เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 299 มาลองทำเรื่องให้น่าตื่นเต้นกว่านี้กันเถอะ

CD บทที่ 299 มาลองทำเรื่องให้น่าตื่นเต้นกว่านี้กันเถอะ

CD บทที่ 299 มาลองทำเรื่องให้น่าตื่นเต้นกว่านี้กันเถอะ


มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างนักสืบจากแผนกสืบสวนและทีมเฉพาะกิจ เนื่องจากทางแผนกสืบสวนสามารถไขคดีปล้นธนาคารได้สำเร็จ แล้วคดีนี้จะถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลในเร็ว ๆ นี้

ดังนั้นทางนักสืบจากแผนกสืบสวนต้องการลงมือในขณะที่เหล็กยังร้อนในการสืบสวนคดีธุรกรรมอำพรางศพต่อไป แต่พวกเขากลับถูกทีมเฉพาะกิจปฏิเสธเมื่อพวกเขาขอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคดี

ทางทีมเฉพาะกิจได้พูดอย่างหยาบคายว่า

"ทางเราได้รับมอบหมายให้ทำการสืบคดีนี้จากเบื้องบน พวกเราไม่สนใจเกี่ยวกับคดีปล้นธนาคาร แต่เราไม่สามารถให้แผนกสืบสวนมายุ่งวุ่นวายในคดีธุรกรรมอำพรางได้!"

พวกเขายังพูดย้ำ ๆ อีกว่าสาขาหรงหยางเพียงแค่ช่วยอำนวยความสะดวกพวกเขาเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ์มายุ่มย่ามในกระบวนการการสอบสวนของพวกเขา

ทางนักสืบของแผนกสืบสวนไม่ได้ทำอะไรเกินขอบเขตหน้าที่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดการโต้เถียงขึ้นทันที โดยมีจางเหยาฮุ่ยเป็นตัวตั้งตัวตี

ในตอนแรกพวกจางเหยาฮุ่ยก็พูดกันดี ๆ จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงกันจนเกือบจะเป็นการลงไม้ลงมือ!

“พี่หยู่ มาได้จังหวะพอดีเลย!” หลันโบรู้สึกกังวลว่าพวกเขาไม่มีใครกล้าอยู่เคียงข้าง เขาก็เห็นจ้าวหยู่ เขาจึงตื่นเต้นและขอความช่วยเหลือทันที

เมื่อจ้าวหยู่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เขาก็เกาหัว เขาพบว่ามันแปลกที่พวกเขามาขอข้อมูลล่าสุดจากทีมเฉพาะกิจเพราะมันไม่จำเป็น

แผนกนิติวิทยาศาสตร์ได้ทำการชันสูตรศพเรียบร้อยแล้ว และแผนกคนหายก็ต้องมีข้อมูลจากการสอบสวนเช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องทำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก็คือการตรงไปที่แผนกทั้งสอง แต่เหล่านักสืบจงใจขอข้อมูลจากทีมเฉพาะกิจ การที่จางเหยาฮุ่ยและคนอื่น ๆ ทำอย่างนั้น มันไม่ต่างจากตั้งใจยั่วยุทีมเฉพาะกิจอย่างชัดเจน

"นั่นมัน..." จ้าวหยู่มองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบเหมี่ยวอิง จากนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างได้

‘โอ้… อย่างนี้นี่เอง เหมี่ยวอิงคงต้องไม่พอใจทีมเฉพาะกิจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงต้องการสร้างปัญหากับทีมเฉพาะกิจ’ จ้าวหยู่คิด ‘แหม่! เหมี่ยวเหรินเฟิง เธอมันแสบพอ ๆ กับฉันเลย!’

แต่เขาก็มีจุดยืนและหลักการของเขาเอง ถ้าเขาเป็นหัวหน้าทีม เขาจะผลักดันมันให้ไกลกว่านี้ ‘ถ้าอย่างนั้นทำไมฉันไม่ช่วยพวกเขาล่ะ?’ เขาคิดกับตัวเอง

จ้าวหยู่รีบวิ่งไปที่ฝูงชนเพื่อกระตุ้นให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น เขาผลักเหมาเว่ยด้วยไหล่ของเขา จากนั้น หม่าเว่ยที่สูงและท้วมก็สูญเสียการทรงตัวและเข้าไปกอดสมาชิกของทีมเฉพาะกิจ!

"นี่!? ทำอะไรน่ะ!?”

“หนอย! พวกแกเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ!”

นี่เป็นตัวเร่งให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กัน นักสืบทั้งสองฝ่ายต่างถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

จากนั้นชายที่ดูสะอาดตาก็เดินออกมาจากห้องทำงานของทีม B และตะโกนว่า

"หยุด!"

ดั่งเสียงฟ้าร้องของเขาทำให้นักสืบทุกคนตกตะลึง พวกเขาวางมือลงและเงียบไป

“แค่นี้มองกันไม่ออกรึไง?” เขากำลังพูดโดยตรงกับสมาชิกของทีมเฉพาะกิจ "พวกเขามาที่นี่เพื่อแสดงความเป็นอาวุโสและอำนาจในสถานีนี้!"

ชายคนนี้อายุไม่มาก แต่เขาพูดด้วยความมั่นใจและมีอำนาจ เมื่อเขาปรากฏตัว เขาดึงดูดความสนใจของทุกคน นักสืบของทีมเฉพาะกิจดูเหมือนจะพบที่มั่นและย้ายไปอยู่ข้างเขา

แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่จ้าวหยู่เห็นบุคคลนี้ แต่เขาเดาว่าเขาน่าจะเป็นหัวหน้าทีมของทีมเฉพาะกิจ

หวังเซินเหยา

เขาไม่เพียงเป็นรองหัวหน้าทีมสอบสวนของเทศบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของเหมาเหว่ยด้วย เขายังเด็กและผิวของเขาใสราวกับหยก แม้ว่าเขาจะไม่สูง แต่เขาก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความภาคภูมิใจ

"ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อน!" หวังเซินเหยายิ้มอย่างมุ่งร้ายและพูดว่า "ในเมื่อพวกเขาต้องการข้อมูลก็ไม่เป็นไร พวกเขาสามารถเอาไปได้เลย ฉันไม่อยากให้พวกเขาแพ้ตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มอย่างนี้!"

วาจาเชือดเฉือนของหวังเซินเหยา ทำให้นักสืบจากแผนกสืบสวนรู้สึกสะเทือนใจเหมือนถูกกระแทกด้วยก้อนอิฐ

"ฮึ!" หวังเซินเหยารู้สึกรำคาญ "บางคนก็คิดว่าตัวของอยู่สูงกว่าใคร เพียงแค่ไขคดีได้สองสามคดีได้ก็ทำเป็นอวดเบ่งแล้ว คนพวกนี้ฉันเจอมาจนชินแล้ว ถ้าคิดว่าเรื่องแค่นี้ฉันจะกลัวล่ะก็ ทำไมไม่มาสืบสวนแข่งกันเลยล่ะ? ฉันพร้อมที่จะแข่งขันกับพวกคุณอยู่เสมอ ฮ่าฮ่า!"

*ตึก ตึก ตึก...*

ในขณะที่หวังเชิงเหยากำลังหัวเราะอย่างเย็นชา ก็มีเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ จากนั้นพวกเขาก็เห็นภาพเงาที่สวยงามในห้องทำงานของทีม A คน ๆ นั้นคือเหมี่ยวอิง!

เมื่อหวังเซินเหยาเห็นเหมี่ยวอิงรอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้นและน่ากลัวมากขึ้นทันใด

“ฮ่าฮ่าฮ่า… ฉันเข้าใจแล้ว หัวหน้าทีมเหมี่ยวเป็นคนจัดการเรื่องนี้จริง ๆ ด้วย!!” หวังเซินเหยาเริ่มปรบมือ "เหมี่ยวเหรินเฟิงในตำนานช่างน่าทึ่งจริง ๆ ในที่สุดฉันก็ได้เห็นมันด้วยตาของฉันเอง คุณแสดงให้เราเห็นถึงพลังของคุณที่สถานีนี้ โอ้ พวกเรากลัวมากเหลือเกิน!"

คำเยาะเย้ยของหวังเซินเหยาทำให้นักสืบจากทีมเฉพาะกิจต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน

“หัวหน้าทีมหวัง ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทางเราเสียมารยาท!” เหมี่ยวอิงยิ้มอย่างเย็นชาพร้อมกับจ้องมองหวังซินเหยา "นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพื่อนร่วมทีมของฉันไม่ได้มีเจตนาร้าย พอดีทางเราเองก็คาดไม่ถึงเลยว่า พวกเราจะไขคดีปล้นธนาคารได้เร็วขนาดนี้ เนื่องจากเราพอจะมีเวลาว่าง เราจึงหวังว่าทางเราจะสามารถแบ่งเบาภาระของพวกคุณได้!"

“โอ้… ฮี่ฮี่ฮี่…” หวังเซิ่งเหยายิ้ม "ขอบคุณมาก! เสี่ยวหลิวไปและทำสำเนาอัปเดตล่าสุดสำหรับหัวหน้าทีมเหมี่ยวทีสิ พวกเขาต้องการช่วยพวกเรา พวกเราคงจะทำตัวหยาบคายไม่ได้!"

"เดี๋ยวก่อน!!" เหมี่ยวอิงกอดอกและพูดโดยที่หน้าอกของเธอยื่นออกมา "หัวหน้าทีมหวัง ฉันขอพูดให้ชัด ๆ เราไม่ใช่พวกได้คืบจะเอาศอก เราไม่ต้องการข้อมูล เราจะดำเนินการเอง

หัวหน้าทีมหวัง ฉันประทับใจที่คุณบอกว่าไม่ชอบให้คู่แข่งแพ้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ตรงกันข้าม ฉันชอบให้คู่แข่งเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเพราะมันจะทำให้ชัยชนะของเราหอมหวานมากขึ้น!”

เหมี่ยวอิงพูดเบา ๆ แต่ทุกอย่างที่เธอพูดได้หักล้างสิ่งที่หวังซินเหยาพูดมาทั้งหมด มันทำให้นักสืบทุกคนจากหน่วยเฉพาะกิจเหงื่อตก

"ฮิฮิ..." หวังเซินเหยายิ้มและชมเธอ "บราโว่! บราโว่! สมกับเป็นเหมียวเหรินเฟิง เธอทั้งฉลาดและพูดเก่งจริง ๆ เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อมอีกต่อไป..." เขามองเหมี่ยวอิงขึ้นและลงและถามว่า "หัวหน้าทีมเหมี่ยว ฉันไม่แน่ใจว่าคุณจะสนใจทำให้การแข่งขันของเราน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นหรือไม่?"

ความเงียบเข้าครอบงำห้องทำงาน หลังจากได้ยินข้อเสนอของหวังเซินเหยา นักสืบทุกคนอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่า ‘น่าตื่นเต้น’ ของหวังเซินเหยาหมายถึงอะไร

“ฮิฮิ…” หวังเซินเหยาเห็นท่าทีเคร่งขรึมของเหมียวหยิง และเขาก็หัวเราะ "ถ้าคุณไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่พร้อมรับคำท้า ฉันก็จะปล่อยคุณไป จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายนะที่จะยอมรับเรื่องนี้"

“คุณ…” เหมี่ยวอิงรู้สึกขายหน้า "เอาเลย บอกฉันมา! คุณต้องการทำให้มันน่าตื่นเต้นมากขึ้นยังไง? วางเดิมพันงั้นเหรอ?"

"ถูกต้อง!" หวังเซินเหยายกนิ้วโป้งให้เธอและพูดว่า "มาพนันกัน! ถ้าเราไขคดีได้ก่อน แผนกสืบสวนของสถานีหรงหยางจะต้องเรียกพวกเราว่า 'รุ่นพี่' และคุณต้องขอโทษเหมาเว่ย ลูกพี่ลูกน้องของฉันด้วยตัวเองด้วย ว่าไง? คุณกล้ามั้ย?”

"โอ้?" เหมี่ยวอิงเลิกคิ้วขึ้น “แล้ว… ถ้าพวกคุณแพ้ล่ะ?”

"ถ้าพวกเราแพ้ กลับกัน เราทุกคนจะเรียกคุณว่า 'รุ่นพี่' ด้วยความเคารพ" หวังเซินเหยายิ้ม "และฉันจะรับหมัดของคุณสามหมัดต่อหน้าทุกคน คุณคิดอย่างไร?"

เมื่อมองไปที่หวังเซินเหยาที่มีความมั่นใจมาก เหมี่ยวอิงก็รู้สึกสงสัย เธอกังวลว่าทีมเฉพาะกิจอาจมีความคืบหน้าอย่างมากในการสืบสวนและอีกฝ่ายคงได้จัดฉากเพื่อเล่นงานเธอเอาไว้แล้ว

“ฮิฮิฮิ…” หวังเซินเหยายิ้มอีกครั้ง “คุณลังเล? หรือว่าคุณจะกลัว? ไม่เป็นไร อย่างที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ การปฏิเสธความท้าทายไม่ใช่เรื่องน่าอาย! พวกเราเข้าใจใช่ไหม?”

"แน่นอน!" นักสืบจากทีมเฉพาะกิจหัวเราะ และคนจากหรงหยางได้แต่ก้มหน้าลง

"ตกลง! เราตกลง! คิดเหรอเรื่องแค่นี้พวกเราจะกลัว!" ในช่วงเวลาที่สำคัญนั้น จ้าวหยู่ปรากฏตัวถัดจากเหมี่ยวอิงและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าฮ่าฮ่า… มันน่าตื่นเต้นมาก! หัวหน้าทีมเหมี่ยว เรามารับคำท้ากันเถอะ!"

“จ้าวหยู่!”

เมื่อเหมี่ยวอิงเห็นจ้าวหยู่เข้ามาใกล้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอก็ดันไหล่เขาออกไปอย่างรวดเร็ว แต่จ้าวหยู่ไม่ขยับไปไหน เขาส่งสัญญาณบางอย่างให้เธอด้วยสายตาของเขาและมองไปที่หวังเซินเหยา

"หัวหน้าทีมหวัง คุณควรกลับบ้านไปเอาซีเมนต์ทาหน้าซะ กำปั้นของหัวหน้าทีมเหมี่ยวของเราแรงมาก เธออาจเผลอทำหัวของคุณแตกดังโพล๊ะได้! วะฮ่าฮ่าฮ่า!"

เสียงหัวเราะของจ้าวหยู่ ทำให้นักสืบจากแผนกสืบสวนเพิ่มความมั่นใจและพวกเขาก็เริ่มหัวเราะด้วย

"ตกลง! ตกลง!" หวังเซินเหยาหุบรอยยิ้มไว้และจ้องมองที่จ้าวหยู่ "แต่ฉันขอเตือนพวกคุณไว้ว่าให้เตรียมตัวแพ้ได้เลย!" จากนั้นเขาก็โบกมือและจากไปพร้อมกับสมาชิกของทีมเฉพาะกิจ

“จ้าวหยู่!” เหมี่ยวอิงดึงเขาไปข้างหน้าและโวยว่า "คุณมันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว! ไม่เห็นรึไงว่าพวกเราเตรียมการเรื่องนี้เอาไว้แล้ว!”

เหมี่ยวอิงยังไม่ทันจะพูดจบประโยค จ้าวหยู่ก็หยิบแฟลชไดรฟ์ออกมา

"หัวหน้าทีมเหมี่ยว ใจเย็น ๆ ก่อน ฉันมีเรื่องจากบอกกับคุณ ในระหว่างที่คุณปะทะฝีปากกับหวังเซินหยา ฉันได้ไปทำเรื่องสนุก ๆ มาด้วยล่ะ" จ้าวหยู่แสดงรอยยิ้มปีศาจออกมา "ฉันได้ไปเดินเที่ยวรอบ ๆ ห้องทำงานของพวกเขามา!"

“อ่า… นี่คุณ…” เหมี่ยวอิงหยิบแฟลชไดรฟ์และตระหนักว่ามันอาจมีข้อมูลคดีจากฝ่ายตรงข้าม เมื่อเธอหยิบแฟลชไดรฟ์ เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายในห้องทำงานของทีม B

"อ๊าก!!! ไอ้สารเลวนั่นทำลายกระดานไวท์บอร์ดของเราเหรอ!”

“มีคนลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของฉัน!”

“โธ่เว๊ย!!”

จบบทที่ CD บทที่ 299 มาลองทำเรื่องให้น่าตื่นเต้นกว่านี้กันเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว