เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 76 งานอดิเรกที่ถูกมองข้าม

CD บทที่ 76 งานอดิเรกที่ถูกมองข้าม

CD บทที่ 76 งานอดิเรกที่ถูกมองข้าม


การฝึกอบรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ตำรวจที่เข้าร่วมมาจากมณฑลฉินชานซะเป็นส่วนใหญ่ ในการฝึกอบรบประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือส่วนทฤษฎีและส่วนปฏิบัติ

ภาคทฤษฎีส่วนใหญ่เป็นการสอนความรู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านเทคโนโลยีทางนิติวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ขณะที่ภาคปฏิบัติจะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาชีพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมได้ดียิ่งขึ้น

การฝึกอบรมจะดำเนินไปเป็นเวลา 5 วัน เป็นบทเรียนที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ระดับสูงของประเทศ อีกทั้งยังมีทหารผ่านศึกมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตำรวจที่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้จะต้องมีผลงานที่โดดเด่นมากพอเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น นอกจากจ้าวหยู่จากทีมเอแล้ว มีหลันโบจากทีมบีแล้ว ยังมีฝ่ายเทคนิคจากห้องปฏิบัติการจากแผนกนิติเวชที่ชื่อฮูบินเข้าร่วมด้วย

ห้องพักที่ใช้ระหว่างการอบรมแต่ละห้องจะแชร์กันอยู่ 3 คน เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ชายกันหมดเลยไม่ได้เดือดร้อนอะไร หลันโบกับฮูบินอายุน้อยกว่าจ้าวหยู่ พวกเขาเป็นมิตรที่ดีและมักจะเรียกจ้าวหยู่ว่า ‘พี่ใหญ่’ ตลอด จ้าวหยู่จึงเข้ากับพวกเขาอีก 2 คนได้ดี

ในวันแรก ทั้งสามคนพากันไปโรงแรมใกล้ ๆ เพื่อหาอะไรดื่มตอนที่คนดูแลไม่อยู่ หลันโบบอกว่าพ่อของเขาชื่นชอบ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนมาก แถมนามสกุลพวกเขายังชื่อหลันอีก เลยทำให้เขาได้ชื่อหลันโบมาซึ่งฟังดูเผิน ๆ อาจจะฟังดูเหมือนแรมโบ้ แต่เขากลับมีร่างที่ผอมบางชนิดที่ว่าคนละขั้วกับแรมโบ้ในภาพยนตร์เลย

ขณะเดียวกัน ฮูบินเองก็มีรูปร่างที่ต่างจากหลันโบด้วยเช่นกัน เขามีร่างที่สูงใหญ่ดูทะมัดทะแมงและไม่ได้สวมแว่นตา เขาดูเหมือนตำรวจที่น่าเกรงขาม อย่างไรก็ตาม งานที่เขาทำคืองานที่ต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมากในการเก็บหลักฐานส่วนใหญ่จากที่เกิดเหตุและทำการวิเคราะห์ในห้องแลปปฏิบัติการ

การที่ได้ยินฮูบินพูดถึงงานตัวเอง จ้าวหยู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามถึงหวังเฟ่ยที่ทั้งสวยและมีเสน่ห์ เขาหวังจะได้ยินเรื่องราวซุบซิบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเธอบ้าง ใบหน้าฮูบินเคร่งขรึมขึ้นมาในทันทีเมื่อมีการกล่าวถึงหัวหน้าเฟ่ย เขาไม่รู้เรื่องราวอะไรของเธอมากนัก เขารู้แค่ว่าเธอเป็นคนที่ขยันขันแข็งและไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ เด็ดขาด ผู้น้อยแบบเขาเลยต้องระมัดระวังอยู่เสมอ

จ้าวหยู่จับใจความมาได้แค่เฉพาะตอนที่ฮูบินบอกว่าเธอสามารถก้าวเข้ามาในตำแหน่งนี้ได้ด้วยตัวของเธอเอง ครั้งแรกที่จ้าวหยู่เห็นเธอ เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังในตำแหน่งของเธอนี้หรือไม่

ก่อนการฝึกอบรมจะเริ่มต้นขึ้น จ้าวหยู่วางแผนที่จะเรียนรู้และปรับปรุงวิธีการสืบสวนคดีของเขาเพื่อตอบสนองความตั้งใจของเผิงซิน อย่างไรก็ตาม การอบรมครั้งนี้ทำเขาสับสนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรยายเกี่ยวกับจิตวิทยาอาชญากร, นิติวิทยาศาสตร์และพวกเทคโนโลยีต่าง พวกเขาได้บรรยายเป็นศัพท์ภาษากรีกทั้งหมด

ในช่วงบ่ายเป็นการอบรมค่านิยมหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำเอาจ้าวหยู่ถึงกับไปไม่เป็น ในแต่ละครั้งที่นักบรรยายพูดถึงหลักคำสอนในพระไตรปิฎก ทำเอาจ้าวหยู่ปวดหัวไม่หยุดทุกครั้งที่ได้ยิน เขาใช้ห้องน้ำเป็นที่พักจนการอบรมครั้งนี้สิ้นสุดลง

ในวันที่สองเป็นเรื่องบทเรียนที่เกี่ยวกับข้อมูลตำรวจและหน่วยสืบราชการลับ เขาจึงขอให้หลันโบไปเช็คชื่อเขาให้แทน ขณะที่ตัวเองนอนหลับตลอดทั้งวัน

วันที่สามก็เช่นกัน เขาเอาแต่เล่นโทรศัพท์ตลอดเวลา ทั้งเล่นเกมส์และวีแชท แม้จะมีช่วงเวลาที่น่าเบื่อบ้างแต่ก็ผ่อนคลายดี มันก็ทำให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับระบบปาฏิหาริย์ได้ดีขึ้นหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน เขาเปิดระบบตลอด 3 วันที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีการผจญภัยใด ๆ เข้ามาเลยตั้งแต่วันแรกของการฝึกอบรม อัตราการสำเร็จสำหรับ 3 วันที่ผ่านมามีน้อยกว่า 50% รวมกันเสียอีก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้รับรางวัลอะไรเลย ถึงแม้เขาจะมีระบบปาฏิหาริย์ช่วยก็จริง แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเขาไม่ได้คิดริเริ่มการผจญภัย

จ้าวหยู่เคยกังวลเรื่องการเปิดระบบปาฏิหาริย์ว่าจะต้องเป็นเฉพาะบุหรี่ที่ได้รับมาจากแท็กซี่เท่านั้นไหม? เมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาเปิดระบบเสร็จ เขาจะพยายามดับไฟบุหรี่ลงอย่างรวดเร็วเพื่อเอาไว้ใช้งานในครั้งต่อ ๆ ไป ต่อมาเขาถึงค้นพบว่าการเปิดระบบนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุหรี่แต่อย่างใด เช้าวันก่อนเขาเผลอจามออกมาเสียงดังและเสียงระบบก็เริ่มเปิดทำงานในทันที ดูเหมือนว่าการจามคือสิ่งที่เชื่อมต่อเขาเข้ากับระบบ โดยมีการจุดบุหรี่สูบที่เป็นวิธีรวดเร็วในการทำให้จามเท่านั้น

แม้ว่าอัตราการสำเร็จในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาไม่สูงนักและเขาไม่ได้รับรางวัลใด ๆ จ้าวหยู่ก็ยังสามารถนอนหลับได้เป็นอย่างดี เขาผ่อนคลายและมีความสุขมาก เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรที่เขาจะไม่มีการผจญภัยเข้ามาเพราะเขาสามารถใช้เวลานี้ชดเชยความเครียดที่สั่งสมมาตลอดได้! มันจะเป็นประโยชน์มากขึ้นถ้าเขาได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอไม่ใช่หรือ?

จ้าวหยู่ยังคงนึกถึงคดีศพในอ่างเก็บน้ำอยู่ทุกวัน เขาก็คอยสอบถามความคืบหน้าของคดีกับหลี่เบ่ยหนีและคนอื่นอยู่บ่อย ๆ ทีมเอได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อคดีในครั้งนี้ หลังผ่านการตรวจสอบไปแล้วสามวัน พวกเขาก็ได้รับความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญและยังสามารถกำหนดแรงจูงใจและผู้ต้องสงสัยได้อีกด้วย!

คดีศพลอยน้ำเป็นคดีที่พบได้บ่อย เผิงอันหนีคือผู้หญิงที่บริการเครื่องดื่ม เธอต้องรู้จักกับผู้ชายมากหน้าหลายตาเพื่อหาเลี้ยงชีพ เธอได้รับการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับข้าราชการพลเรือนจากสำนักเทคโนโลยี ข้าราชการคนนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว จึงไม่สามารถบอกเรื่องการนอกใจของเขาสู่คนอื่นได้ เผิงอันหนีที่ไม่พอใจกับสถานการณ์แบบนี้เลยพยายามบังคับให้เขาหย่ากับภรรยาเพื่อที่ว่าจะได้ให้เขามาแต่งงานกับเธอแทน เมื่อเกิดการโต้เถียง คนร้ายทนไม่ไหวจึงเผลอลงมือฆ่าเธอลงไปด้วยความโกรธก่อนจะโยนร่างเธอลงอ่างเก็บน้ำเพื่อทำลายหลักฐาน

คดีทั้งหมดตรงไปตรงมาเป็นเหตุเป็นผลอย่างชัดเจน ทว่าพวกเขากลับพลาดรายละเอียดที่สำคัญ ทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นมา นั่นก็คือคนร้ายรายนี้มีงานอดิเรกที่เป็นเอกลักษณ์มากซึ่งเป็นเหตุให้คดียังไม่สามารถปิดลงได้ งานอดิเรกที่ว่านั่นก็คือเป็นนักปากัวร์[1]มือสมัครเล่น!

ในวันที่มีการสืบสวน ทีมเอได้เข้าไปที่สำนักเทคโนโลยีเพื่อเข้าจับกุมตัวเขา แม้ว่าจะถูกใส่กุญแจมือไปหนึ่งข้างแล้วแต่เขาก็สามารถวิ่งหนีไปจากฝูงชนตรงนั้นได้ เจ้าหน้าที่ต่างพากันตกใจและพยายามวิ่งไล่ให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถวิ่งไล่จับนักปากัวร์มือสมัครเล่นคนนั้นได้เลย สุดท้ายพวกเจ้าหน้าที่ก็ถูกทิ้งเอาไว้อยู่เบื้องหลัง

คดีนี้ไม่สามารถปิดลงได้ ถ้าหากคนร้ายยังไม่ถูกจับกุม ยิ่งไปกว่านั้นดันเกิดสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจเกิดขึ้นในทีมเอขึ้นมา เนื่องจากทีมเอได้ตั้งใจไว้ว่าจะนำความภาคภูมิใจและเกียรติยศมาสู่ทีมให้ได้ แต่กลับต้องเป็นตัวตลกให้กับคนอื่น ๆ แทน เป็นที่แน่นอนว่าเผิงซินโมโหมาก เธอเร่งระดมทีมทั้งหมดเพื่อจับผู้ต้องหาครั้งนี้ให้ได้

จ้าวหยู่รู้สึกหดหู่เมื่อได้รู้ข่าว ถ้าหากเขาไม่มาเข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้เขาจะต้องจับกุมตัวคนร้ายและคว้าเงินรางวัลมาได้อีกครั้งแน่นอน

[1] ปาร์กัวร์หรือฟรีรันนิง กีฬาผาดโผนที่อาศัยการปืนป่านข้ามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ

จบบทที่ CD บทที่ 76 งานอดิเรกที่ถูกมองข้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว