เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 57 สัมผัสแห่งอิสระ

CD บทที่ 57 สัมผัสแห่งอิสระ

CD บทที่ 57 สัมผัสแห่งอิสระ


“ฉันจะปลดดาบพาดผ่านเพื่อนาเกียรติยศมาสู่ทีม!”

“ด้วยความบริสุทธ์ิใจ เพื่อครอบครัว ฉันจะขอยอมตายแทน!”

“ปล่อยให้เลือดไหลริน….”

ภายในห้องคาราโอเกะ ณ ภัตตาคารฮงหลง จ้าวหยู่กำลังตะโกนร้องเพลงสุดคลาสสิค ‘The Flash of the Blades and Swords’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘กู๋หว่าไจ๋ มังกรฟัดโลก (Young and Dangerous)’ ด้วยความรู้สึกอิสระทางอารมณ์ตัวเอง เขาใช้บทเพลงนี้เพื่อเป็นตัวแทนสำหรับความอัดอั้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคดีมือที่หายไป

ทั้งหลี่ดันและเชาเจียหยิง เขาจะไม่คิดถึงพวกเธออีกต่อไป! คดีนี้ได้ปิดลงแล้ว คนร้ายสามารถถูกจับกุมแล้ว ส่วนแม่ของหลี่ดันก็จะได้รับการดูแลช่วยเหลือต่อไป คดีมือที่หายไปได้จบสิ้นลงสักที จากนี้ไปจะมีเพียงแต่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองก็เท่านั้น!

ด้วยเงิน 100,000 หยวน ที่จ้าวหยู่ได้รับมาจากเชาเจียหยิงนั้น ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยไปในพริบตา เขาใจกว้างมากพอที่จะเลี้ยงอาหารด้วยมื้อที่อร่อยแก่ทุกคน นอกจากนั้นเขายังเชิญทุกคนมาร่วมสนุกกันต่อในคืนนี้ให้เต็มที่อีกด้วย! นอกจากเหมาเว่ยที่กำลังอยู่โรงพยาบาลและหัวหน้าทีมชั่วคราวอย่างหลิวชางฮู ทุกคนในทีม A ต่างมาร่วมสนุกกันหมด

แน่นอนอยู่แล้วที่ทุกคนต่างถูกบังคับให้มางานนี้ เพราะจ้าวหยู่ได้ขู่เอาไว้ว่า ถ้าใครไม่ยอมมาก็อย่ามาเสนอหน้าให้เขาเห็นอีก! แม้ว่าแม่ยายของหนึ่งในสมาชิกกำลังอยู่ในระหว่างการผ่าตัดอยู่แต่ก็ต้องหลบออกมาร่วมงานด้วยอย่างช่วยไม่ได้ หรือแม้บางคนที่กำลังถูกภรรยาโทรตามกลับบ้านเป็นร้อย ๆ สายแต่เขาก็ไม่กล้ารับสายนั้นด้วยความกลัว

“จ้าวหยู่! จ้าวหยู่! มานี่เร็ว!” เหลียงฮวนยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นพร้อมตะโกนว่า “เหมากำลังถามหานายอยู่! มาเร็ว!”

‘เหมา’ ที่เหลียงฮวนหมายถึงก็คือ หัวหน้าทีม A เหมาเว่ย นั่นเอง ตอนนี้เขากำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเลยทำให้ไม่สามารถมาเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ได้ เขาเลยใช้วิธีวีดิโอคอลมาที่มือถือของเหลียงฮวนเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงทางโทรศัพท์แทน

เมื่อจ้าวหยู่รับสาย ทุกคนต่างก็มารุมล้อมกันเต็มหน้าจอไปหมด

“ว่าไง จ้าว!” น้ำเสียงที่ตื่นเต้นจากเหมาเว่ยผ่านทางโทรศัพท์ “ตอนแรกที่ฉันได้ยินว่าเธอสามารถขโมยคดีใหญ่จากทีม B ได้ถึง 2 คดี ขาฉันมันรู้สึกหายเจ็บไปในทันทีเลยล่ะเชื่อไหม! ร่ายกายฉันรู้สึกหายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ ฮ่าฮ่า!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” ทุกคนส่งเสียงหัวเราะด้วยความชอบใจ สาเหตุที่เหมาเว่ยต้องได้รับบาดเจ็บก็เนื่องมาจากที่เขาวิ่งไล่จับคนร้าย เขาต้องใช้เวลากว่าครึ่งปี ถึงจะสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาปกติได้ดั่งเดิม

แม้ว่าพวกเขาจะดูใกล้ชิดสนิทสนมกันก็ตาม ทว่าจ้าวหยู่ก็ไม่ได้รู้จักเหมาเว่ยดีมากเท่าไหร่นัก เขาไม่ใช่จ้าวหยู่ที่อยู่มานานก่อนที่เหมาเว่ยจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล บางครั้งก็เผลอลืมว่าแท้จริงแล้วตำแหน่งหัวหน้าทีม A ก็คือ เหมาเว่ยคนนี้

เมื่อได้ยินคำชมจากเหมาเว่ย จ้าวหยู่ยกนิ้วโป้งชูขึ้นมาอย่างรวดเร็วและตอบว่า “บอส ถ้าผมจะขโมยคดีมาจากพวกเขาอีกสัก 2-3 คดี คุณคงจะกระโดดลุกขึ้นมาจากเตียงได้เลยใช่ไหม?”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” พวกเขาหัวเราะขึ้นอีกครั้ง

“เฮ้!” ช่วงเวลาขณะนั้น จางจิงเฟิงที่เห็นว่าบรรยากาศภายในห้องกำลังเป็นไปด้วยดี เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “หนุ่ม ๆ สาว ๆ ทั้งหลาย มัวแต่รออะไรกันอยู่? ยกแก้วขึ้นมาเร็ว! แด่จ้าวหยู่ ผู้นำความรุ่งโรจน์กลับมาสู่ทีม A อีกครั้งและเพื่อเหมาเว่ยที่กำลังฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว! เอ้า ชน!!”

“เดี๋ยวก่อน!” จู่ ๆ เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ เผิงซิน ก็ตะโกนใส่เข้าไปในกล้องว่า “เหมา แก้วเหล้านายอยู่ไหนกัน? เอางี้เป็นไง เดี๋ยวฉันแบ่งจากแก้วนี้ไปให้นายก็แล้วกันนะ!” เมื่อเธอพูดจบ เธอถือแก้วนั้นไว้บนเหนือหัว แล้วค่อย ๆ เทเบียร์ลงพื้น เธอแสร้งทำเป็นเมาและพูดว่า “เหมา ฉันหวังว่าเบียร์พวกนี้จะส่งนายข้ามแม่น้ำไปอย่างปลอดภัย ขอให้โชคดี!!!

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”

พวกเขาพากันหัวเราะออกมาอีกครั้ง เผิงซินเป็นสมาชิกเก่าแก่ของทีม A เธออายุเกิน 40 ปี แล้ว ดังนั้นทุก ๆ คนต่างพากันเรียกเธอว่าเจ๊ใหญ่ เธอเป็นคนที่สนุกสนานและตลกกว่าสมาชิกอายุน้อย ๆ บางคนเสียอีก

“แหม่ แม่เสือสาวของเรา!” เสียงหัวเราะและโห่ร้องของเหมาเว่ยถูกถ่ายทอดผ่านทางโทรศัพท์อีกครั้ง “ถ้าฉันหายดีเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันจะรีบวิ่งไปหาสามี-v'เธอและบอกเขาให้เลิกกับเธอไปเลย เธอจะได้ไม่ต้องมาก่อกวนพวกเราแบบนี้อีก! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”

“ถ้านายกล้าก็เอาสิ!” เผิงซินหัวเราะ “ฉันอดใจรอเลิกกับเขาไม่ไหวแล้ว! แต่เดี๋ยวนะ ถ้าฉันเลิกกับเขาจริง นายจะต้องมาเป็นสามีของฉันคนต่อไป ตกลงมั้ย”

“ห๊า!!”

บรรยากาศต่างเต็มไปด้วยความสนุกอีกระดับจากมุกสนุก ๆ ของเหมาเว่ยและเผิงซิน

จากนั้น จางจิงเฟิงกู่ร้องตะโกน “ไชโย!!” อีกครั้ง แล้วทุก ๆ คน ก็ต่างพากันกระดกแก้วเหล้าในมือจนหมดรวดในคราวเดียว

นอกจากสมาชิกทีม A แล้วจ้าวหยู่ยังเชิญคนอื่น ๆ มาร่วมงานปาร์ตี้นี้ด้วยอีก 2 คน คนแรกก็คือหัวหน้าจิน คนที่ 2 คือหวังเฟ่ยจากแผนกนิติวิทยาศาสตร์แต่หัวหน้าจินปฏิเสธการเข้าร่วมด้วยเนื่องจากท่านต้องกลับไปดูแลครอบครัว มันเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ว่าทำไมชายชราถึงไม่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงกับหนุ่มสาว

กลับกัน หวังเฟ่ยตอบรับการเข้าร่วมงานปาร์ตี้ด้วยอย่างไม่คาดคิด ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเธอเพียงเล็กน้อยในช่วงปลาย ๆ คดี แต่ทว่าเธอคือคนสำคัญที่ทำให้จ้าวหยู่กลายเป็นคนพิเศษในค่ำคืนนี้

ที่จริงจ้าวหยู่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้มากว่าเธอจะมาร่วมงานด้วย เพราะนอกเหนือจากเหตุการณ์ในสุสานในช่วงสั้น ๆ พวกเขาก็ไม่ได้มีการติดต่ออะไรกันอีกเลย หลังจากที่จ้าวหยู่พยายามค้นดูความทรงจำเก่า ๆ ก็พบว่าเขาเคยไปแลกเปลี่ยนฝึกงานที่แผนกนิติวิทยาศาสตร์กับหวังเฟ่ยมาก่อน ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หวังเฟ่ยก็แอบปลื้มในตัวจ้าวหยู่อยู่ไม่น้อย

จ้าวหยู่เป็นคนตรงไปตรงมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหวังเฟ่ยยอมตอบรับคำเชิญมางานเลี้ยงของเขา จ้าวหยู่กลับมาเป็นที่โปรดปรานของเธอเข้าอีกครั้ง เขาสุภาพและดูแลหวังเฟ่ยในปาร์ตี้นี้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากหวังเฟ่ยขับรถมาร่วมงานนี้ด้วยตัวเอง เธอจึงหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และดื่มแต่เพียงโซดาอย่างเดียว

หลังจบงาน หวังเฟ่ยอาสาเป็นคนไปส่งหลี่เบ่ยหนีและจ้าวหยู่เองเพราะเป็นทางผ่านกลับบ้านเธอ บ้านของหลี่เบ่ยหนีอยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก ทำให้ตอนนี้ภายในรถเหลือแค่เพียงหวังเฟ่ยกับจ้าวหยู่กันสองคน

“เป็นไงบ้าง ดื่มไปเยอะเลยล่ะสิ” หวังเฟ่ยสังเกตเห็นว่าจ้าวหยู่ดื่มไปค่อนข้างเยอะ สายตาของเขาเริ่มไม่โฟกัสกับอะไรทั้งสิ้นแล้ว เสียงหวานละมุนของเธอเกือบทำให้จ้าวหยู่อดใจควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ไหว

“ถ้าผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณ ก็แปลว่าผมไม่ได้ดื่มไปมากเท่าไหร่นัก” จ้าวหยู่เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่นั่งอยู่บนรถยิ่งทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่สวยงามของหวังเฟ่ยได้เป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าเธอมีเสน่ห์มากเพียงใด

“ฮิ ฮิ ฮิ” หวังเฟ่ยหัวเราะ “ปากตรงกับใจเสียจริงนะ งั้นฉันก็จะพูดตรง ๆ กลับไปบ้างแล้วกัน ที่จริงแล้วบ้านของคุณไม่ใช้ทางผ่านไปบ้านฉันหรอกนะ!”

“เอ๋?” ดวงตาจ้าวหยู่เบิกกว้างทันที เขารู้สึกราวกับว่าคำพูดของหวังเฟ่ยมีนัยยะอะไรบางอย่างแฝงเอาไว้อยู่

‘ไม่ใช่ทางผ่าน? นี่เธอไม่ได้จะพาฉันกลับบ้านหรอกหรอ? หรือว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรบางอย่างจากฉันงั้นสิ!’ จ้าวหยู่คิด

หวังเฟ่ยแอบอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าลังเลของจ้าวหยู่ “กำลังคิดอะไรที่ซุกซนอยู่เลยล่ะสิ ที่จริงแล้วฉันมีงานที่ทำค้างไว้อยู่เพราะต้องรีบมาร่วมงานเลี้ยงของคุณน่ะ ตอนนี้ฉันจะกลับไปทำงานอีกครึ่งให้เสร็จต่างหาก”

“อ่า…” จ้าวหยู่แอบกลืนน้ำลายลงด้วยความผิดหวัง กลับกลายเป็นว่า ‘บ้าน’ ที่หวังเฟ่ยจะกลับคือสถานีตำรวจต่างหาก แต่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่เธอมาร่วมงานปาร์ตี้หลังจากชันสูตรศพไปเกือบครึ่ง เธอสามารถกินข้าวลงไปได้ยังไงกัน? นี่สินะที่เรียกกันว่ามืออาชีพ!

“อืม..คุณเป็นถึงหัวหน้าแผนก ทำไมคุณถึงยังต้องทำงานหนักแบบนี้ล่ะครับ?” จ้าวหยู่เปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา

“เป็นหัวหน้าน่ะเหรอ?” หวังเฟ่ยยิ้มหยอกล้อ “ถึงฉันจะเป็นหัวหน้าแผนกก็จริงแต่ศพเน่ารูปร่างผิดเพี้ยนแบบนั้นเด็กใหม่ที่ไหนจะรับมือไหวกัน จริงไหม? ประสบการณ์ก็ไม่มี กลัวก็กลัว ฉันเลยต้องเข้าไปช่วยพวกเขาน่ะ”

“โอ้…”

“อะไรกัน ยังหวังที่จะแตะต้องตัวฉันอยู่อีกหรือยังไงกัน? คุณไม่อึดอัดงั้นเหรอ? มือของฉันจับศพมานับไม่ถ้วนแล้วนะ!”

“คุณหมายถึงอะไรกัน” จ้าวหยู่หัวเราะกลับ “ใช่ว่ามือของคุณไปฆ่าใครสักหน่อยนี่จริงไหม ที่จริงต่อให้ต้องตายด้วยมือคู่นี้ ผมก็จะไม่เสียดายชีวิตหรอกนะ!”

หวังเฟ่ยยิ้มรับ “คุณเป็นตำรวจที่นิสัยแปลกจริง ๆ คุณชื่นชมคนอื่นไปทั่วแบบนี้เลยหรือเปล่า?”

“ก็ไม่ใช่ทุกคนซะหน่อย เฉพาะคนพิเศษเท่านั้น”

ทั้งสองต่างส่งเสียงกระซิก หยอกล้อ หัวเราะไปมาอย่างชอบใจ ก่อนจะกลับไปสู่ช่วงความเงียบอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานจ้าวหยู่จะชี้ไปที่โลโก้รถ BMW ตรงหน้าพวงมาลัยรถของเธอ เขาพยายามเริ่มหาบทสนทนาด้วยอีกครั้ง

“ว้าว หัวหน้าหวังของเราต้องรวยมากแน่ ๆ เลยใช่ไหมเนี่ยครับ นี่ใช่ รุ่น X7 หรือเปล่า?”

“คุณน่าจะหมายถึงว่ารถคันนี้คือคันเดียวกันกับของหลัวเหม่ยนาใช่หรือเปล่า?”

หวังเฟ่ยมุ่งความสนใจไปที่รถและเธอก็ขับตรงไปอย่างแม่นยำ ทางด้านจ้าวหยู่จมกลับไปอยู่ในความคิดเกี่ยวกับคดีมือที่หายไปอีกครั้ง เขาเชื่อมต่อรถคันนี้เข้ากับเรื่องของหลัวเหม่ยนาโดยสัญชาตญาณ ทั้งสองคันนี้ทั้งสีและรุ่นต่างก็เป็นประเภทเดียวกัน!

“ผมคงบอกได้แค่ว่านอกจากคุณจะสามารถสืบจากศพได้ดีแล้ว คุณยังสามารถสืบสวนคนอื่น ๆ ได้ดีอีกด้วยเช่นกัน” จ้าวหยู่พูดเสริม “ที่จริงแล้วผมก็แค่สงสัยว่าเมื่อไหร่จะรวยได้แบบคุณสักทีต่างหาก”

“ก็เรื่องง่าย ๆ!” หวังเฟ่ยกล่าว “แค่หาสามีที่รวย ๆ เข้าไว้แล้วทำให้เขากลายมาเป็นอดีตสามีของคุณก็แค่นั้น!”

“โอ้…ฮ่า ฮ่า”

จ้าวหยู่เข้าใจถึงความหมายเบื้อหลังคำพูดเธอได้เป็นอย่างดี ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันไปมาอยู่นั้น ล้อรถก็มาหยุดที่หน้าร้านผลไม้ของต้าเฟิงแล้ว ยิ่งเขามองหวังเฟ่ยผู้มีเสน่ห์มากเหลือล้นอยู่ตรงหน้า ทำให้จ้าวหยู่เผลอเลียริมผีฝากตัวเองไปอย่างไม่รู้ตัว

“เอ่อ นี่บ้านพักของผมเอง คงไม่มีใครอยู่บ้านหรอก คุณจะเข้าไปนั่งพักสักหน่อยก่อนไหม? เผื่อว่าคุณอยากจะฝึกซ้อมกับผมก่อนจะกลับไปชันสูตรต่อได้แบบเต็มที่ไง ผมสามารถแกล้งทำเป็นได้ แบบนี้คุณว่าดีไหม?”

จบบทที่ CD บทที่ 57 สัมผัสแห่งอิสระ

คัดลอกลิงก์แล้ว