- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาสร้างตัวในโลกเซียน
- บทที่ 410 เสียใจจนไส้เขียว
บทที่ 410 เสียใจจนไส้เขียว
บทที่ 410 เสียใจจนไส้เขียว
บทที่ 410 เสียใจจนไส้เขียว
ทางฝั่งหลินเสี่ยวม่านกำลังปิดด่านวิจัยยันต์ชำระล้าง ด้านนอกร้านยันต์หยวนจงก็ขายยันต์อสนีบาตสวรรค์กันอย่างเบิกบานใจ ทว่าวันหนึ่งจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาถาม
"มียันต์ร่างเพชรหรือไม่? เอามาให้ข้าสักปึก"
"เอ่อ ยันต์ร่างเพชร? ขออภัย ทางร้านไม่มีจำหน่าย"
หลี่ลู่สงสัย เขาไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อยันต์ชนิดนี้ เป็นยันต์ที่เพิ่งออกมาใหม่หรือ?
"ไม่มี? ไม่ใช่ยันต์ที่นักวาดยันต์เจ้าของยันต์อสนีบาตสวรรค์เพิ่งออกใหม่หรือ เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่มี?"
หลี่ลู่ได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ยันต์ของนักวาดยันต์หลิน? ออกใหม่หรือ? แต่ว่า...ที่ร้านพวกเขาไม่มีนี่นา
"ท่านแน่ใจหรือว่าเป็นของนักวาดยันต์หลิน? นักวาดยันต์คนเดียวกับเจ้าของยันต์อสนีบาตสวรรค์?"
"ใช่สิ กลุ่มอินทรีเขาใช้กันแล้ว ได้ยินว่าถูกสัตว์อสูรระดับแปดโจมตีสุดแรง ยังไม่ได้รับบาดเจ็บเลย"
คนผู้นั้นพยักหน้าอย่างมั่นใจ พูดจบ พอเห็นว่าไม่มีจริงๆ ยันต์อสนีบาตสวรรค์ก็ไม่มี จึงหันหลังเดินจากไป
หลี่ลู่ยืนเหม่อไปชั่วครู่ ก็รีบหันหลังวิ่งไปหาอาจารย์ทันที "อาจารย์ อาจารย์ แย่แล้วขอรับ"
กู่ฟางเป่ากำลังดูสมุดภาพยันต์อยู่ที่หลังบ้าน ได้ยินเสียงร้อนรนของลูกศิษย์ จึงเงยหน้าขึ้นกล่าว
"ตื่นตระหนกอันใด"
"อาจารย์ อาจารย์ นักวาดยันต์หลินออกยันต์ใหม่แล้วขอรับ ยิ่งกว่านั้น ยิ่งกว่านั้นดูเหมือนจะเป็นยันต์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ด้วย"
กู่ฟางเป่าได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดทันที "อะไรนะ? รีบพาข้าไปดู"
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้ม คาดไม่ถึงว่านักวาดยันต์หลินจะบัญญัติยันต์ชนิดที่สองออกมาได้เร็วเพียงนี้ พรสวรรค์เช่นนี้ รู้อย่างนี้ตอนแรกเขาเพิ่มข้อเสนอให้สูงกว่านี้อีกสักหน่อย อย่างไรก็ต้องดึงตัวนักวาดยันต์หลินมาอยู่ที่ร้านยันต์หยวนจงให้ได้
"ไม่ใช่ขอรับอาจารย์ นักวาดยันต์หลินไม่ได้นำยันต์มาที่ร้านเรา"
สีหน้าของกู่ฟางเป่าเปลี่ยนไปอย่างมาก "ว่ากระไรนะ?"
หลี่ลู่เล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างลังเล สีหน้าของกู่ฟางเป่าไม่อาจใช้คำว่าย่ำแย่มาบรรยายได้แล้ว เขาเสียใจจริงๆ ควรรีบว่าจ้างนักวาดยันต์หลินไว้แต่เนิ่นๆ
ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า นางไปหาคนอื่นช่วยขายยันต์เสียแล้ว
......
หลินเสี่ยวม่านย่อมไม่รู้เรื่องเหล่านี้ นางใช้เวลาหนึ่งเดือน ดูดซับแก่นอสูรระดับแปดอย่างบ้าคลั่ง ดูดซับระดับปกติ แล้วก็ไปดูดซับระดับกลาง จากนั้นก็ระดับสูง
หลังจากลองครบทั้งสามแบบ นางก็สกัดพลังงานประหลาดจากแก่นอสูรทั้งสามชนิดออกมาวิจัย ผนวกกับการปรับปรุงและพัฒนายันต์ชำระล้าง ไปพร้อมๆ กับการฝึกบำเพ็ญและวิจัยยันต์ วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด หลังจากปรับปรุงยันต์ชำระล้างครั้งแล้วครั้งเล่า พลังบำเพ็ญของหลินเสี่ยวม่านก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา ขณะที่ไป๋ไป๋กำลังลังเลว่าจะปลุกนางดีหรือไม่ นางก็ค้นพบแนวทางในการพัฒนายันต์ชำระล้างจนสำเร็จ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็สำเร็จ!!!"
หลินเสี่ยวม่านชูยันต์ชำระล้างที่วิจัยออกมาใหม่หัวเราะร่าไม่หยุด กลับทำให้ไป๋ไป๋ตกใจสะดุ้งโหยง
"จี๊ด! จี๊ดๆ?" เจ้านาย ท่านทำสำเร็จแล้วหรือ?
"ฮ่าฮ่าฮ่า ยังหรอก แต่ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว"
หลินเสี่ยวม่านพูดไปหัวเราะไป พลางเก็บข้าวของ เตรียมตัววาดยันต์อสนีบาตสวรรค์ อีกครึ่งเดือนนางก็ต้องส่งยันต์อสนีบาตสวรรค์ให้ร้านยันต์หยวนจงแล้ว
แม้จะยังปรับปรุงยันต์ชำระล้างให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้ แต่ยันต์ชำระล้างที่นางทดลองในช่วงนี้ก็ล้วนมีประโยชน์ นางใช้กับตัวเองทั้งหมด เพราะอย่างไรเสียนางก็ดูดซับแก่นอสูรไปไม่น้อย
เพียงแต่ ผลลัพธ์ยังไม่ถึงระดับที่นางต้องการ ยันต์ชำระล้างยังต้องปรับปรุงอีก
"จี๊ดๆ~" เจ้านายเก่งจริงๆ
หลินเสี่ยวม่านพยักหน้า อื้ม นางก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เลวเหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า พรสวรรค์ในการฝึกบำเพ็ญงั้นๆ แต่ดีที่ความขยันชดเชยความโง่เขลาได้ ขอเพียงมีทรัพย์สินมากพอ พรสวรรค์ไม่พอ ก็ใช้ทรัพย์สินสร้างบ้านขึ้นมาได้เหมือนกัน
ใช้เวลาครึ่งเดือน หลินเสี่ยวม่านก้มหน้าก้มตาวาดยันต์อสนีบาตสวรรค์ไปกว่าสองพันแผ่น แล้ววิ่งไปส่งของที่ร้านยันต์หยวนจงอย่างกระปรี้กระเปร่า พร้อมกับรับผลึกวิญญาณ
วันนี้ นางเตรียมจะพาไป๋ไป๋ไปกินของอร่อยในเมืองอู่หลิง
"นักวาดยันต์หลิน ท่านมาแล้ว"
พอเห็นหลินเสี่ยวม่าน หลี่ลู่ก็ดูสดใสขึ้นมาทันที รีบเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ประสานมือคารวะหลินเสี่ยวม่าน
"อ้อ ข้ามาส่งยันต์อสนีบาตสวรรค์ของสองเดือนถัดไป"
"ได้ขอรับ ได้ขอรับ"
หลี่ลู่พยักหน้า พลางรีบติดต่ออาจารย์อย่างบ้าคลั่ง แต่ช่างโชคร้ายที่อาจารย์เพิ่งออกนอกเมืองไปเมื่อวาน ไปแลกเปลี่ยนความรู้ที่ร้านยันต์หยวนจงสาขาเมืองลู่ซาน
บอกว่าจะไปหลายวันกว่าจะกลับ ช่างบังเอิญเสียจริง พอดีกับที่นักวาดยันต์หลินออกจากด่าน
"นักวาดยันต์หลิน ขอถามว่าท่านยังมียันต์อื่นจะวางขายหรือไม่? พวกเราสามารถตกลงส่วนแบ่งกันใหม่ได้นะขอรับ"
หลินเสี่ยวม่านส่ายหน้า นางไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย หลักๆ คือตอนนี้ในถุงมิติของนางนอกจากแก่นอสูร ก็มีแต่ผลึกวิญญาณ ยันต์แทบจะเกลี้ยงแล้ว
ช่วงนี้มัวแต่วุ่นอยู่กับการวิจัยยันต์ชำระล้าง ยันต์อื่นๆ นางแทบไม่ได้วาดเลย
"ชั่วคราวนี้ยังไม่มียันต์อื่น ข้าไปล่ะ อีกสองเดือนค่อยมาใหม่"
หลินเสี่ยวม่านโบกมือ พาไป๋ไป๋หันหลังเดินจากไป ไปเสวยสุขกับอาหารมื้อใหญ่ที่ร้านยอดนิยมในเมืองอู่หลิงก่อนค่อยว่ากัน
หลี่ลู่ทำได้เพียงมองดูหลินเสี่ยวม่านจากไปตาปริบๆ พลางส่งข้อความทางวงสหายเซียนหาอาจารย์ของตนอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนหลินเสี่ยวม่านพาไป๋ไป๋เดินกินดื่มเที่ยวหนึ่งวันเต็ม ได้รับรู้ถึงค่าครองชีพที่สูงลิ่วของเมืองอู่หลิงในมุมมองใหม่ แต่ยังดีที่มูลค่าของผลึกวิญญาณยังค่อนข้างสูง อาหารทั่วไปสามารถใช้หินวิญญาณจ่ายได้
จากนั้นก็กลับไปเปลี่ยนที่พัก "ข้าจะเช่าถ้ำชั้นสาม อันนี้มีลานบ้านด้วยใช่หรือไม่?"
นางดูกลุ่มผังถ้ำรอบหนึ่ง ชี้ไปที่ถ้ำแห่งหนึ่งตรงริมชั้นสาม
"ใช่ขอรับ เดิมทีต้องชั้นสี่ถึงจะมีลานบ้าน แต่อันนี้อยู่ริมพอดี มีพื้นที่ว่างเหลือออกมา เดือนละ 1,000 ผลึกวิญญาณ"
"ตกลง เช่าหกเดือนก่อน"
หลินเสี่ยวม่านปวดใจแปลบ แต่พอนึกถึงว่าถ้ำชั้นสามมีปราณวิญญาณเข้มข้นกว่า แถมยังมีลานบ้าน นางสามารถปลูกผักได้ วันหน้ากินหม้อไฟ กินเนื้อย่างก็จะได้ใช้
รับหยกค่ายกลของถ้ำชั้นสามมา หลินเสี่ยวม่านก็กลับไปเก็บข้าวของ แล้วพากันย้ายไปชั้นสาม
ถ้ำชั้นสามไม่เหมือนใครจริงๆ ปราณวิญญาณเข้มข้นจนนางรู้สึกว่าแค่หายใจเข้าคำหนึ่งก็เป็นปราณวิญญาณแล้ว ดูดซับแล้วช่างสบายเหลือเกิน
เห็นสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หลินเสี่ยวม่านรีบวางไป๋ไป๋ลง แล้วเตรียมจัดระเบียบลานบ้าน นางจะปลูกผักวิญญาณ
แน่นอนว่า นางต้องรีบวิจัยยันต์ชำระล้างของนางด้วย ค่าเช่าแพง ต้องใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
ผลุบๆ โผล่ๆ ปิดด่านไปอีกหนึ่งเดือน ในที่สุดก็ปรับปรุงยันต์ชำระล้างจนได้ระดับที่ตนพอใจ นางทดลองใช้เองแล้ว หลังจากดูดซับแก่นอสูรระดับแปดไปมากมาย พิษโอสถในร่างกายสะสมอยู่ไม่น้อย แต่พอใช้ยันต์ชำระล้างไปหนึ่งแผ่น พิษโอสถเหล่านั้นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ใช้ติดต่อกันหลายแผ่น ร่างกายเบาสบายขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อขจัดพิษโอสถจนหมด หลินเสี่ยวม่านก็ตัวสั่นสะท้าน พลังวิญญาณในกายพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก
"ฟู่ว!"
หลินเสี่ยวม่านพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความยินดี สำเร็จแล้ว!
ยันต์ชำระล้างแผ่นนี้มีผลจริงๆ แถมผลลัพธ์ยังดีเยี่ยมอีกด้วย
พอดีใจ หลินเสี่ยวม่านก็อยากหาของอร่อยมาฉลองสักมื้อ ในถุงมิติของนางแทบไม่มีเสบียงเหลือแล้ว โดยเฉพาะพวกเครื่องปรุงรสต่างๆ ก็ใช้หมดเกลี้ยง ดังนั้นจึงตัดสินใจพาไป๋ไป๋ออกไปกินข้างนอก
"นักวาดยันต์หลิน ท่านอยู่บ้านหรือไม่?"
"นักวาดยันต์หลิน ท่านกำลังปิดด่านอยู่หรือ?"
"นักวาดยันต์หลิน เป็นเพราะ...ข้าทำสิ่งใดไม่ดี ทำให้ท่านไม่พอใจหรือไม่?"
......
เพิ่งหยิบวงสหายเซียนออกมา กลับเห็นข้อความกองพะเนินที่เย่ซินส่งมา นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกเรื่องย้ายบ้านกับคนอื่น