เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 384 วิธีการที่ไม่ใช่วิธีการ

CD บทที่ 384 วิธีการที่ไม่ใช่วิธีการ

CD บทที่ 384 วิธีการที่ไม่ใช่วิธีการ


เหล่านักสืบไม่ได้โง่ เรื่องของความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนระหว่างจ้าวหยู่และเหมี่ยวอิง พวกเขาสามารถมองออกได้ในเวลาไม่นาน แต่พวกเขาก็ไม่อยากเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงเช่นกัน คนหนึ่งเป็นราชาที่ดุร้าย และอีกคนเป็นราชินีผู้มากความสามารถ ใครจะกล้าปล่อยข่าวลือหรือพูดลับหลังพวกเขา?

เมื่อตำรวจชุดแรกเข้ามาในห้องทำงาน พวกเขาเห็นว่าจ้าวหยู่และเหมี่ยวอิงอยู่ในห้องสองต่อสอง พวกเขาก้มหน้าลงและแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไร รีบกุลีกุจอไปทำงานของตัวเองทันที

อันที่จริง จ้าวหยู่กำลังยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดและระดมสมอง ในขณะที่เหมี่ยวอิงกำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่มุมห้อง พวกเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกันก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี จ้าวหยู่เองก็ต้องการที่จะเริ่มต้นสานความสัมพันธ์กับเหมี่ยวอิง ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่ในสถานะที่ไม่ชัดเจน แต่เรื่องแค่นั้นก็ไม่อาจมาขวางกั้นไม่ให้เขาเข้าหาเธอได้

แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่จ้าวหยู่บุกไปช่วยฮัวฮัว เรื่องนี้มันทำให้เหมี่ยวอิงรู้สึกไม่พอใจและหัวเสียอย่างมาก

“หัวหน้าทีมจ้าว ทำไมถึงมีไวท์บอร์ดเพิ่มอีกอันล่ะครับ?” ต้าเฟยเดินเข้ามาข้าง ๆ จ้าวหยู่และมองดู เมื่อเขาเห็นข้อมูลเกี่ยวกับเทวรูปทองคำ เขาก็ประหลาดใจทันที “นี่… หมายความว่ายังไงครับ? วัดพระทอง? ใช่อันเดียวกับสระบัวหรือเปล่าครับ?”

จ้าวหยู่ไม่ตอบกลับเขาแต่ยังคงวิเคราะห์คดีในหัวของเขาต่อไป

เมื่อมีนักสืบทยอยเข้ามาให้ห้องทำงานก็ทำให้เกิดเสียงจอแจ เหมี่ยวอิงรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมา เธอหาวและลุกมาหาจ้าวหยู่เพื่อดูว่าเขากำลังทำอะไร

เนื่องจากเธอนอนคว่ำหน้าตลอดทั้งคืน ผมทรงเห็ดของเธอก็ดูยุ่งเหยิงและพองฟู

เหมี่ยวอิงตบไหล่จ้าวหยู่และถามว่า

“เฮ้! เขากำลังถามคำถามคุณอยู่! มันหมายความว่าอะไร!? มีคดีใหม่รึไง!? ดูทำเข้าสิ ฉันสั่งให้คุณตรวจสอบโบราณวัตถุ ในตอนแรกคุณจับคนทำของปลอมได้มากมาย และตอนนี้คุณก็ได้พบกับอีกตำนานหนึ่งแล้ว นี่มันไม่มั่วไปหน่อยเหรอ?”

จ้าวหยู่ถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงเมื่อเหมี่ยวอิงตบเขา จากนั้นเขาก็บอกข้อมูลล่าสุดที่เขาพบให้ทุกคนทราบ แน่นอนว่า เขาไม่ได้พูดถึงหลี่ซิวเซิงแม้แต่นิดเดียว

เมื่อนักสืบได้ยินและคิดว่าเรื่องราวของจ้าวหยู่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าเดิม ทุกคนต่างส่ายหน้าและแทบไม่มีใครเชื่อเรื่องเล่าโบราณนี้

“เทวรูปที่ผู้คนบูชาในวัดนั้นใหญ่มากไม่ใช่เหรอครับ” เสี่ยวหลิวแสดงความเห็นออกมา “คงเป็นไปไม่ได้ที่จะหล่อด้วยทองคำ แค่องค์เดียวก็ว่ายากแล้ว แต่นี่สิบสององค์เลย แม้แต่จักรพรรดิก็ไม่สามารถจ่ายมากขนาดนี้ได้!”

“ผิดแล้ว!” เหลียงฮวนปฏิเสธ “ใครบอกว่าต้องเป็นเทวรูปขนาดใหญ่? ขนาดเล็กก็สามารถบูชาได้ แม้แต่ขนาดเท่ากำปั้นก็ยังทำได้เลย แต่ว่า… ตำนานนั้นฟังดูเลื่อนลอยมากทีเดียว มันไม่มีแม้แต่บันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการเลย!”

“พวกคุณเคยไปวัดพระทองบ้างไหม?” ต้าเฟยถาม “ไม่มีใครเห็นเทวรูปทำจากทองคำหรือทำจากหินเลยใช่ไหม? มีพระพุทธรูปเพียงไม่กี่องค์ในวัด ตอนนี้ฉันกับแฟนไปที่นั่น แฟนฉันถึงกับส่ายหน้าด้วยความผิดหวังเลย”

“ไร้สาระ” เหลียงฮวนโบกมือ “วัดพระทองถูกทำลายหลายต่อหลายครั้ง สิ่งที่คุณพูดถึงถูกสร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งเดิม ตัววัดไม่หลงเหลือเค้าเดิมด้วยซ้ำ หลงเหลือเพียงแค่สระบัวที่มีมาแต่โบราณเท่านั้น แถมมันเกือบจะถูกทำลายอีกด้วย!”

“อืม…” ทันใดนั้น เหมี่ยวอิงกอดอกแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าทีมสอบสวนจากสำนักเทศบาลค้นที่ทำงานและบ้านของนักโบราณคดีทั้งสามคนแล้ว แต่พวกเขาไม่พบเบาะแสเลย

ตามคำให้การของครอบครัวพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะออกขากบ้านไป พวกเขาทั้งสามคนได้นำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา ถ้าพวกเขาไม่ได้เดินทางไปไหนไกล พวกเขาจะขนเสื้อผ้าไปเยอะ ๆ ไปทำไม? ฉันคิดว่าในนั้นน่าจะเป็นเอกสารบางอย่างมากกว่า!”

“หากเรารู้ได้ว่าพวกเขากำลังค้นคว้าอะไร มันคงจะเป็นเบาะแสนำพวกเราไปหาพวกเขาก็เป็นได้ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะทำการค้นคว้าเรื่องเทวรูปทองคำก็ได้!” เหมี่ยวอิงไม่รอให้ใครตอบและพูดกับตัวเองว่า “ทำไมฉันถึงไม่ลองโทรถามเพื่อนของฉันดูอีกครั้งว่าพวกเขาพบอะไรที่เกี่ยวข้องกับเทวรูปทองคำบ้างหรือเปล่า? เดี๋ยวนะ ฉันทำไม่ได้… ถ้าฉันโทรไปถามเรื่องนี้ สถานีอื่นก็จะรู้หมด ฉันคิดว่า… ฉันจะต้องไปหาเขาเป็นการส่วนตัว”

“จ้าวหยู่ คุณว่างอยู่หรือเปล่า? คุณจะไปกับฉันไหม?”

"ไม่ล่ะ" จ้าวหยู่ยังคงพูดอยู่โดยหันหน้าไปทางไวท์บอร์ด “ฉันยัง… ฉันยังมีเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจ… ฉันต้องการเวลาคิดอีก…”

“ก็ได้ ๆ พ่อเชอร์ล็อก โฮล์มส์! ฉันจะกลับบ้านไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่…” เหมี่ยวอิงพยักหน้าและพูดว่า “หากคุณมีอะไรก็โทรมาบอกฉันด้วย”

จากนั้น เหมี่ยวอิงมอบหมายหน้าที่ให้นักสืบคนอื่น ๆ ก่อนที่เธอจะออกจากห้องทำงานไป

เมื่อเหมี่ยวอิงไปได้ราวสิบนาที จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็ตบต้นขาของเขาและตะโกนว่า "จริงสิ ฉันลืมไปได้ยังไง!?"

เหล่านักสืบคิดว่าจ้าวหยู่ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจจึงรีบวิ่งไปสอบถาม อย่างไรก็ตาม จ้าวหยู่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับคดีนี้ แต่จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำทำนายที่เขาได้รับในวันนี้ซึ่งก็คือคำว่า ‘Gen-Kan’

‘Kan’ หมายถึงผู้หญิง เมื่อกี้นี้เหมี่ยวอิงพูดเรื่องอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เห็นได้ชัดว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดกับเทพธิดาของเขา

‘แม่งเอ๊ย!’ จ้าวหยู่สบถในหัวของเขา เขาตบหัวตัวเองและรู้สึกเสียใจที่หมกมุ่นกับคดีนี้มากเกินไป จนหลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

แต่ต่อเขาจะไล่ตามไปก็ไม่ทันแล้ว รถของเหมี่ยวอิงได้ขับออกไปแล้ว จ้าวหยู่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตรวจสอบคดีต่อไป และดูว่าเขาสามารถหาเบาะแสจากคำว่า ‘Gen’ ได้หรือไม่?

แต่หลังจากตรวจสอบอยู่นาน จ้าวหยู่ก็ไม่พบอะไรเลย ก่อนหน้านั้น เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโจรปล้นสุสาน แต่เท่าที่เขาเห็น เขาคิดว่าเป้าหมายของนักโบราณคดีชราทั้งสามคนคือการปล้นสุสานโบราณ

ถ้าเขาไม่สามารถคาดเดาเป้าหมายของพวกเขาได้ เขาก็จะไม่สามารถได้ข้อสรุปใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทวรูปทองคำได้

แล้วอีกอย่าง ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถหาข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับเทวรูปทองคำได้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าโจรปล้นสุสานและนักโบราณอีกสองคนตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน

‘ฉันจะทำอย่างไรต่อไปดี?’ จ้าวหยู่คิด

แม้วันนี้เขาได้รับคำว่า ‘Gen’ แต่เขาจะไม่สามารถหาเบาะแสได้เลยหรือ?

จ้าวหยู่รู้สึกว่าเขาต้องติดต่อกับ ‘ที่ปรึกษาส่วนตัว’ ของเขา หลี่ซิวเซิงเพื่อดูว่าปรมาจารย์ด้านของโบราณจะสามารถให้แนวทางใหม่ ๆ กับเขาได้หรือไม่?

ในขณะนั้น กล้องวงจรปิดล่องหนของหลี่ซิวเซิงยังคงเปิดอยู่ หลังจากเปิดเครื่อง เขาก็ต้องประหลาดใจที่เห็นหลี่ซิวเซิงนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และมีสายน้ำเกลือหยดอยู่ที่หลังมือของเขา!

‘เชี่ย!’ เขาคิดกับตัวเอง

ดูเหมือนว่าหลังจากวันที่วุ่นวายเมื่อวาน นอกจากคำขู่ของจ้าวหยู่ และเรื่องเงินแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย พวกมันมารุมสุมกันจนทำให้นายลีล้มป่วย

“นี่มัน…” จ้าวหยู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ววางลงอีกครั้ง เขาไม่สามารถโทรหาเขาได้ “แล้วอย่างนี้ ฉันจะสืบคดีนี้ต่อไปอย่างไรดี?” เขาสงสัย

จ้าวหยู่รู้ว่าฝูเจียนซิงพบโบราณวัตถุที่สูญหาย สำนักงานเทศบาลจึงให้อำนาจแก่พวกเขาและแจ้งให้สถานีโม่หยางรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการตามล่าโจรปล้นสุสาน ส่วนสถานีอื่น ๆ ได้แต่มองตาปริบ ๆ

แม้จะไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงได้ แต่ความคืบหน้าของคดีก็ยังได้รับการแบ่งปัน ฝูเจียนซิงและพวกใช้สองวิธีพร้อมกัน พวกเขาพยายามติดตามผู้ต้องสงสัยผ่านกล้องวงจรปิดรอบจุดที่ซ่อนโบราณวัตถุ ขณะเดียวกัน ก็หาข้อมูลผ่านการซื้อขายโบราณวัตถุไปพร้อม ๆ กันด้วย

อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปเนิ่นนานแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า พวกเขาต้องพบเจอกับปัญหาบางอย่างแน่นอน

ดูเหมือนว่าโจรปล้นสุสานจะไม่ธรรมดา พวกเขาไม่เพียงเก่งในการปล้นสุสาน แต่พวกเขายังมีทักษะลบร่องรอยของพวกเขาด้วย พวกเขาต้องรับมือยากอย่างแน่นอน แม้แต่ฝูเจียนซิงก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จ้าวหยู่จะต้องยื่นมือเข้าไปแทรกแซง ถ้าเขาต้องการจับกุมอาชญากรก่อนคนอื่น จ้าวหยู่จะต้องใช้หาทางลัด แต่ว่าทางลัดของเขาอยู่ที่ไหน?

หลังจากไตร่ตรองแล้ว จ้าวหยู่ก็คิดหาวิธีได้ แต่มันเป็นวิธีการที่ไม่ใช่วิธีการ!

จบบทที่ CD บทที่ 384 วิธีการที่ไม่ใช่วิธีการ

คัดลอกลิงก์แล้ว