เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 67 ใครควรเป็นผู้สืบทอดของคุณ

CD บทที่ 67 ใครควรเป็นผู้สืบทอดของคุณ

CD บทที่ 67 ใครควรเป็นผู้สืบทอดของคุณ


“Kan(น้ำ) Gen(ภูเขา) หยาดน้ำจากก้นบึ้งกับภูเขาอันมั่นคง มุ่งหาน้ำก่อนพานพบกับภูเขา”

เมื่อได้ยินคำทำนายที่แสนเข้าใจยาก จ้าวหยู่ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลย นอกจากว่าวันนี้ การผจญภัยของจะไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและเพราะองค์ประกอบของระบบสุดลึกลับ ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เขาไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร มันยิ่งเป็นการส่งผลให้จ้าวหยู่คาดหวังไว้สูงมากกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้

เมื่อถึงเวลา 8 โมงเช้ำ ได้มีพิธีการมอบรางวัลกับทางสถานีหรงหยาง ส่วนใหญ่ก็เป็นการมอบเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จึงไม่ได้จัดงานยิ่งใหญ่แหมือนตัวเมืองเมื่อวานและก็เห็นได้ชัดว่าคนที่เข้าร่วมควรจะมีแค่เจ้าหน้าที่ในสถานีเท่านั้น อย่างไรก็ตำม หัวหน้าโจวอุนดงและรองหัวหน้าหลันเสี่ยวเสี่ยว จากแผนกสืบสวนก็ได้เข้าร่วมพิธีนี้ด้วย

ในระหว่างงาน หัวหน้าโจวได้กล่าวชมเชยให้กับสมาชิกของแผนกสืบสวนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นซึ่งพวกเขาสามารถสังเกตได้ว่าการทำงานเป็นทีมในแผนกนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการไขคดีใหญ่ ๆ ได้ถึง 2 คดี

เขายกย่องคูปิงจากทีม B ว่าการทำงานของเธอมีส่วนช่วยให้คดีคืบหน้าไปได้อย่างมากกับทั้ง 2 คดี ถ้าไม่ใช่เพราะความเป็นผู้นำของเธอ มันคงจะไม่สามารถจบคดีได้อย่างรวดเร็วและสวยงามขนาดนี้

แต่สำหรับผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทั้งสองคดีนี้อย่าง จ้าวหยู่ หัวหน้าโจวกลับไม่ได้กล่าวถึงมากนัก พูดเพียงแต่ว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างจ้าวหยู่กับคูปิงก็เท่านั้นและไม่ได้มีการกล่าวถึงรางวัลที่ทั้งสองคนต่างได้รับมาอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าจ้าวหยู่เริ่มไม่พอใจกับงานนี้เข้าซะแล้ว

‘นี่มันอะไรกันเนี่ย?’ จ้าวหยู่คิด ‘แม้ว่าทุกคนจะมีส่วนร่วมกับคดีก็จริงแต่คนที่จบคดีก็ฉันคนนี้ไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมถึงไม่พูดเรื่องนี้ในงานพิธีมอบรางวัลกัน?’

ขณะที่จ้าวหยู่กำลังนั่งฟังอยู่ คิ้วของเขาค่อย ๆ ย่นขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นหลิวชางฮูที่ฝั่งตรงข้ามกำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอมยิ้มแต่ทว่าทันทีที่จ้าวหยู่หันไปสบตาด้วย เขาก็รีบหุบยิ้มลงในทันที

“แปลก ๆ แฮะ” จ้าวหยู่พูดขึ้นกับตัวเองอย่างสงสัย และเมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จ้าวหยู่ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างและก็เป็นไปตามที่เขาได้คาดเดาเอาไว้จริง ๆ หลังจากที่หัวหน้าโจวพูดชมเชยเสร็จ เขาก็จัดการเปลี่ยนหัวข้อในงานโดยทันที

“เอาล่ะทุกคน ตั้งใจฟังกันให้ดี! ฉันอยากจะใช้โอกาสนี้เพื่อประกาศเรื่องสำคัญ สิ่งที่ฉันจะพูดนั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของเรา หัวหน้าแผนกจินเจินปิง ท่านมีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในระยะหลังมานี้ ดังนั้น ทางเบื้องบนเลยมีคำสั่งให้ หลิวชางฮูเข้ามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกสืบสวนแทนและเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บของเหมาเว่ยที่ยังคงฟื้นตัวอยู่นั้น หน้าที่ของหัวหน้าทีม A จะรักษาการโดยเผิงซินและด้วยความสามารถที่ยอดเยี่ยมมของตัวคูปิงเอง นอกจากที่เธอจะเป็นหัวหน้าทีม ฺB และเป็นรองหัวหน้าให้กับทีมสืบสวนอีกด้วย”

ทันทีที่ได้ยินการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งก็เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นมาในทันที สาเหตุหลักก็น่าจะมาจากการสละตำแหน่งของหัวหน้าจินที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ไม่สบายงั้นหรอ? ชายแก่นั่นก็ดูสุขภาพดีจะตายไป ทำไมถึงไม่สบายขึ้นมาได้? นอกเสียจากว่าการไม่สบายนั้นมันก็แค่ข้ออ้างในการเปลี่ยนแปลงทางตำแหน่งใช่ไหม?

“ทุกคนอยู่ในความสงบ!” เมื่อเห็นการถกเถียงที่เริ่มลุกลามไปใหญ่ หัวหน้าโจวก็รีบยกมือขึ้นเพื่อให้ ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบตามเดิมอีกครั้ง “การออกจากตำแหน่งของหัวหน้าจินเป็นเพียงแค่การออกแบบชั่วคราวเท่านั้น ถ้าหากท่านสามารถรักษาตัวกลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว ท่านก็มีสิทธิ์ที่ท่านจะกลับมาทำงานในเร็ว ๆ นี้!”

“ใช่แล้วล่ะทุกคน!” รองหัวหน้าหลัวเสี่ยวเสี่ยว ผู้มีประสบการณ์ในด้านการพูดขึ้น ทำให้หัวหน้าโจวหยุดชะงัก “ทุก ๆ คนก็อาจจะเห็นกันอยู่แล้วว่าทั้งชางฮู เผิงฉินและคูปิงเอง ต่างก็มีความสามารถในระดับเอซของหน่วยสืบสวนกันทั้งนั้น ทั้งในแง่การทำงานและประสบการณ์ต่าง ๆ ฉันเชื่อว่าทั้ง 3 คน จะต้องเป็นผู้นำที่ดีในการสร้างบทบาทใหม่ ๆ ให้กับพวกเราได้อย่างแน่นอน ฉันหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดีนะ มาเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทำงานในสถานีของพวกเรากันเถอะ!”

เมื่อพูดจบ หลันเสี่ยวเสี่ยวก็นำทุกคนปรบมือไปพร้อม ๆ กัน อย่างพร้อมเพรียง

หลังจบการมอบรางวัล ในฐานะรักษาการหัวหน้าหลิวชางฮู เขาได้ขึ้นไปให้คำสาบานที่ขัดกับตัวตนจริง ๆ ของเขาเสียเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่นการที่เขาสาบานว่าจะตั้งใจทำงานอย่างหนักและจงรักภักดีต่อสมาชิกในหน่วยบลา ๆ

และแล้วพิธีการนี้ก็เสร็จสิ้นลงลงไปเสียที มันออกจะน่าเบื่อมากเกินไปหน่อยสำหรับจ้าวหยู่ เขาไม่ได้สนใจว่าใครจะมีตำแหน่งเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

จ้าวหยู่คิดกับตัวเองว่า ‘ใครจะทำอะไรก็ทำไป ขอแค่ได้เงินรางวัลมาก็พอแล้ว จะเชิดชูหรือให้กำลังใจกันหรือไม่ก็ตาม ยังไงฉันก็ยังจะทำตามหน้าที่และดำเนินการจับคนร้ายเพื่อเงินรางวัลต่อไป!’

ทันทีที่หัวหน้าโจวได้ออกจากโพเดียมไป ทุกคนในหน่วยสืบสวนต่างระเบิดความวุ่นวายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“เกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าจินหรือเปล่า? เพราะเขากำลังป่วยใช่ไหมเราเลยไม่ได้เห็นเขามาสองสำมวันแล้ว?”

แต่ถึงแม้จะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายก็ตำม แต่ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้สักคน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าจินกันแน่

ในเวลาเดียวกัน สมาชิกทีม B ต่างเข้ามารุมล้อมรอบ ๆ คูปิงและพยายามคะยันคะยอให้เธอเลี้ยงข้าวเย็นแก่ทุก ๆ คนเพื่อเป็นฉลองให้กับการเป็นรองหัวหน้า

ส่วนสมาชิกทีม A ต่างก็เข้ามารุมล้อมเผิงฉินด้วยเช่นกันและพยายามคาดคั้นให้เธอยอมรับมาว่าไปติดสินบนอะไรใครมาถึงได้รับตำแหน่งนี้ไปซึ่งทางเผิงฉินเองก็ให้ปฏิเสธเสียงแข็ง เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เธอไม่ได้มอบของขวัญให้ใครหรือแม้แต่เข้าพบคุยกับทางผู้ใหญ่เองก็ไม่มีด้วยซ้ำ!

ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่หลาย ๆ คน ต่างก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องของจ้าวหยู่อยู่ไม่น้อยเช่นกัน จางจิงเฟิงตบไหล่จ้าวหยู่และถามด้วยเสียงเบา ๆ ว่า

“เฮ้พวก ตอนนี้ศัตรูของนายกลายมาเป็นหัวหน้าในแผนกแล้วว่ะ นายต้องระวังให้มากกว่านี้นะ ยิ่งเขาเป็นพวกอาฆาตแค้นอีกด้วยยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่! วันก่อนฉันเห็นเขาไปที่ฝ่ายการเงินมาและจ่ายเงินไป 1,800 หยวน ตอนนั้นเขาดูน่ากลัวจริง ๆ ราวกับว่าเขากำลังจะไปฆ่าใครอย่างงั้นแหละ!”

“ใช่เลยค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีเองก็กังวลไม่แพ้กัน “ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าของพวกเราไปแล้ว เขาต้องพยายามทำอะไรไม่ชอบมาพากลบางอย่างแน่นอน เอาอย่างนี้ดีไหมคะ รุ่นพี่ลองลาหยุดสักสองสามวันเพื่อหลีกเลี่ยงเขาดีไหมคะ?”

“หึหึ” จ้าวหยู่เค้นเสียงหัวเราะออกมา “ไม่ต้องกังวลเกินกว่าเหตุไปหรอก เรื่องพวกนี้ฉันมีทางแก้อยู่แล้ว ถ้าหมอนั่นไม่มาวุ่นวายเราก็จะต่างคนต่างอยู่กันไปแต่ถ้าเขาอยากลองดีก็เข้ามาเลย เดี๋ยวฉันจะดูแลเขาให้เป็นอย่างดีเอง!”

จ้าวหยู่ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องของหลิวชางฮูมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับความสุขของตัวเขา เรื่องของหลิวชางฮูดูเล็กน้อยลงไปในทันที ตอนนี้ สิ่งสำคัญของเขามีเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือการหาวิธีออกเดทกับเหยาเจียให้ได้!

...

ณ โรงพยาบาลเมืองฉินชาน ที่ตึกรักษาผู้ป่วยมะเร็งกระดูก หัวหน้าจินกำลังนั่งอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ด้านข้างเตียงผู้ป่วยก็คือหัวหน้าแผนกสืบสวนของสำนักงานเมือง เหลียวจิงเฉิน

เหลียวจิงเฉินยกแก้วชาของเขาขึ้นมาอย่างเพลิดเพลินไปกับถ้วยชาอูหลงแก้วนี้ พร้อมกับเอ่ยถามออกไปว่า

“ทำไมล่ะจิน? ทำไมนายถึงวางมือจากแผนกสืบสวนนี้ไปไม่ได้กัน?”

“ฉันจะทำงานนี้ไปจนกว่าฉันจะทำมันไม่ไหว” หัวหน้าจินถอนหายใจ “ถ้าฉันพูดออกไปว่าฉันจะวางมือลงมันก็คงดูเป็นการโกหกเกินไป”

“เอาล่ะ เข้าใจแล้ว อย่าใช้อารมณ์นักสิ! นายควรจะปล่อยวางแล้วให้เด็ก ๆ จัดการกันได้แล้ว!” หัวหน้าเหลียวพยายามพูดปลอบใจ “อย่าดื้อนักเลยน่า ฉันมักจะถามนายอยู่เป็นประจำก็ไม่เห็นจะตอบกันสักทีว่าใครคือคนที่เหมาะสมจะเป็นคนสืบตำแหน่งต่อจากนาย หลิวงั้นเหรอ? หรือว่าคูปิง โอ้ หรือว่าจะเป็นเหมาเว่ย?!”

เมื่อได้ยินคำถามนั้นยิ่งทำให้อารมณ์ของหัวหน้าจินเพิ่มสูงขึ้นไปอีก เขาก้มหัวลงและพยายามครุ่นคิดอยู่นานถึงคำตอบเมื่อสักครู่นี้ แล้วเขำก็พูดออกมาอย่างจริงจังว่า

“คนที่เหมาะสมกับการขึ้นมาแทนที่ฉันมีแค่เพียงคนเดียวและคน ๆ นั้นก็คือจ้าวหยู่!”

จบบทที่ CD บทที่ 67 ใครควรเป็นผู้สืบทอดของคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว