เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 36 ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?

CD บทที่ 36 ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?

CD บทที่ 36 ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?


“จ้าวหยู่!!” จางจิงเฟิงลุกขึ้นยืนพร้อมปัดฝุ่นออกตามตัว ตามด้วยคำต่อว่า “นายแม่งบ้าไปแล้ว!!”

“ว่าไงนะ” จ้าวหยู่ก้มหยิบไม้คิวหัก ๆ จากบนพื้น เขาก้าวเท้าตรงไปข้างหน้าจางจิงเฟิง ราวกับเขาจะใช้ไม้คิวหัก ๆ นั่นแทงจางจิงเฟิงให้ตายซะอย่างนั้น

“เดี๋ยวฉันไปตรวจสอบให้ เดี๋ยวทำให้เลย! โอเคนะ ใจเย็น ๆ!” จางจิงเฟิงโบกมือส่ายไปมาอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองเอาไว้ได้ “แค่ต้องไปตรวจสอบคนแค่นี้ นายต้องทำถึงขนาดนี้เลย?”

“มันต้องเป็นฉันมากกว่าไหมที่ต้องถาม! แค่ไปตรวจสอบคนให้แค่เนี้ยต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ!?” จ้าวหยู่โต้กลับ

“โอเค โอเคพวก ฉันกลัวนายแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปทำเดี๋ยวนี้เลย โอเคไหม?” จางจิงเฟิงยอมแพ้อย่างราบคาบ ความไร้ยางอายของเขาต้องยอมสยบให้กับความบ้าบิ่นและน่ากลัวของจ้าวหยู่

“เดี๋ยวก่อน!” ถึงแม้ว่าตอนนี้จ้าวหยู่จะบรรลุเป้าหมายแรกของเขาได้สำเร็จแล้วแต่เขายังไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายไปได้ง่าย ๆ เขาชี้มือไปตามเศษซากไม้คิวที่หักกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นพร้อมพูดขึ้นมาว่า “ฉันใช้ไม้คิวไปตั้งหลายอันแต่คุณยังไม่ได้จ่ายเงินคืนฉันมาเลย!”

“อะไรนะ?!” จางจิงเฟิงอึ้งจนหมดคำจะพูด

“เดี๋ยวฉันคำนวณทั้งหมดนี้ก่อนนะ” จ้าวหยู่เริ่มคำนวณเงิน “ไม้คิวครั้งละห้าสิบ ฉันใช้มันไปสี่รอบก็จะเท่ากับสองร้อย โอ้ เกือบลืม มีลูกพูลด้วย ลูกละยี่สิบ ฉันปาไปทั้งหมดเจ็ดครั้ง ก็จะเป็น…หนึ่งร้อยสี่สิบ!! บวกกับสองร้อยก่อนหน้านี้ก็เท่ากับว่าคุณต้องจ่ายให้ฉันทั้งหมดสามร้อยสี่สิบหยวน!! ไม่มีส่วนลดให้นะ ไม่ต้องต่อรอง”

“อะไรของแกวะเนี่ย!!” จางจิงเฟิงแทบจะเป็นบ้ากับท่าทางของจ้าวหยู่ นี่มันตรรกะอะไรกัน?

‘เราต้องแทงลูกกันสิเว้ย!! ใครเขาเล่นกันแบบนี้ แทงด้วยไม้คิวสิวะไม่ใช่หักไม้คิว!!’ จางจิงเฟิงแค่คิดอยู่ภายในใจกับตัวเองเท่านั้น

“อะไรนะ?” จ้าวหยู่กรอกตามองกลับ “ก็เราตกลงกันแบบนั้นไว้ไม่ใช่หรือไง? นี่แกจะโกงกันเหรอ? หรืออยากให้ฉันเล่นเกมให้มันนานมากกว่านี้?” จ้าวหยู่ไม่พูดเปล่า เขารีบมองหาไม้คิวมาไว้ในมือตัวเองทันที

“ไม่ ไม่ ไม่ต้องเล่นแล้ว!” ตำรวจหนุ่มอีกคนพูดขึ้นแทน “พวกเราแพ้แล้ว เดี๋ยวผมจะจ่ายเงินให้!” ตำรวจหนุ่มรีบหยิบกระเป๋าสตางค์ตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว มองหาแบงค์ร้อยหยวนยื่นให้จ้าวหยู่ “สาม สี่ ห้า… อ่ะ นี่ ห้าร้อยหยวนครับ ไม่ต้องทอน!”

จ้าวหยู่ค่อย ๆ ยื่นมือไปรับเงินนั้นอย่างช้า ๆ พลางจ้องมองไปที่ตำรวจหนุ่มคนนั้น “ดีมาก! นายมีไหวพริบที่ดีนะ อนาคตนายจะต้องสดใสแน่!”

เมื่อจ้าวหยู่รับเงินเสร็จ เขาหมุนตัวกลับไปอีกด้านพร้อมใช้เท้าสะกิดเถ้าแก่ของร้านที่นอนสลบอยู่บนพื้น เขาใช้เงินห้าร้อยหยวนนั้นตีไปที่หน้าเถ้าแก่เบา ๆ

“เถ้าแก่ ตายแล้วหรือไง? รับเงินนี่ไปซื้อลูกอมหวาน ๆ กินซะ แล้วถ้านายไม่หาอะไรหวาน ๆ กิน แล้วเผลอไปรายงานเรื่องฉันที่สถานีตำรวจเข้าล่ะก็ เตรียมตัวร้านพังได้เลย ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็หุบปากไปซะ เข้าใจที่พูดใช่ไหม?”

เถ้าแก่เริ่มได้สติคืนมาช้า ๆ เขาเห็นสีหน้าจ้าวหยู่ที่น่ากลัวจึงได้แต่พยักหน้ารับเบา ๆ

“ผม...ผมจะไม่พูดอะไรแน่นอน ผมสัญญา!”

“เห้ย จาง! ทำไมแกยังไม่เริ่มขยับตัวกันอีก?” จ้าวหยู่เริ่มออกคำสั่ง

เมื่อไม่มีตัวเลือกใด ๆ ให้จางจิงเฟิง เขาจึงแต่เดินออกไปจากพูลบาร์พร้อมกับจ้าวหยู่ในทันที

การพังข้าวของทำลายร้านแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของจ้าวหยู่ในอดีต เขาคิดถึงชีวิตเก่า ๆ  เขาคิดถึงพวกลูกน้องห้าสิบ หกสิบกว่าชีวิตที่เขาเคยดูแล ในฐานะนักสู้ตัวฉกาจ จ้าวหยู่มีคำพูดที่มักจะพูดว่า

‘ถ้าเรื่องมันสามารถถูกตัดสินโดยวิธีการบังคับได้ ก็ไม่ต้องพิจารณาวิธีอื่น’

ซึ่งมันเป็นวิธีที่ดีกว่าหากเลือกลงมือบังคับทรมานแทนที่ที่จะลงมือฆ่าแกงกัน

หลังได้เห็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างขาดสติและบ้าบิ่นของจ้าวหยู่แล้ว ทั้งเจ้าของร้านและจางจิงเฟิงเหมือนกับถูกจ้าวหยู่กำราบจนหมดคาบ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะทำตัวหยาบคายใด ๆ ต่อหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย

จางจิงเฟิงเดินตามเขากลับไปที่สถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบเรื่องของครอบครัวเด็กอัจฉริยะคนนั้นด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่เขามีและเขาไม่ต้องการให้จ้าวหยู่ได้เห็นมันว่าเขาใช้วิธีการอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม จ้าวหยู่กลัวว่จางจิงเฟิงจะทำแบบส่งเดชให้และไม่ยอมให้เขาทำอะไรตุกติก เขาเลยดึงเก้าอี้มาไว้ข้าง ๆ พลางจ้องมองวิธีการของจางจิงเฟิงอย่างระมัดระวัง

จางจิงเฟิงรู้สึกโกรธมากเพราะจ้าวหยู่ไม่มียางอายใด ๆ แถมยังวางอำนาจเหนือเขาอีก! ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารตอบโต้อะไรจ้าวหยู่ได้เลยและจ้าวหยู่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น จ้าวหยู่ไล่สายตามองตามนิ้วของจางจิงเฟิงที่กำลังคีย์ข้อมูลตามหาคนแล้วพบว่านี่ไม่ใช่วิธีการแบบปกติทั่วไป เช่นการค้นหาจาก เลขประจำตัวประชาชน, เลขทะเบียนบ้าน, บัตรธนาคารหรือพวกข้อมูลอื่น ๆ แต่เขาลงชื่อเข้าใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหลัก ๆ เพื่อค้นหาเวชระเบียนที่ตรงกันกับเป้าหมายที่ต้องหารสืบหาตัว

‘หลักแหลมมาก!’ จ้าวหยู่อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

มันเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ แม้ว่าตัวบุคคลนั้นจะเปลี่ยนชื่อไปแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเวชระเบียนของตัวเองได้ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะไม่ย่างกายเข้าโรงพยาบาลเลยสักครั้งในชีวิต!

ต่อมาไม่นาน จางจิงเฟิงก็พบข้อมูลเอกสารทางการแพทย์เข้าจำนวนหกถึงเจ็ดฉบับที่ตรงกับข้อมูลครอบครัวของเด็กสาวคนนั้น

“ฉันสามารถย้อนข้อมูลย้อนหลังได้แค่สิบห้าปีเท่านั้น” จางจิงเฟิงไล่นิ้วมือชี้ตามข้อมูลที่ปรากฏ “หลี่ชูซุน จากเมืองเฟิงหลิง พบหมายเลขบัตรประชาชนตรงกับหมายเลขที่เวชระเบียนไว้พอดี เขาเข้ารับการรักษาตัวที่แผนกโรคหัวใจในโรงพยาบาลเมืองเนื่องจากมีภาวะเป็นโรคหัวใจ หลังจากนั้นเขาก็เข้ารับการรักษาอีกสองรอบในสภาพเดียวกัน แล้วนี่ก็…” จางจิงเฟิงชี้ไปที่อีกทาง “นี่เป็นข้อมูลล่าสุดทางการแพทย์ ได้รับการลงทะเบียนไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม วันที่ 5 ที่แผนกรักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยชื่อ เฮาเฟิงเหลียน จากเมืองเฟิงหลิง เลขบัตรประจำตัวตรงกันกับของอันเดิมแม้จะหมดอายุไปแล้วก็ตามแต่เนื่องจากเธอจ่ายค่ารักษาเอง ทางโรงพยาบาลเลยยังใช้หมายเลขจากบัตรอันเก่าในฐานข้อมูล”

หลี่ชูซุนเป็นชื่อของพ่อหลี่ดัน ส่วนเฮาเฟิงเหลียนคือชื่อของแม่ การได้ยินเช่นนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าครอบครัวนี้ยังไม่ได้สูญหายไปจากบนโลกแต่อย่างใด เพียงแค่อาศัยอยู่ในเมืองโดยไม่มีใครรู้ก็เท่านั้น

“เดี๋ยวนะ? มันยังมีอะไรแปลก ๆ อยู่” จ้าวหยู่ครุ่นคิด “พวกเขายังคงอาศัยกันอยู่ในตัวเมืองแต่ทำไมถึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ได้กัน?” จ้าวหยู่เอ่ยถาม “จาง เป็นไปได้ไหมว่าเราจะสามารถค้นหาที่อยู่ได้ด้วย?” จ้าวหยู่ถามอย่างเร่าเร้า “ฉันต้องการรู้พวกข้อมูลล่าสุด!”

“ได้อยู่แล้ว!” จางจิงเฟิงตอบขณะพิมพ์ข้อมูล “แต่ถ้าหากเธอตั้งใจที่จะซ่อนข้อมูลที่อยู่และบอกที่อยู่มาผิด ๆ ก็จบ” จางจิงเฟิงกล่าวอย่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่นานผลก็ปรากฏออกมาในทันที “นี่ไง! เอาไปสิ”

จ้าวหยู่รีบอ่านข้อมูลที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัวเพียงแค่เหลือบสายตาอ่านมัน เขารีบพิมพ์ที่อยู่นั้นลงไปในแอพแผนที่ ทันทีที่แผนที่นั้นปรากฏ เขาเผลออุทานออกมาอย่างเสียงดัง

“เชี่ย!!!”

“เป็นอะไร?” จางจิงเฟิงมองดูจ้าวหยู่ที่มีท่าทางผิดแปลกไปจากเดิมและต้องการอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ถูกบังด้วยตัวของจ้าวหยู่

“เร็วเข้า!!” จ้าวหยู่แสดงสีหน้ากังวล “ส่งข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดมาให้ฉันที่โทรศัพท์ ห้ามตกหล่นแม้แต่ตัวอักษรเดียว! ฉัน...ฉันต้องรีบไปแล้ว!”

“ก็ได้ ๆ” จางจิงเฟิงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็รับปากเออออตามคำสั่งของจ้าวหยู่ไป

จ้าวหยู่รีบออกจากตัวสถานีตำรวจด้วยความเร่งรีบและใช้รถตำรวจเพื่อขับไปตามสถานที่ที่ได้รับมาจากจางจิงเฟิง ขณะที่เขากำลังขับรถอยู่นั้น เขารู้สึกกังวลมากจนเหงื่อไหลท่วมเต็มฝ่ามือ

แม้เขาจะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนนักเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ของคดีมือที่หายไป แต่จากข้อมูลใหม่ที่เขาได้รับมา มันกำลังแสดงให้เขาเห็นว่าตอนนี้เขามาถูกทางแล้ว!

“ฉันจะไม่ยอมให้เหยื่อรายต่อไปเกิดขึ้นอีก คราวนนี้ฉันจะจับตัวแกให้ได้!”

จบบทที่ CD บทที่ 36 ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว