เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 30 จะมีใครบ้าบอเท่าฉัน

CD บทที่ 30 จะมีใครบ้าบอเท่าฉัน

CD บทที่ 30 จะมีใครบ้าบอเท่าฉัน


*ปัง! ปัง! ปัง!*

ในช่วงเวลาเช้าตรู่ มีใครบางคนกำลังเคาะประตูห้องจ้าวหยู่อย่างเกรี้ยวกราด

จ้าวหยู่ยังคงไล่ตามใครบางคนในความฝันของเขา เสียงเคาะประตูที่กำลังรบกวนก็ส่งเสียงดังขึ้นต่อเนื่องเรื่อย ๆ เขาเลียริมฝีปากก่อนที่จะกลิ้งตัวไปมาเพราะความรำคาญและบ่นขึ้นมาว่า

“นั่นใคร หนวกหู...” เขายังไม่ได้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่เท่าไหร่นัก

“จ้าวหยู่! ไอ้คนเฮงซวย! หนูรู้นะว่าคุณยังอยู่ข้างในห้องน่ะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!” เสียงเคาะประตูห้องอย่างหนักพร้อมกับเสียงตะโกนยังดังขึ้นไม่หยุดอยู่ภายนอก

‘เจียงเสี่ยวเฉิน! เดี๋ยว!! ทำไมเธอถึงมาที่นี่กัน?’ จ้าวหยู่คิด เขาหันไปมองนาฬิกาตัวเอง “นี่เพิ่งจะตีห้าครึ่ง! ทำไมถึงมาเช้าขนาดนี้ ยัยเด็กนั่นต้องการอะไร…โอ้ ไม่นะ!”

จ้าวหยู่นึกเรื่องราวของการประชุมผู้ปกครองเมื่อวานขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถหาเบาะแสเพิ่มเติมในคดีมาได้พร้อม ๆ กันโดยบังเอิญ แต่เขาก็สร้างปัญหาทิ้งไว้ให้เสี่ยวเฉินด้วยเหมือนกัน!

เขาทำลายการประชุมผู้ปกครองที่ทางโรงเรียนอุตส่าห์เตรียมขึ้นมาอย่างอุตสาหะและเกือบต้องเรียกรถพยาบาลมารับคุณแม่ของชานชานอีกด้วย!

เขาตั้งใจจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเสี่ยวเฉินอยู่แล้วแต่เขาก็หมกมุ่นไปกับการสืบคดีจนเผลอลืมมันไป

หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น เสี่ยวเฉินพยายามโทรหาเขาอยู่หลายครั้งแต่เขาไม่กล้าพอที่จะรับสายเธอ เด็กหญิงคนนั้นส่งข้อความมาบ่นเขามากมาย ในข้อความที่ส่งมาเธอบอกว่าจะเปิดเผยความลับของพวกเขาทั้งสองคนและเขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย!

จ้าวหยู่วางแผนที่จะแก้ปัญหาในวันนี้เอาไว้แล้วแต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเด็กสาวจะมาเคาะห้องประตูเขาแต่เช้าแบบนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความโกรธผ่านเสียงเคาะประตูและคำก่นด่ามากมายนากภายนอก

เขาอยากจะลุกไปเปิดประตูให้ซะเดี๋ยวนี้ แต่อีกด้านในใจของเขาก็บอกว่าอย่าเปิดดีกว่า เนื่องจากพ่อแม่ของเธออยู่ชั้นล่างนี่เอง

“เราเป็นผู้ชายที่มีแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว ถ้าปล่อยให้เด็กผู้หญิงเข้ามาในห้องและเกิดมีใครบางคนเห็นเข้าละก็ ฉันจะไม่สามารถอธิบายความเข้าใจผิดนั้นได้เลย! ไม่มีทาง! ประตูบานนี้จะไม่มีทางเปิดอย่างแน่นอน!!” เขาตัดสินใจที่จะไม่เปิดประตูอย่างเด็ดขาด

“จ้าวหยู่! หนูรู้นะว่าคุณอยู่ข้างใน เลิกแกล้งทำเป็นไม่อยู่แล้วมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้!!” เสี่ยวเฉินยังคงอาละวาดไม่หยุดอยู่ด้านนอก

จ้าวหยู่ทำได้แค่เพียงกอดหมอนและพยายามคุมเสียงลมหายใจให้เบาที่สุด เขาไม่เคยหวาดกลัวที่จะต้องต่อสู้กับใครก็ตามแต่ตอนนี้เขากำลังกลัวเสี่ยวเฉินเข้าจริง ๆ!

ความจำเป็นที่เขาต้องไปแกล้งเป็นพ่อให้กับเธอทำเขาปั่นป่วนไปหมด

“ได้! จ้าวหยู่ คุณจะเอาแบบนี้ใช่ไหม!” เสียงตะโกนของเธอยังดังอยู่ข้างนอกพร้อม ๆ กับเสียงโลหะอะไรสักอย่างกระทบกัน “อย่าลืมนะว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร ห้องทุกห้องมีกุญแจสำรองหมดนั่นแหละ! เดี๋ยวหนูไขประตูเข้าไปเองก็ได้!” เสี่ยวเฉินไม่ได้แค่จะพยายามขู่จ้าวหยู่เท่านั้นแต่เธอกำลังเสียบกุญแจเพื่อเปิดประตูห้องเขา

“ให้ตายสิ!” เมื่อเห็นว่าประตูกำลังจะถูกเปิด จ้าวหยู่รับรู้ได้ถึงสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังมาเยือน

เขากลิ้งตัวไปมาจนเผลอตกเตียง มองซ้ายขวาเพื่อพยายามจะหาที่ซ่อนแต่ก็ไม่มีที่ไหนเลยที่พอจะซ่อนตัวได้

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาตัดสินใจเปิดประตูไปที่ระเบียงห้องก่อนจะกระโดดข้ามไประเบียงอื่น

ช่วงวินาทีที่จ้าวหยู่กระโดดหนีไปเป็นช่วงเดียวกันพอดีกับที่เสี่ยวเฉินเปิดประตูเข้ามาพอดี

“คิดว่าจะหลบหน้าหนูได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ!?” เด็กหญิงโผล่หน้าเข้ามาที่ห้องเป็นอันดับแรก “เอาล่ะ เลิกเล่นซ่อนแอบกันได้แล้ว ออกมาซะดี ๆ เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน!”

เมื่อเด็กหญิงมองไม่เห็นใครสักคนภายในห้อง เธอจึงเริ่มค้นหาเขาในทันที ขณะที่เธอกำลังหาตัวจ้าวหยู่ภายในห้องอยู่นั้น ประตูที่ระเบียงก็เปิดออกเพราะใครบางคนไม่ได้ปิดสนิท

“เขาหนีไปไหนได้งั้นเหรอ?” เด็กหญิงรีบไปสำรวจที่ระเบียงด้านนอกอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่พบใคร “แปลกมาก” เสี่ยวเฉินมองซ้ายแลขวาสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดพึมพำกับตัวเอง “หรือว่าเขาจะไม่อยู่ที่ห้องจริง ๆ เป็นไปไม่ได้ ก็เมื่อคืนเรายังได้ยินเสียงคนไอดังจากบนห้องอยู่เลย ทำไมเขาถึงหายตัวไปแล้ว? หรือว่าเขาจะไปทำคดีใหญ่อยู่จริง ๆ?”

เธอกลับเข้ามาภายในบ้านและตรวจสอบดูให้แน่ใจอีกครั้ง หลังจากนั้นเสียงประตูปิดได้ดังขึ้นมา

จ้าวหยู่โผล่หน้าเข้ามาสังเกตการณ์ในห้องผ่านตัวระเบียง เขายังไม่แน่ใจว่าเสี่ยวเฉินได้ออกไปจากห้องหรือยัง เขาเลยยังไม่กล้าขยับและส่งเสียงอะไรมาก เขาเฝ้ารออยู่บนระเบียงของสี่เพื่อนบ้านสาวแสนสวย เขาก้มหัวลงต่ำเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นเขาได้

จ้าวหยู่นึกได้ว่าในช่วงเวลาแบบนี้ ตัวต้าเฟิงและภรรยาอาจจะออกไปตลาดข้างนอกเพื่อไปหาผลไม้มาวางขายที่หน้าร้าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเสี่ยวเฉินถึงกล้าขึ้นมาหาเขาที่ห้องแบบนี้ได้!

ถ้าเขาคิดถึงเรื่องนี้ได้ก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็ เขาคงไปเปิดประตูและนั่งพูดคุยกับเธอดี ๆ และคงจะไม่มาอยู่ในสภาพที่น่าอับอายแบบนี้!

เขาต้องการที่ล้างพวกฝุ่นผงต่าง ๆ บนตัวของเขาออกไปและเขาเพิ่งคิดได้ว่าสภาพตัวเองตอนนี้ช่างน่าอับอายมากแค่ไหน เขาสวมแค่เพียงบ็อกเซอร์เท่านั้น แม้แต่รองเท้าแตะก็ยังไม่ได้ใส่เลย

“ให้ฉันได้ไปอาบน้ำก่อนเถอะนะ!” จ้าวหยู่ค่อย ๆ คิดไปพร้อม ๆ กับปีนระเบียงกลับมาฝั่งห้องตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจกับบางอย่างที่เสี่ยวเฉินทำเอาไว้ ในที่สุดการผจญภัยในวันนี้ของเขาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง เพราะเสี่ยวเฉินได้ทำการล็อคประตูเข้าห้องเขาจากด้านในไปแล้วเรียบร้อย

“อ๊าก!”

*ตึง! ตึง!*

จ้าวหยู่พยายามดึงเข้าดึงออกประตูอยู่หลายครั้งแต่ประตูก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด เขาพยายามหาทางเข้าอื่น ๆ จากหน้าต่างแทนแต่หน้าต่างเป็นแบบป้องกันขโมยทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน

“โธ่เว้ย! ให้ตายเถอะ! อะไรกันวะเนี่ย!!” จ้าวหยู่เกาศีรษะไปมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาเริ่มส่งเสียงสาปแช่งเสี่ยวเฉินภายในใจ

เด็กผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมาย เธอต้องรู้อยู่แล้วแน่ ๆ ว่าจ้าวหยู่อยู่ที่ระเบียงอีกฝั่งหนึ่ง เธอเลยทำการล็อคประตูเพื่อไม่ให้เขากลับเข้าห้องได้!

“โธ่เว้ย!”

ตอนนี้เขาอยู่ที่ระเบียงชั้นสาม ตัวระเบียงยื่นออกมาจากส่วนภายในห้อง มีตาข่ายสำหรับป้องกันการโจรกรรมอยู่ด้วย ถ้าเขาปีนตาข่ายพวกนี้กระโดดลงไปข้างล่าง มันอาจจะเป็นเหตุการฆ่าตัวตายที่ไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่

ภายในใจจ้าวหยู่รู้สึกกระวนกระวายไม่หยุด วันนี้เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องไปทำสำหรับการสืบคดีแต่ตอนนี้แค่จะกลับเข้าไปในห้องตัวเองเขายังไม่สามารถทำได้เลย!

อย่างน้อยถ้าเขาพกโทรศัพท์มือถือติดตัวมาด้วย เขาก็อาจจะโทรไปขอความช่วยเหลือได้บ้างแต่โทรศัพท์เครื่องนั้นก็ดันอยู่ในห้องที่ถูกล็อคเอาไว้ แล้วแบบนี้เขาจะขอความช่วยเหลือจากใครได้?

เขาเดินไปรอบ ๆ ระเบียงเพื่อหาทางกลับเข้าไปข้างใน ในที่สุดเขาก็จ้องมองไปที่ประตูของระเบียงข้าง ๆ และตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงโชคในครั้งนี้ดู

“ฉันจะต้องกลับเข้าไปในห้องให้ได้!”

จ้าวหยู่ตัดสินใจที่จะใช้วิธีเข้าบ้านจากประตูระเบียงถัดไปของตึกแถวหลังนี้ ประตูของทั้งสองบ้านจะอยู่ติดกัน ถ้าเขาสามารถออกไปทางประตูหลักของฝั่งเพื่อนบ้านได้ เขาก็จะสามารถเข้าประตูหลักของฝั่งบ้านตัวเขาได้

ถึงแม้ว่าฝั่งตรงข้ามบ้านจะเป็นสี่สาวแสนสวยก็ตาม จ้าวหยู่รู้ดีว่าพวกเธอเป็นผีเสื้อกลางคืนที่ไม่ได้ใช้เวลาช่วงกลางคืนอยู่ที่บ้านสักเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าเป็นในเวลาแบบนี้จะต้องไม่มีใครอยู่ที่บ้านหลังนั้นแน่นอน

จ้าวหยู่ภาวนาอยู่ภายในใจขอให้ประตูของฝั่งเพื่อนบ้านไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และข้ามไปยังอีกฝั่งของระเบียงบ้านด้วยวิธีเดียวกันกับก่อนหน้านี้

เขาพยายามเปิดประตูนั้นอย่างเบา ๆ แล้วก็สำเร็จ ประตูไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้แต่อย่างใด!

ภายในห้องถูกตกแต่งแบบเดียวกันกับห้องของจ้าวหยู่ ตัวระเบียงจะถูกยื่นออกมาจากส่วนของห้องนอน ในช่วงเวลานั้น ภายในห้องมีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรงอย่างมาก

มันเป็นกลิ่นที่ชวนเย้ายวนและหลงใหลในแบบของผู้หญิง จ้าวหยู่รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นนี้มาก่อน เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นกลิ่นเดียวกันกับกลิ่นที่ฮัวฮัวที่เขาเคยเจอก่อนหน้านี้

ผ้าม่านในห้องถูกดึงลงมาจนหมด จ้าวหยู่เกรงว่าจะมีใครบ้างคนอยู่ที่นี่ เขาเลยแอบมองไปบนเตียงที่ดูยุ่งเหยิง กว่าครึ่งของผ้าห่มถูกทำให้ตกลงมาจากเตียงนอน เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครกำลังนอนอยู่บนเตียงนั้น

จ้าวหยู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารีบพาตัวเองออกจากห้องนอนนั้นและมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่นทันที

ที่ห้องนั่งเล่นบนผนังกำแพงมีโทรทัศน์เปิดเอาไว้อยู่ ถัดไปเป็นประตูกระจกซึ่งก็คือทางเข้าห้องน้ำ

ทันใดนั้นเอง ขณะที่จ้าวหยู่กำลังรีบก้าวออกจากห้องนั่งเล่นนั้นไป ก็มีเสียงเปิดน้ำดังขึ้นและก่อนที่จ้าวหยู่จะได้ทำอะไร ประตูห้องน้ำบานนั้นก็เปิดออก ห้องนั่งเล่นถูกทำให้สว่างขึ้นมาจากแสงไฟภายในห้องน้ำ

หญิงสาวรูปร่างอรชอนกำลังเดินเช็ดผมออกมาและพบกับจ้าวหยู่ที่หน้าห้องน้ำพอดี

“กรี๊ดดด!!” เสียงกรี๊ดดังลั่นสนั่นไปทั่งห้องนั่งเล่น

จบบทที่ CD บทที่ 30 จะมีใครบ้าบอเท่าฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว