เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 21 สาเหตุที่มือหายไป

CD บทที่ 21 สาเหตุที่มือหายไป

CD บทที่ 21 สาเหตุที่มือหายไป


จ้าวหยู่ตัดสินใจว่าเขาจะสู้กับคูปิงและทีม B จนถึงที่สุด เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยไม่ไปไหนและกำลังแอบฟังข้อมูลที่ทีม B พูดคุยกันจนเขาลืมแม้กระทั่งลุกเข้าห้องน้ำ

เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด คูปิงและทีม B กำลังจดจ่อกับหลักฐานที่ได้มาล่าสุดที่จางจิงเฟิงและเหลียงฮวนบอกกับเขาก่อนหน้านี้และวุ่นอยู่กับการตามหาแหล่งที่มาของฟิล์มติดกระจกรถประเภทนั้น

เนื่องจากฟิล์มที่ถูกนำมาใช้ไม่ได้ค่อยจะมีคนนำข้ามาขายสักเท่าไหร่นัก ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็พบแหล่งที่สามารถซื้อสินค้าตัวนี้ พวกเขาเริ่มตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายอย่างรวดเร็ว

ทางด้านคูปิงเองก็เตรียมระดมเจ้าหน้าที่เพื่อเคลื่อนไหวแต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

หลังจากการตรวจสอบ ปรากฏออกมาว่า ผู้ซื้อคือกลุ่มคณะแสดงมายากลที่จัดซื้อไว้เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงก็เท่านั้น

ตามที่ผู้จัดจำหน่ายบอกมา ฟิล์มประเภทนี้ไม่ได้แพงมากแต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่เลือกใช้งานกันและทางคณะโชว์ที่ซื้อไปก็ไม่ได้เก็บรักษามันเป็นพิเศษอะไรมากนัก พวกเขามักจะโยนเข้าห้องเก็บของอย่างสะเปะสะปะ ไม่ว่าเป็นคนงาน นักแสดงหรือแม้แต่ตัวคนดูเอง ไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถหยิบพวกมันออกไปได้ทุกเมื่อ

เนื่องจากความวุ่นเหยิงหลักฐานชิ้นนี้ หากพวกเขาเลือกที่จะเดินตามหาหลักฐานจากชิ้นนี้ต่อไป คงจะดูเป็นเรื่องที่ยากเกินรับมือไหวแน่ จากการตรวจสอบดูแล้ว หลักฐานชิ้นนี้ไม่มีน้ำหนักมากพอให้ค้นหาได้ต่อไป พวกเขาจึงย้อนกลับไปนับหนึ่งอีกครั้ง

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไม่ใช่แค่เพียงตัวคูปิงและทีม B เท่านั้นที่สิ้นหวัง แม้กระทั่งตัวจ้าวหยู่ที่กำลังดักฟังข้อมูลอยู่ก็รู้สึกสิ้นหวังไม่ต่างกัน

เหมือนกับว่าพวกเขาประเมินความสามารถของตัวคนร้ายต่ำไป การก่อเหตุของคน ๆ นี้วางแผนได้อย่างแยบยลไร้ที่ติและไม่เปิดช่องว่างใด ๆ ให้ตามหาตัวได้เลย นับว่าเป็นอาชญากรสุดอัจฉริยะที่แท้จริง!

แม้ว่าการติดตามหลักฐานจากฟิล์มติดรถจะไร้ประโยชน์ก็ตาม แต่คูปิงก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สองคนตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป ส่วนทีมงานที่เหลือกลับมาประจำการที่สถานีเหมือนเดิม

ตอนนี้คูปิงรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ถ้าหากเธอไม่สามารถไขคดีมือที่หายไปนี้ได้ มีโอกาสสูงทีเดียวที่จุดจบของเธอจะเดินตามรอยหัวหน้าทีมคนเก่าที่ถูกบังคับให้ลาออกจากงาน

คูปิงพยายามรวบพละกำลังทั้งหมดของเธอที่มีออกมาใช้ เธอหาหลักฐานขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายหรือหาคำอธิบายดี ๆ มาอธิบายรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย

เมื่อเทียบกับสถิติการทำงานของเธอแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างมลทินในประวัติเธอได้ดีทีเดียว

ในไม่ช้าก็เกือบจะเป็นเวลารุ่งเช้าเข้าอีกวัน แผนกสืบสวนทีม B ยังคงทำงานกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยต่อไป แต่การพูดคุยของพวกเขาค่อย ๆ เริ่มหายไปทีละน้อย

จ้าวหยู่เป็นคนเดียวในทีม A ที่ยังคงอยู่ที่สถานีตำรวจ เขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อดักฟังแต่ก็เริ่มไม่ได้ยินเสียงอะไรจากพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าลูกทีมของคูปิงเองก็มาถึงขีดจำกัดทางร่างกายแล้วเหมือนกัน

“โธ่เว้ย!” จ้าวหยู่หันกลับมามองที่ไวท์บอร์ดตัวเองอีกครั้ง ตรงกลางมีตัวเลข 4.26 แสดงอยู่ ความหมายของมันคือ วันที่ 26 เมษายน

เมื่อปีที่แล้วคดีแรกเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 22 เมษายน คดีที่สองเกิดขึ้นหลังจาก 4 วันให้หลังในวันที่ 26 เมษายน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับเมื่อปีก่อนไม่มีผิด ดังนั้นฝ่ายสืบสวนทุกคนเกรงว่า

คนร้ายจะลงมือแบบครั้งก่อนอีกซึ่งก็คือวันที่ 26 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ถ้ามีคดีที่สี่เกิดขึ้นมาจริงแล้วล่ะก็ ผลกระทบที่ตามมาคงจะเป็นเรื่องร้ายแรงที่หนักหนาสาหัสเอาการ สื่อต่าง ๆ คงจะมุ่งประโคมข่าวให้วุ่น ทั้งทางเจ้าหน้าที่และตำรวจทุก ๆ คนต่างก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ตอนนี้ที่สถานีตำรวจถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมนอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ใกล้จะเช้าของวันที่ 25 เข้าแล้ว ถ้าคนร้ายกำลังเตรียมการก่อเหตุขึ้นอีกครั้ง คงไม่มีเวลาเหลือมากพอสำหรับตำรวจให้คิดและไตร่ตรองมากอีกแล้ว

“คนร้ายมันเป็นคือใครกันแน่?” จ้าวหยู่เกาศีรษะของเขาและยังคงคิดถึงคดีที่เกิดขึ้นนี้ไม่หยุด

นอกจากความคิดเห็นของคูปิงแล้ว จ้าวหยู่ก็มีความคิดเห็นของเขาเองเช่นกัน

เขามีความรู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์แบบในตัวคดีนี้อยู่ เหตุผลคดีมือที่หายไปนี้ใช้เวลาในการสืบสวนที่ค่อนข้างนานและยังไม่สามารถปิดคดีลงได้ อาจไม่ใช่เพราะคนร้ายทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จนเกินกว่าจะค้นหาตัวได้ แต่อาจเป็นเพราะความคิดของคูปิงเองมันผิดมาตั้งแต่ต้นเลยต่างหาก

ยกตัวอย่างเช่น ข้อเท็จจริงที่ทางตัวคูปิงเองและทีม B ไม่พูดถึงเลยและรีบด่วนสรุปว่าคนร้ายต้องเป็นผู้ชายไปซะแล้ว สาเหตุมาจากในคดีแรก คนร้ายได้ทำการเคลื่อนย้ายร่างเหยื่อ จากช่วงที่ผู้คนกำลังชุลมุนวุ่นวายออกมาและพาไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าทางใต้ดินได้และเรื่องที่คนร้ายตัดข้อมือของเหยื่อได้ในคราวเดียวอีก

การจะทำเช่นนี้ได้ต้องมาจากคนที่มีพละกำลังเป็นอย่างมาก เรื่องทั้งสองอย่างนี้ยากที่จะจัดการด้วยพละกำลังของผู้หญิงคนเดียวได้

ถ้าเกิดคนร้ายไม่ได้เป็นผู้ชายขึ้นมา? เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป?

การใช้ฟิล์มปิดบังกระจกรถเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคนร้ายไม่ต้องการให้เห็นแม้แต่เงา แต่ทำไมคนร้ายถึงได้ระมัดระวังตัวถึงขั้นนี้? แค่เงาก็ไม่ยอมให้เห็น?

หรือจะมีความเป็นไปได้ว่า แค่ได้เห็นเงา ก็สามารถระบุตัวคนร้ายได้?

ถ้าเป็นอย่างนั้น มันอาจจะเปิดเผยความจริงที่ว่าคนร้ายไม่ใช่ผู้ชาย แต่อาจเป็นผู้หญิง…!?

นอกจากประเด็นในเรื่องนี้ที่จ้าวหยู่มีความรู้สึกที่ขัดแย้งกับคูปิง อยู่อีกเรื่องซึ่งก็คือ แรงจูงใจของตัวคนร้าย จ้าวหยู่รู้สึกไม่ชอบมาพากลกับเรื่องนี้

ถึงตอนนี้คนร้ายได้ก่อเหตุตัดมือหญิงสาวไปแล้วสามคน แต่ทำไมคนร้ายต้องตัดมือในสถานที่ที่เกิดเหตุด้วย?

คูปิงและคนในทีมของเธอคิดเสมอว่าคนร้ายก็แค่สุ่มเลือกเหยื่อที่รวย ๆ เท่านั้น พวกเขามั่นใจว่าทั้งตัวคนร้ายและตัวเหยื่อ เองไม่มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันแต่อย่างใด เหตุผลของพวกเขามาจากที่เหยื่อ ทั้งสามต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่แม้แต่จะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมโรงเรียนเก่าด้วยซ้ำ

เขาเป็นกังวลว่าถึงแม้คูปิงจะทำการบ้านศึกษามาอย่างดี แต่ถ้ามีเหตุผลบางอย่างที่เชื่อมโยงเหยื่อทั้งสามคนนี้เข้าด้วยกันได้ขึ้นมาล่ะ? หากมีเหยื่อคนหนึ่งหรือสองคนปิดบังข้อมูลความสัมพันธ์บางอย่างที่เล็กน้อยจนทำให้สรุปคดีคลาดเคลื่อนกันล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น?

เนื่องจากไม่สามารถสรุปได้ว่าคนร้ายกับเหยื่อมีความสัมพันธ์กันอย่างไร? คูปิงจึงสรุปข้อมูลว่าคดีมือที่หายไปนี้เป็นคดีที่เกิดจากอาชญากรโรคจิตเท่านั้น เธอคิดว่าคนร้ายต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บทางจิตใจ อย่างเช่นถูกภรรยาตัวเองใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองจนเกินเหตุ เลยใช้การก่อเหตุแบบนี้เพื่อเป็นการแก้แค้น

แต่จ้าวหยู่ไม่คิดอย่างนั้น

ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่เคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่เขาก็คิดว่าความสามารถในการตัดสินแก้ไขปัญหาบางอย่างเขาเองก็มีไม่น้อยกว่าตำรวจสืบสวนคนไหน ๆ เช่นกัน

เหยื่อทั้งสามคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งรูปร่าง เสื้อผ้า ทรงผม และหน้าที่การงาน ล้วนต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง มีความคล้ายคลึงเพียงสองอย่างเท่านั้น คือเหยื่อทั้งสามคนล้วนมีอายุและสถานะทางการเงินที่ใกล้เคียงกัน

จ้าวหยู่รู้สึกว่าถ้าคนร้ายมีความผิดปกติทางจิตจริงแล้วล่ะก็ เขาน่าจะเลือกเหยื่อที่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันมากกว่านี้หน่อยหรือการที่คนร้ายเลือกเหยื่อเป็นผู้หญิงมีอายุที่ฐานะรวยนั้นคือลักษณะที่ใกล้เคืองกับภรรยาของคนร้าย?

แต่ตามรายงานระบุว่า แม้เหยื่อทั้งสามคนจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยก็จริงแต่พวกเธอก็ไม่ได้ใช้เงินมากมายไปอย่างสิ้นเปลืองเลย

ดังนั้นจ้าวหยู่จึงมีข้อกังขาเต็มไปหมดเกี่ยวกับการคาดการณ์ของคูปิงและลูกทีมของเธอ

“ถ้าคนร้ายไม่ได้มีอาการผิดปกติทางจิต แล้วคน ๆ นั้นจะก่อเหตุอย่างนี้ทำไมกัน?” เขาคิด

เนื่องจากชีวิตเก่าของจ้าวหยู่เองก็ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษ ๆ ที่ชวนให้เห็นการแก้แค้นมานักต่อนัก ด้วยเหตุผลบางประการ เขารู้สึกว่าคดีมือที่หายไป มีความคล้ายคลึงกับการแก้แค้นบางอย่าง การที่คนร้ายเลือกจะตัดมือหญิงทั้งสามคนไม่ใช่แค่เพราะเป็นความสนใจหรือปัญหาทางจิตของตัวเองเท่านั้น แต่ดูเหมือนเขากำลังแก้แค้นอยู่ต่างหาก!

และเหตุผลที่ทำให้จ้าวหยู่คิดเช่นนั้นไม่ใช่มาจากคาดเดาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีเหตุผลที่น้ำหนักมารองรับมันด้วย!

จบบทที่ CD บทที่ 21 สาเหตุที่มือหายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว