เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 262 ฆาตกรโรคจิต?

CD บทที่ 262 ฆาตกรโรคจิต?

CD บทที่ 262 ฆาตกรโรคจิต?


"เราไม่สามารถตัดความเป็นไปได้นี้ไปได้!" เหมี่ยวอิงพยักหน้า “พวกโจรรู้การทำงานของธนาคารเป็นอย่างไรดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาทำงานหรือช่วงเวลาพักของเจ้าหน้าที่ การตัดไฟ การงัดห้องนิรภัย สุดท้ายก็หลบหนีออกไป พวกเขาเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด ฉันไม่คิดว่าคนนอกจะทำเรื่องพวกนี้ได้ง่าย ๆ”

“นอกจากนี้ เราได้ตรวจสอบมาแล้วค่ะ” หลี่เบ่ยหนีสนับสนุน "เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารฉินชานขาดทุนมหาศาลเนื่องจากสูญเสียความไว้วางใจ หากเงินทุนไม่เพียงพอและพวกเขาใกล้จะล้มละลายค่ะ."

“ดังนั้น พวกผู้บริหารจึงตัดสินใจตั้งวางแผนและปล้นธนาคารของตนเอง?” จ้าวหยู่ส่ายหัวและหัวเราะ “เอาล่ะ เราสามารถเขียนบทและส่งไปที่ฮอลลีวูดทำหนังได้แล้ว!”

"ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้!" เหมี่ยวอิงเพิกเฉยต่อมุกตลกของจ้าวหยู่และกล่าวต่อ “เหตุผลที่พวกเขาขโมยจากกล่องนิรภัยเป็นเพราะผู้บริหารธนาคารรู้ว่ามีสิ่งที่น่าสงสัยมากมายในห้องนิรภัย แม้ว่าพวกมันจะถูกขโมย แต่เจ้าของอาจไม่กล้าแสดงความเป็นเจ้าของต่อพวกมัน!”

“หรืออีกอย่าง...” หลี่เบ่ยหนีเสริมทันที “ในห้องนิรภัยมีของมีค่าอย่างพวกทองคำ ถ้าพวกเขาสามารถนำพวกมันไปขายได้ พวกเขาก็จะทำเงินได้เป็นล้าน!”

จ้าวหยู่ยังคงส่ายหัว

“จ้าวหยู่ อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ่งที่เรากำลังพูด!” เหมี่ยวอิงกล่าวต่อ "กรณีเช่นคุณที่คุณเพิ่งฝากของมีค่าไว้ชั่วคราวนั้นหายากมาก ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเก็บสิ่งของเหล่านั้นไว้เป็นเวลานาน”

“ไม่ว่าอย่างไร คนพวกนี้รวยอยู่แล้ว พวกเขาสามารถซื้อตู้เซฟที่มีความปลอดภัยสูงมาและเก็บของที่บ้านก็ได้ แต่ทำไมพวกเขาถึงจะฝากมันไว้ในธนาคาร? เพื่อความปลอดภัยงั้นเหรอ?”

“อาจเป็นเพราะพวกมันเป็นของเทา ๆ และกลัวว่าจะถูกค้นพบหากอยู่ใกล้ตัวเกินไป” จ้าวหยู่ยักไหล่และตอบ “แต่มันไม่เหมือนกับห้องนิรภัยของธนาคาร ตราบใดที่พวกเขาให้ข้อมูลปลอม จำรหัสผ่านและเก็บกุญแจไว้กับตัว พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลจะมีใครค้นพบของพวกนั้น”

“แต่พวกคุณไม่คิดหรือว่าถ้าผู้บริหารธนาคารทำอะไรแบบนี้ พวกเขาคงจะโง่เกินไปจริงมั้ย?” จ้าวหยู่เปลี่ยนน้ำเสียงและโต้กลับ "ทันทีที่พวกโจรถูกจับ ความจริงก็จะปรากฏในทันที นี่คงเป็นการทำลายธนาคารไม่ใช่หรือ? ถ้าผู้บริหารทั้งหมดถูกส่งตัวเข้าคุก ทุกอย่างก็จะพังทลาย พวกคุณไม่คิดว่าความเสี่ยงนี้มันจะคุ้มจริง ๆ งั้นเหรอ?”

“สิ่งที่คุณพูดนั้นสมเหตุสมผล แต่เรายังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด!” เหมี่ยวอิงโต้กลับ “แล้วถ้าพวกเขาคิดแผนที่สมบูรณ์แบบแล้วและพวกเราจับคนร้ายไม่ได้ล่ะ?”

“ถ้าคุณพูดแบบนั้น ฉันจะไปสอบสวนธนาคารให้ละเอียด!” จ้าวหยู่ตบหน้าอกของเขาอย่างมั่นใจ “หัวหน้าทีมเหมี่ยว คุณไม่ต้องกังวลไป ตราบใดที่ฉัน จ้าวหยู่ เป็นคนลงมือ ความจริงก็เปิดเผยโดยทันที ฉันจะตรวจสอบว่ามีคนในของธนาคารเกี่ยวข้องหรือไม่? ตกลงไหม?”

"จ้า ๆ" เหมี่ยวอิงหาวอย่างเหนื่อยขณะที่เธอเหลือบมองจ้าวหยู่ “จ้าวหยู่ คุณจะพูดว่าพระเจ้าจะช่วยเหลือคุณอีกแล้วงั้นเหรอ? ฉันเห็นคุณหยิบกุญแจกล่องนิรภัยของคุณแล้ว คุณแค่ต้องการไปที่ธนาคารโดยเร็วแล้วเอาเงินสองแสนกลับมา อย่ามาพูดให้ตัวเองดูดีหน่อยเลยดีกว่า!”

“โอ้? นี่ฉันถูกจับได้แล้วสินะ?” จ้าวหยู่ยอมรับและชมเชยเหมี่ยวอิง “หัวหน้าเหมี่ยว คุณคือยอดนักสืบจริง ๆ ทันทีที่ฉันขยับก้น คุณก็รู้…” จ้าวหยู่ยังไม่ทันจะพูดจบ เขาก็โดยขัดจังหวะ

“อี๋!” หลี่เบ่ยหนีตะโกนทันทีว่า "พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง!"

จ้าวหยู่ต้องการยืนขึ้นและจากไป แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นข้อมูลที่เพิ่มใหม่บนไวท์บอร์ด

"โอ้?" เมื่อเห็นชื่อใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง เขาจึงถามว่า "ต้วนต้าเฉิง นี่ใคร เขามาจากไหน?"

“เขาเป็นสามีของกงซิ่วเจิน ลุงห้าของหัวหน้าถัง” เหมี่ยวอิงกล่าว “เขาก็หายตัวไปด้วย!”

‘อา? หายตัวไป?’

"เดี๋ยว เดี๋ยว" จ้าวหยู่เกาหัวของเขา "ฉันงงไปหมดแล้ว! ทำไมยังมีคนหายอีก?"

จากนั้น เหมี่ยวอิงบอกจ้าวหยู่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงเรื่องของกงซิ่วเจิน, ต้วนต้าเฉิงและถงหยุน

"ไม่มีทาง?" จ้าวหยู่ขมวดคิ้ว “วิธีที่ทั้งสามคนหายตัวไปนั้นค่อนข้างแปลกมาก เนื่องจากกงซิ่วเจินตายไปแล้ว อีกสองคนก็เสียชีวิตเหมือนกันใช่มั้ย?”

“เราไม่สามารถพูดแบบนั้นได้ค่ะ” หลี่เบ่ยหนี่กล่าว “ทั้งสามคนหายตัวไปในช่วงเวลาและสถานที่ที่ต่างกัน เราไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งสามคนได้ค่ะ”

“หลี่เบ่ยหนีพูดถูก ก่อนที่เราจะพบหลักฐาน เราไม่สามารถคาดเดาได้” เหมี่ยวอิงกล่าว “ตอนนี้ เราแน่ใจได้เพียงว่ากงซิ่วเจินตายแล้ว ส่วนอีกสองคนเรายังไม่สามารถยืนยันอะไรได้เลย!”

"เรื่องนี้มีประเด็นหลายอย่างที่ชวนตั้งคำถามมากเลยทีเดียว" เหลียงฮวนส่ายหัวและพูดต่อ "อย่างแรกก็คือกงซิ่วเจิน เธออายุ 70 แล้ว เธอเป็นหญิงชราที่เป็นม่าย ไม่มีเงินหรืออำนาจ คนร้ายบ้าไปแล้วหรือ ทำไมเขาถึงต้องการฆ่าเธอ?"

"เชี่ย!" จ้าวหยู่อุทานออกมาทำให้ทุกคนประหลาดใจ “หรือว่า… เป็นการค้าอวัยวะ!?”

"ไม่ใช่แน่นอน!" เหมี่ยวอิงตอบกลับทันที “อวัยวะของกงซิ่วเจินนั้นอยู่ครบสมบูรณ์ จ้าวหยู่ คุณเนี่ยชอบสบถออกมาเป็นประจำเลย ช่วยระวังคำพูดหน่อยได้ไหม?”

“หรือว่ากงซิ่วเจินตายด้วยโรคประจำตัว!” จ้าวหยู่กำหมัดของเขาในขณะที่เขาเดายังคาดเดาต่อไป “ตัวคนร้ายคงจะเพิ่งรู้ตัวว่าหลังจากที่เธอตายไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องซ่อนหลักฐานและเขาก็คิดวิธีนี้ขึ้นมา!”

“เฮ้อ…” หน้าผากของหลี่เบ่ยหนี่เต็มไปด้วยรอยย่น “รุ่นพี่คะ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นทำไมคนร้ายถึงไม่ขุดหลุมฝังศพล่ะคะ อย่าลืมสิว่าการนำสิ่งของในห้องนิรภัย มันต้องเงินหลายหมื่นหยวนเลยนะคะ”

"แล้วอีกอย่าง" เหมี่ยวอิงส่ายหัวของเธอ “การชันสูตรพลิกศพยืนยันว่าผู้ตายไม่มีอาการป่วยมาก่อน ข้อมูลใหม่จากแผนกนิติวิทยาศาสตร์ยังยืนยันว่ากงซิ่วเจินเสียชีวิตจากากรอดอาหารตายจริง ๆ!”

"หา!?" จ้าวหยู่ตกตะลึง

‘นี่มันแปลกจริง ๆ ผู้สูงอายุที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ซึ่งเงินหรืออำนาจ ทำไมคนร้ายถึงต้องจะทำอะไรโหดร้ายกับเธอ อย่างการทำให้เธออดอาหารจนตาย?’

"โอ้! เข้าใจแล้ว!" ดวงตาของจ้าวหยู่เบิกกว้างในขณะที่เขาหยุดระหว่างคำพูด "คนร้ายคนนี้ต้องเป็นฆาตกรโรคจิตแน่นอน!!"

เหมี่ยวอิงและหลี่เบ่ยหนีเกือบจะเป็นลมเนื่องด้วยความโกรธ เรื่องพวกนี้พวกเธอคิดออกเองได้อยู่แล้ว

“คนร้ายต้องมีปัญหาทางจิตแน่นอน!” จ้าวหยู่กัดฟันของเขา “เขาฆ่าเพื่อความสนุก ช่างโหดร้ายอะไรอย่างนี้! เขาต้องเตรียมการมาอย่างดี ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงใช้เครื่องสุญญากาศเพื่อปิดผนึกเหยื่อของเขา พวกคุณพบพนักงานธนาคารที่เปิดกล่องนิรภัยของฆาตกรหรือยัง?”

"เราทำแล้วค่ะ!" หลี่เบ่ยหนีตอบกลับ “เราโทรหาพวกเขาแล้ว แต่พวกเราไม่ได้รายละเอียดอะไรมากนัก เนื่องจากทางพนักงานไม่สามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้นเป็นชายหรือหญิง!”

"อะไรนะ!?" จ้าวหยู่ตกใจเมื่อถามว่าทำไม

หลี่เบ่ยหนีอธิบายให้เขาฟังทันที เห็นได้ชัดว่ามีหลายคนที่มาใช้บริการห้องนิรภัยมักจะลงทะเบียนโดยใช้ชื่อปลอม มีแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้บริหารองค์กร หรือแม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คนเหล่านี้มักมาพร้อมกับหน้ากาก แว่นตาหรือหมวกพร้อมเสื้อคลุมขนาดใหญ่เพื่อปกปิดตัวตนของพวกเขา

ดังนั้นพนักงานที่รับผิดชอบห้องนิรภัยจึงไม่รู้อะไรมากนัก ทางธนาคารสนใจแต่เรื่องเงิน ใครจะสนรายละเอียดพวกนี้?

ตามความทรงจำของพนักงาน เขาจำได้แค่ว่าคน ๆ นั้นไม่สูงเกินไป และถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้ สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เขาไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาเป็นชายหรือหญิง ด้วยคำให้การของเขา จึงทำให้ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ฝากร่างของกงซิ่วเจินไว้ในห้องนิรภัยนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

"อืม..." เหมี่ยวอิงแบ่งปันความคิดเห็นของเธอว่า “ถ้าคุณถามฉันล่ะก็ ฉันคิดว่าการปล้นธนาคารและศพในธนาคาร มันน่าจะถูกแยกเป็นสองคดี เนื่องจากมันไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ที่เชื่อมระหว่างเหตุการณ์ทั้งสองเลย!”

“แล้วการปล้นธนาคารล่ะ ไม่มีข่าวอะไรเลยเหรอ?” จ้าวหยู่ถาม

"ไม่มีเลย!" เผิงซินผู้รับผิดชอบคดีปล้นธนาคาร เธอส่ายหัวทันที “พวกโจรพวกนั้นมันเจ้าเล่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ แผนกนิติวิทยาศาสตร์ไม่พบลายนิ้วมือใด ๆ แม้ว่าจะมี DNA อยู่บนหน้ากาก แต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามาจากคนร้ายหรือไม่

แล้วอีกอย่าง พวกเพิ่งรู้ว่ารถของคนร้ายขับไปทางเขต LC เรากำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่ แต่ยังไม่มีพบเบาะแสใด ๆ!" จากนั้นเธอก็หันมาพูดพบเขา "หยู่ นายรีบไปสอบสวนที่ธนาคารทีเถอะ ฉันหวังจริง ๆ ว่ามันจะเป็นฝีมือของคนใน มันจะช่วยพวกเราได้มากเลย"

“ได้เลยครับพี่สาว แล้วก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปเร็วเกินไป!”

จ้าวหยู่สังเกตว่าสถานการณ์ไม่ต่างจากเมื่อก่อนมากนักและหันหลังกลับ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปอีกสองก้าว เขาก็นึกถึงคำว่า ‘Kun’ ได้ทันควัน เขาหันหลังกลับและรีบพูดกับเหมี่ยวอิงว่า

“แล้วอีกอย่าง หัวหน้าทีมเหมี่ยว ทำไมคุณไม่อยู่ที่นี่วันนี้ล่ะ? ทิ้งงานภายนอกไว้ให้ฉันจัดการ คุณอย่าเพิ่งออกไปเลย!”

จ้าวหยู่พูดอย่างกังวล เขากลัวว่าเหมี่ยวอิงจะมีจุดจบที่น่าเศร้าเช่นเดียวกับคูปิง

แต่น่าเศร้า เหมี่ยวอิงไม่อาจรับรู้ถึงจุดประสงค์ของจ้าวหยู่ได้

“จ้าวหยู่ ระหว่างทางกลับจากธนาคาร คุณควรแวะพบจิตแพทย์นะ!” เหมี่ยวอิงมองดูจ้าวหยู่และพูดอย่างสับสน "ทำไมคุณถึงทำตัวแปลก ๆ ในช่วงไม่กี่วันมานี้ คุณติดหนี้ใครหรือเปล่า? หรือคุณจะเผลอไปทำใครท้อง?"

"คุณ? คุณกำลังท้องเหรอ?" จ้าวหยู่ชี้ไปที่ท้องของเหมี่ยวอิงแล้วแสร้งทำเป็นตกใจ

“อุ๊บ!” หลี่เบ่ยหนีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แต่หยุดกลางคันเนื่องจากเธอเห็นลำแสงที่ออกมาจากดวงตาของเหมี่ยวอิง

“เอาล่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องสุขภาพจิตของฉัน แค่จำไว้นะว่าวันนี้อย่าออกจากสถานีก็พอ!” เพื่อให้แน่ใจว่าเหมี่ยวอิงจะฟังเขา เขาถึงกับวาดนิ้วราวกับว่ากำลังทำนายตามแบบแผนจีน "มิฉะนั้นความหายนะจะเกิดขึ้นกับคุณ!"

“จ้าวหยู่ แกอยากตายมากใช่ไหม?” เหมี่ยวอิงโกรธจัดและชี้ไปที่จ้าวหยู่ด้วยความโมโห “ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเมื่อคืนฉันยังไม่ได้นอน ฉันคงเตะแกออกไปทางหน้าต่างแล้ว! ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไสหัวออกไปไม้พ้นหน้าฉันซะ!”

"ครับ ครับ" จ้าวหยู่วิ่งไปอย่างไม่รีบร้อน

“เฮ้อ∼ นับวันรุ่นพี่ยิ่งทำตัวเพี้ยนขึ้นไปทุกที” เมื่อเห็นว่าจ้าวหยู่ออกไปไกลแล้ว หลี่เบ่ยหนีก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย “ตอนนี้เขาทำท่าทางเหมือนกับตัวเองเป็นซินแสเห็นอนาคตอีก เฮ้อ∼ ผู้ชายคนนี้…”

จบบทที่ CD บทที่ 262 ฆาตกรโรคจิต?

คัดลอกลิงก์แล้ว