ผิงจะถูกตัดสินลงโทษ และหลังจากที่ตำรวจคลี่คลายความคับข้องใจของเขาแล้ว เขาก็จะพิจารณาปล่อยลูกสาวของหลันซู่ผิง

ดังนั้นเวลาจะถูกลากออกไปนานขึ้นมาก และยิ่งใช้เวลานานเท่าใด ตัวแปรก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น กลยุทธ์ของตำรวจก็คือทำให้เฟิงกั๋วตายใจ หากพวกเขาต้องการช่วยเหลือตัวประกันอย่างรวดเร็ว พวกเขาจำเป็นต้องใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป

แต่ถึงอย่างนั้น ทางตำรวจก็ยังไม่พบความคืบหน้าเลย ในการลักพาตัวครั้งนี้ ข้อแตกต่างจากปกติก็คือการเรียกร้องค่าไถ่ ผู้ลักพาตัวส่งข้อความเพียงข้อความเดียว จากนั้นก็หายไปในอากาศ

วิธีการลักพาตัวเช่นนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเจออุปสรรคใหญ่หลวง นอกจากนี้ จ้าวหยู่ยังพิจารณาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของคดีลักพาตัวนี้

ซึ่งนั่นก็คือใครคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าหลิวเจียวในตอนนั้น? แม้ว่านี่จะเป็นคำถามรองของคดีนี้ แต่จ้าวหยู่รู้สึกว่าหากพวกเขาสามารถเปิดเผยความจริงในเรื่องนั้นได้ คดีลักพาตัวก็จะคลี่คลายลงได้อย่างง่ายดาย!

นอกจากนี้ จากสัญญาณที่ปรากฏ เฟิงกั๋วน่าจะถูกใส่ร้าย เหตุผลที่เขายอมเสี่ยงขนาดนี้ ก็เป็นเพราะเขาต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเขาเอง

‘แล้วถ้าฆาตกรตัวจริงไม่ใช่เฟิงกั๋ว แล้วจะเป็นใครกัน? ถ้าหลันซู่ผิงเป็นฆาตกร ตำรวจจะปล่อยให้เขาเดินเล่นอย่างอิสระได้อย่างไร?’

ดังนั้น จ้าวหยู่จึงจำเป็นต้องทำสองสิ่ง อย่างแรกคือช่วยตัวประกัน อย่างที่สองคือค้นหาความจริงของคดีฆาตกรรมในแฟลต

ขณะที่จ้าวหยู่กำลังไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดนี้อย่างเคร่งขรึม ระบบในหัวของก็แจ้งเตือนการสิ้นสุดผจญภัย

จ้าวหยู่ได้รับมีอัตราการสำเร็จเพียง 82% ดังนั้นเขาจึงได้รับเพียงอุปกรณ์เพิ่มสัญญาณล่องหนเท่านั้น

เขาตระหนักได้ว่าวันนี้เขาได้รับคำว่า ‘Gen-Li’ แต่มีเพียง ‘Gen’ เท่านั้นที่ถูกเติมเต็ม ในขณะที่ ‘Li’ ซึ่งแสดงถึงมิตรภาพกลับไม่ได้ให้ความสนใจเลย ดังนั้นตลอดทั้งวัน เขาจึงไม่ได้เจอสิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพเลย

‘โอ้…’

ในที่สุด จ้าวหยู่ก็เข้าใจ สาเหตุหลักที่ทำให้เขาไม่เจอสิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพเลย ก็เพราะเขาไม่ได้ออกจากห้องทำงานแม้แต่นิดเดียว เขาเอาแต่ออกคำสั่งเท่านั้น แต่ไม่ได้ออกไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วยซ้ำ

จ้าวหยู่เดินไปมาในห้องทำงานขณะที่เขาครุ่นคิด ดูเหมือนว่าถ้าเขาต้องการเพิ่มอัตราการความสำเร็จของระบบปาฏิหาริย์และแก้ไขคดีได้ เขาไม่ควรนั่งอยู่เฉย ๆ เต็นท์สั่งการและออกคำสั่งอย่างเดียว

วันพรุ่งนี้ เขาต้องจะใช้แนวทางอื่น และออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากตัดสินใจแล้ว จ้าวหยู่ก็กลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อวางแผนการสอบสวนในวันพรุ่งนี้

หลังจากที่เขาวางแผนเสร็จ มันก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถเปิดคำทำนายได้อีก ในที่สุดก็ได้ยินข่าวดี เขาได้รับคำว่า ‘Gen-Dui’

ทุกครั้งที่เกิดคดี สิ่งที่จ้าวหยู่ตั้งตารอมากที่สุดคือคำว่า ‘Gan’ ด้วยสัญลักษณ์นี้ มันหมายความว่าแนวทางการสืบสวนของเขามาถูกทางแล้ว!

แน่นอนว่าในขณะที่เขาได้รับคำทำนาย จ้าวหยู่ตรวจสอบภารกิจรอง อย่างรวดเร็ว ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา เขาสามารถถอดรหัสชุดตัวเลขได้อย่างราบรื่น ด้วยเวลาเพียงสิบนาที เขาก็ค้นพบสถานที่และช่วงเวลาอันแสนมหัศจรรย์แล้ว

ในท้ายที่สุด เมื่อเขาตรวจสอบพิกัดบนแผนที่ เขาก็ตระหนักถึงสิ่งที่น่าสนใจ

ตำแหน่งของภารกิจรองอยู่ตรงทางเข้าสถานีหรงหยาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร เวลาคือ 7:53 น. และความสูงเป็นศูนย์

จ้าวหยู่ส่ายหัวเบา ๆ เขาสงสัยว่าเขาจะเจอกับอะไร เขาจะช่วยคุณยายแก่ข้ามถนนอีกครั้งหรือไม่?

ต่อมาเขาตรวจสอบคดีอีกครั้งโดยยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดจนรู้สึกเมื่อยล้า หลังจากที่เขาถึงขีดจำกัดแล้ว เขาก็ดึงเก้าอี้สามตัวมารวมกันแล้วนอนหลับ

ค่ำคืนอันแสนเงียบงันก็ผ่านพ้นไป

ในวันรุ่งขึ้น หลังจากเสร็จสิ้นกะ จ้าวหยู่ก็ไปที่ตรงทางเข้าสถานีตำรวจ

สถานที่ที่ทำภารกิจรองก็คือถนนข้างสถานี เขาดูนาฬิกาเมื่อเห็นว่าเป็นเวลา 7:50 น. แล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาต้องรออีกสามนาที

จ้าวหยู่ยืนอยู่ที่นั่นและมองไปรอบ ๆ เพียงแวบเดียว เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ไม่ธรรมดาทันที บนถนนฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจ มีรถสีดำคันหนึ่งขับช้า ๆ บนโลโก้รถมีตัวอักษร B สะดุดตา

‘เบนท์ลีย์!?’

จ้าวหยู่ที่อยากรู้อยากเห็นและเขาก็มองมันอย่างระมัดระวัง เบนท์ลีย์รุ่นมูซานที่เหมี่ยวอิงเคยพูดถึงมาก่อน ราคาของมันอยู่ที่ประมาณหกถึงเจ็ดล้านหยวน!

ป้ายทะเบียนว่างเปล่า มันน่าจะเป็นรถที่เพิ่งถอยมาใหม่

ขณะที่จ้าวหยู่กำลังมองดูอยู่ เบนท์ลีย์ก็ขับเข้าไปในเลนจักรยาน และค่อย ๆ หยุดอยู่ตรงหน้าเขา

ก่อนที่ประตูจะเปิด จ้าวหยู่ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากข้างใน

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

จากนั้น ประตูจากเบาะหลังก็เปิดออก และชายวัยกลางคนมีหนวดก็เดินออกจากรถ บุคคลนั้นสวมชุดสูทแบบสั่งตัดซึ่งดูหรูหรามาก

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” คน ๆ นั้นเปิดประตูเอง แต่ก็ยังหัวเราะขณะลงจากรถ เขายิ้มให้จ้าวหยู่ และยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า “คุณคือจ้าวหยู่แห่งสถานีหรงหยางใช่ไหม? สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จัก! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

“คุณคือ…” จ้าวหยู่พยายามนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เขาแน่ใจว่าเขาไม่รู้จักบุคคลตรงหน้า

“จริงสิ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย” ชายผู้มีหนวดพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเป็นผู้จัดการทั่วไปจากบริษัทรองเท้าไป๋ซือหลี่ ฉันมีชื่อหลี่เฉิน แต่คุณสามารถเรียกฉันว่าชาร์ลีก็ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

“บริษัทรองเท้าไป๋ซือหลี่?” จ้าวหยู่ขมวดคิ้ว “ฉันไปเกี่ยวข้องกับบริษัทรองเท้าตอนไหนกัน?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! จริง ๆ แล้ว…” ชายผู้มีหนวดยิ้มและตอบว่า “ฉันมาหาคุณ เพราะว่าฉันมีข้อเสนอบางอย่าให้คุณ”

"รองเท้า? ข้อเสนอ?“จ้าวหยู่ครุ่นคิดคำพูดของอีกฝ่าย จากนั้นจู่ ๆ ก็พูดออกมาดัง ๆ ว่า”โอ้! ฉันเข้าใจแล้ว! คุณ… อยากหาฉันเป็นนายแบบรองเท้าใช่มั้ย!?”

จบบทที่ CD บทที่ 457 เบนท์ลีย์

คัดลอกลิงก์แล้ว