เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 7 ฝ่าฝันเพื่อบ้านพัก

CD บทที่ 7 ฝ่าฝันเพื่อบ้านพัก

CD บทที่ 7 ฝ่าฝันเพื่อบ้านพัก


จ้าวหยู่ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะซื้อแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำ ทำให้เขาต้องมาหาของข้อมูลของห้องพักที่ปล่อยเช่าในคอมพิวเตอร์ของที่ทำงานแทน

ท่ามกลางโฆษณาขายบ้านจำนวนมาก เขาสุ่มเลือกห้องพักสองสามแห่งที่อยู่ใกล้กับสถานีตำรวจ

เมื่อได้เป้าหมายแล้ว เขาหยิบแจ็คเก็ตและรีบออกไปทันที

สำหรับคดีของจางจิงเฟิงกับเหลียงฮวนก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งที่เขาพูด มันจะช่วยไขคดีที่ไขที่ไขไม่ได้มาตลอดสิบปีได้ ถ้าหากสิ่งที่เขาพูดสามารถไขคดีได้ มันต้องเป็นเรื่องตลกที่สุดในประวัติศาสตร์แน่นอน

การข้ามความตายจากประหารชีวิตด้วยยาพิษแล้วข้ามมายังโลกคู่ขนานที่มาพร้อมกับระบบปาฏิหาริย์ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันทำให้จ้าวหยู่อารมณ์ดี

เขาเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ แสงอาทิตย์สาดส่องพาดผ่านตัวเขาไปอย่างอบอุ่น ขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิที่แสนวิเศษ

เขาเริ่มคิดว่าการต้องมาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีแบบนี้ก็อาจเป็นชีวิตที่ไม่เลวเท่าไหร่ ยิ่งเขาจับอาชญากรได้มาก เขาก็ยิ่งได้รับเงินรางวัลเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ไม่นับรวมสิทธิพิเศษบางอย่างที่เขาจะได้มันอีก นี่มันอาจเป็นการใช้ชีวิตแบบไร้ที่ติเลยก็ได้!

บางทีมันก็อาจจะดีกว่าการใช้ชีวิตในโลกเก่าของเขาด้วยซ้ำ...

บ้านเช่าที่จ้าวหยู่จะไปดูที่แรกอยู่ติดกับย่านการค้าที่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจเท่าไหร่นัก บ้านหลังนี้ถูกโฆษณาโดยร้านขายผลไม้ต้าเฟิงเกอ เจ้าของบ้านมีลักษณะอ้วนท่วม ผิวซีด ชื่อของเขาคือเจียงต้าเฟิง เขามีใบหน้ายิ้มแย้มสดใส เมื่อเขาเห็นการมาถึงของจ้าวหยู่ เขารีบออกมาต้อนรับและทักทายไปอย่างสุภาพทันที

บ้านเช่าที่จ้าวหยู่ดูมีลักษณะเป็นคูหาสามชั้น ชั้นแรกเป็นร้านขายผลไม้ ชั้นสองเป็นที่พักอาศัยส่วนตัวของเขา ส่วนชั้นสามเป็นพื้นที่โล่ง กว้างหกสิบตารางเมตร เป็นทำเลที่ดีเหมาะแก่ผู้ต้องการหาบ้านเช่าอยู่ไม่น้อย

จ้าวหยู่มองไปรอบ ๆ และพบว่าเขาชอบที่แห่งนี้จริง ๆ เพราะหนึ่ง มันสะดวกต่อการไปที่ทำงานซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ สอง ไม่มีพวกร้านค้าอาหารที่จะส่งเสียงเอะอะรบกวนเขาในยามค่ำคืนและข้อสุดท้าย เขาสามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้ทันทีเพราะทางเจ้าของจัดตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ไว้พร้อมใช้งานให้เรียบร้อยแล้ว

ต้าเฟิง เจ้าของตึกได้ให้ข้อมมูลเพิ่มเติมว่า มีเด็กนักศึกษามาเช่าพักอาศัยอยู่ ดูเหมือนจะเป็นนางแบบเสียด้วย ถ้าจ้าวหยู่เช่าห้อง เขาอาจจะได้เจออะไร ‘ดีๆ’ ก็ได้

เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวหยู่เริ่มมองผ่านระเบียงขึ้นไปและพบกับเสื้อผ้าของผู้หญิงที่ถูกแขวนเพื่อตากแดดไว้เป็นจำนวนมาก

‘ว้าว! ยอดเยี่ยมไปเลย!’ ดวงตาของจ้าวหยู่เริ่มเป็นประกายทันทีและยิ่งทำให้เขาตัดสินได้ว่า

“ผมขอเช่าที่นี่ตอนนี้เลย!”

จ้าวหยู่เริ่มสอบถามราคาค่าเช่าและก็ต้องตกใจกับราคาที่แสนจะแพง ค่าเช่าที่นี่มีค่าใช้จ่าย 2,000หยวนต่อเดือน แบ่งจ่ายออกเป็นสองงวดต่อปี ซึ่งจ้าวหยู่ไม่มีเงินมากพอขนาดนั้น!

“มีส่วนลดให้หน่อยไหม?” จ้าวหยู่ถาม

“1,980 หยวนละกัน ถ้ามันยังมากไป คุณแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ เอาก็ได้”

“ให้ตายเถอะ!” จ้าวหยู่เริ่มสบถ “นี่มันไม่แพงไปหน่อยหรือ นี่จะปล้นกันรึไง ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะและผมสามารถจับกุมคุณได้ทันที ณ ตอนนี้เลย คุณเชื่อไหม?”

แต่ต้าเฟิงก็รู้กฎหมายเป็นอย่างดีเช่นกัน “ผมไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎสักหน่อย ทำไมต้องกลัวคุณด้วย? สถานที่ดี ๆ ในเมืองแบบนี้กับราคาแบบนี้ ผมให้ราคาได้ถูกที่สุดแล้วด้วยซ้ำ! ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ออกไปซะ ผมยังมีลูกค้าคนอื่นมาให้เลือกดูอีกเยอะ!”

“ให้ตายเถอะ คิดว่าเป็นใครกันถึงมาพูดจาแบบนี้ได้วะ! ไม่ชงไม่เช่ามันแล้วไอ้ห้องเช่าเฮงซวยเอ๊ย!”

จ้าวหยู่แช่งต้าเฟิงด้วยความโมโห เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเองขณะเดินออกจากที่นั้น

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ ร้านค้าเฮงซวยแบบนี้ต้องมาก้มกราบขอร้องแทบเท้าฉันและยอมจ่ายเงินเพื่อให้ฉันเข้าไปอาศัยอยู่ที่นั่นแท้ ๆ!”

จากที่อารมณ์ดี ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยความโมโห เขาเดินเข้าไปร้านเกี๊ยวและกินเกี๊ยวไปสามชาม ก่อนที่จะเดินทางไปยังบ้านเช่าอีก

หลังที่ดูเอาไว้และเพื่อให้ไปถึงที่นั้น เขาต้องเดินผ่านซอยแคบ ๆ นั้นไปเสียก่อน

พื้นที่นี้ดูใกล้เคียงกับโลกก่อนหน้านี้ของเขาอยู่ไม่น้อย ที่ ๆ เขามักจะทะเลาะวิวาทบ่อย ๆ ตามตรอกซอยอะไรแบบนี้

ตอนนี้เป็นเวลาตอนเที่ยงวันพอดี ชาวบ้านแถวนี้คงออกไปหาข้าวเที่ยงกินกันหมด

เมื่อจ้าวหยู่เดินทะลุผ่านไป เขาสังเกตเห็นเงาที่น่าสงสัยวิ่งผ่านเข้าไปยังตรอกซอยซอยหนึ่ง จ้าวหยู่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมแต่เขาก็ทำการหลบซ่อนตัวไม่ให้ใครเห็นไปตามสัญชาตญาณ

มีเด็กคนหนึ่งสวมหมวกสีเขียวเข้มอยู่ข้างหน้า เด็กคนนั้นมีรูปร่างที่ค่อนข้างผอมและสูงตามลักษณะของเด็กนักเรียนทั่ว ๆ ไป ถึงกระนั้น ใบหน้าของเด็กคนนั้นกลับแสดงสีหน้ากังวลมากราวกับกำลังทำอะไรที่น่าสงสัยอยู่

‘อืม ช่างน่าสงสัยจริง ๆ’

จ้าวหยู่เคยชินกับอาการกังวลอะไรแบบนั้นเป็นเรื่องปกติ มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่และตัดสินใจตามเด็กคนนั้นไปด้วยความใคร่รู้

เขาหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถเห็นเขาได้ เขามีทักษะหลบหนีจากประสบการณ์ที่ต้องหลีกเลี่ยงจากตำรวจมามากพอสมควร

จ้าวหยู่ตามเด็กคนนั้นไปจนถึงมุมถนนมืด ๆ แห่งหนึ่ง ที่ตรงนั้นมีชายผมบลอนด์กำลังยืนรออยู่ ทั้งสองคนไม่พูดพร่ำทำเพลง เด็กคนนั้นเพียงแค่ยื่น USB สีดำไปแลกเปลี่ยนกับซองจดหมายสีขาวจากหนุ่มผมบลอนด์ก็เท่านั้น

‘หือ?’ จ้าวหยู่ยังคงจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ แม้แต่คนโง่ที่ไหนมาเจอก็สามารถบอกได้เลยว่าทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนอะไรที่ผิดกฎหมายกัน

ถ้าจ้าวหยู่โผล่ออกไปตอนนี้แล้วจับกุมทั้งสองคนได้ ก็ยิ่งเป็นการสร้างผลงานให้กับตัวเองเพิ่มมากขึ้นไปอีกแต่จ้าวหยู่รู้ดีว่าถ้าพรวดพราดออกไปเลยคงจะไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ เขารู้วิธีจัดการกับ

เรื่องนี้ที่ดูจะมีประโยชน์กว่าการทำแบบนั้นเยอะ

จ้าวหยู่เพียงลอบมองดูสถานการณ์นั้นอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งคนผมบลอนด์นั้นเดินลับหายไปพร้อม USB จ้าวหยู่รีบเข้าไปล็อคตัวเด็กชายที่ใส่หมวกเขียวคนนั้นกับผนังทันทีเมื่อเห็นว่าอยู่ตามลำพัง

“อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ” เขาพูดมันออกมาด้วยความมั่นใจเต็มที่

‘ว้าว ตอนนี้เรามาเป็นตำรวจแล้วสินะ ได้ลองพูดอะไรแบบนี้ก็เท่ไม่เบาเหมือนกัน!’

เมื่อเด็กชายคนนั้นได้ยินคำว่า ‘ตำรวจ’ ก็เริ่มเอะอะโวยวายเสียงดังและดีดดิ้นให้พ้นจากการจับกุม จนกระทั่งหมวกใบนั้นหลุดออกมาจากศีรษะ

จ้าวหยู่ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเด็กชายตรงหน้าแท้จริงแล้วคือเด็กผู้หญิงผมสั้นต่างหาก

เมื่อตรวจดูรูปลักษณ์ของเด็กหญิงคนนี้ดูแล้ว น่าจะยังเป็นเด็กประถมอยู่เลยด้วยซ้ำ

จ้าวหยู่ทำท่าประหลาดใจได้ไม่นาน ก็กลับมาตีหน้าเข้มเหมือนเดิม

“รู้ตัวไหมว่าทำไมถึงโดนจับ”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมามองจ้าวหยู่ด้วยท่าทีสั่นเทาจากความกลัว

“หนูขอโทษค่ะ หนูจะไม่ทำมันอีกแล้ว ฮือ…”

“บอกความจริงมาให้หมดว่ากำลังทำอะไร ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็..”

จ้าวหยู่ทำท่าหยุดคิดสักครู่ ก่อนจะเอ่ยปากต่อ “ฉันจะโทรไปหาผู้ปกครองเธอ ตอนนี้เลย!”

“ไม่นะ ได้โปรด หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำมันอีกแล้วจริง ๆ ได้โปรดอย่าโทรหาพ่อแม่ของหนูเลยนะคะ ถ้าพ่อหนูรู้เรื่องนี้เข้า พ่อต้องฆ่าหนูตายแน่”

จ้าวหยู่สังเกตว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรจึงปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ เขาก้มคว้าซองจดหมายนั้นไว้แล้วก็ต้องพบกับเงินจำนวนมาก แม้ก่อนหน้านี้เขาจะรู้ว่าในซองมีเงินแต่ไม่คิดว่ามันจะมากถึงขนาดนี้นี่!

จ้าวหยู่ถามเด็กหญิงนั้นออกไปอย่างร้อนรนถึงที่มาของเงินก้อนนี้ เด็กน้อยคนนั้นเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งพร้อมเกาะแขนขอร้องจ้าวหยู่

“ได้โปรดเถอะค่ะ คุณตำรวจ หนูพึ่งทำมันเป็นครั้งแรก หนูสัญญาว่าจะไม่ทำมันอีก หนูรู้หนูผิดแต่อย่าจับหนูไปเลยนะคะ”

“เฮ้ย…เฮ้ย เช็ดน้ำมูกนั่นซะ อย่าให้มาเลอะเสื้อฉันสิ” จ้าวหยู่ผลักหัวไปที่เด็กน้อยคนนั้นออกเบา ๆ

“เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องร้องไห้ได้แล้ว คราวนี้ก็บอกฉันมาเสียที ว่าไปแลกเปลี่ยนอะไรกับผู้ชายคนเมื่อกี้”

จบบทที่ CD บทที่ 7 ฝ่าฝันเพื่อบ้านพัก

คัดลอกลิงก์แล้ว