เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360 เจ้าสำนักเรียกพบ

บทที่ 360 เจ้าสำนักเรียกพบ

บทที่ 360 เจ้าสำนักเรียกพบ


บทที่ 360 เจ้าสำนักเรียกพบ

หลินเสี่ยวม่านคาดไม่ถึงว่ายันต์ช่วยย่อยจะได้รับความนิยมถึงเพียงนี้ แม้นางจะจงใจจำกัดจำนวนการแจกในภายหลัง แต่อดหลับอดนอนวาดทุกวันก็ยังไม่พอใช้

ตลอดงานชุมนุมอาหารรสเลิศ นางได้กินของอร่อยไปไม่น้อย อัตราความสำเร็จในการวาดยันต์ช่วยย่อยก็เพิ่มขึ้นหลายส่วน พร้อมกันนั้นก็ได้รับใบสั่งซื้อยันต์ช่วยย่อยจำนวนมหาศาล

ค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับการสั่งจองอาหารก็ถอนทุนคืนมาหมดแล้ว แถมยังมีกำไรเหลือเฟือ

แม้ยันต์ช่วยย่อยของนางจะตั้งราคาไว้ไม่สูง แต่ด้วยจำนวนใบสั่งซื้อที่มากมายมหาศาล ผู้ฝึกตนที่รักการกินเหล่านี้ แทบทุกคนล้วนต้องการ

หลินเสี่ยวม่านเองก็ชอบใช้ยันต์ช่วยย่อยมาก เพราะเมื่อเทียบกับต้องเสียเวลามากำจัดลมปราณขุ่นมัวทุกครั้งหลังกินของอร่อย จ่ายหินวิญญาณนิดหน่อยซื้อยันต์ช่วยย่อยไม่กี่แผ่นมากำจัดลมปราณขุ่นมัวเหล่านั้น มันคุ้มค่ากว่ากันเยอะ

ยังมีคนที่ได้ยินว่ายันต์ช่วยย่อยสามารถกำจัดพิษโอสถได้ด้วย แม้ไม่ได้มาเมืองอวิ๋นเมิ่ง ก็ยังฝากศิษย์ร่วมสำนักหรือสหายที่มา ติดต่อขอสั่งซื้อยันต์ช่วยย่อยกับหลินเสี่ยวม่าน

หากไม่ใช่เพราะหลินเสี่ยวม่านกำหนดโควตาให้แต่ละคนสั่งซื้อได้แค่ครึ่งปีต่อครั้ง และครั้งละไม่เกินหนึ่งปึก นางคงทำกำไรได้มากกว่านี้ แต่นั่นก็จะทำให้นางไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย

"เสี่ยวม่านเอ๋ย เจ้าเก่งเกินไปแล้วนะ วิจัยยันต์ใหม่ออกมาได้อีกแล้ว"

งานชุมนุมอาหารรสเลิศจบลง พวกเขากำลังเตรียมตัวกลับ หวังมู่เซินและหวังเถียนเถียนก็พูดกับหลินเสี่ยวม่านด้วยรอยยิ้มร่าเริง

"ฮ่าๆ พอได้ พอได้ พวกเราออกเดินทางกันเถอะ กลับบ้านกัน"

ครั้งนี้ถือว่ากอบโกยได้เต็มที่ หลินเสี่ยวม่านไม่เพียงได้กินและซื้อของอร่อยมากมาย ยังวิจัยยันต์ช่วยย่อยได้สำเร็จ แถมยังมีธุรกิจที่มั่นคงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ส่วนถวนจื่อก็ช่วยสร้างชื่อเสียงให้สุราวิญญาณหยกขาวของนางได้สำเร็จ

ชั่วขณะหนึ่ง สำนักกำเนิดฟ้ากลับดูเหมือนจะมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งขึ้นในงานชุมนุมอาหารรสเลิศครั้งนี้

ตลอดทางราบรื่น กลับถึงสำนักกำเนิดฟ้า ทันทีที่เท้าเหยียบย่างเข้าสู่ประตูสำนัก หลินเสี่ยวม่านถึงได้ถอนหายใจโล่งอกอย่างแท้จริง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลี่หม่างยอมแพ้ไปแล้ว หรือเพราะไม่รู้ความเคลื่อนไหวของนาง ครั้งนี้ออกไปแล้วกลับมาได้อย่างราบรื่น ก็ถือว่าดีแล้ว

"กลับบ้านปลอดภัย สมบูรณ์แบบ!!!"

กลับถึงยอดเขาลั่วเสีย หลินเสี่ยวม่านถอนหายใจยาวเหยียด ตะโกนก้อง

ทว่า กลับถึงสำนักได้ไม่กี่วัน ก็ได้รับข่าวที่ทำให้นางตื่นเต้นกังวลใจอย่างยิ่ง

"หลินเสี่ยวม่าน ยอดเขายันต์ คารวะท่านเจ้ายอดเขา อ๊ะ เจ้าสำนัก"

หลินเสี่ยวม่านคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าวันหนึ่งจะถูกเจ้าสำนักเรียกพบ ในใจตื่นตระหนกแทบแย่ เกือบจะพูดผิดพูดถูก

"ฮ่าๆ หลินเสี่ยวม่านสินะ ไม่ต้องเกร็ง วันนี้เรียกเจ้ามา ก็แค่มีเรื่องอยากถามเจ้าสักหน่อย"

เสียงหัวเราะอบอุ่นดังมาจากเบื้องบน ฟังดูแล้วยังหนุ่มแน่นอยู่เลย หลินเสี่ยวม่านอดหันไปมองท่านอาจารย์ของตนไม่ได้ ใช่แล้ว นางกลับจากเมืองอวิ๋นเมิ่ง ท่านอาจารย์ก็ออกจากฌานแล้ว

จางโหย่วเต้าพยักหน้ายิ้มแย้ม "เจ้าสำนักใจดีที่สุด ไม่ต้องเกร็ง มา นั่งตรงนี้สิ"

ยามนี้ทั้งสามคนยืนอยู่บนยอดเขาของยอดเขาหลัก ยอดเขานี้สูงลิบลิ่ว ทิวทัศน์งดงามกว่ายอดเขาลั่วเสียของนางไม่รู้กี่เท่า

หลินเสี่ยวม่านเดินไปนั่งตามที่ท่านอาจารย์ชี้ แล้วก็เห็นจอกสุราตรงหน้า...... หืม? สุรา? สุราวิญญาณหยกขาว?

หลินเสี่ยวม่านเบิกตากว้างโพลง จ้องมองจอกสุราตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นี่ คงไม่ใช่อย่างที่นางคิดหรอกนะ?

นี่คือสุราวิญญาณหยกขาวของเมืองอู๋จี๋ใช่ไหม?

นางจำได้ว่าท่านอาจารย์ค่อนข้างสนิทสนมกับเมืองอู๋จี๋ การจะนำสุราวิญญาณหยกขาวกลับมาจากที่นั่นคงไม่ใช่เรื่องยาก

"เจ้าสำนักเชิญถามได้เลยเจ้าค่ะ"

นางประสานมือคารวะไปทางนั้นอย่างระมัดระวัง เงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง โอ้โฮ โลกผู้บำเพ็ญเพียรนี่ไม่มีคนขี้เหริเลยสินะ เจ้าสำนักหล่อเหลาเอาการ หล่อกว่าอาจารย์ของนางเสียอีก แถมยังดูหนุ่มแน่นมาก อืม พลังฝีมือก็แข็งแกร่งสุดยอด นางมองไม่ทะลุเลย

สัจพรตดารานิรันดร์เห็นนางจ้องมองจอกสุราตรงหน้า ก็ยิ้มบางๆ "ได้ยินว่าเจ้าหมักสุราชนิดหนึ่งเป็น ชื่อเหมือนกับสุราตรงหน้าเจ้าเปี๊ยบ เพียงแต่อันนี้ซื้อมาจากเมืองอู๋จี๋"

หลินเสี่ยวม่านได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ แต่ก็กลับมาเครียดอีกครั้ง สรุปว่านี่คือ?

"สุราสองชนิดรสชาติคล้ายคลึงกัน ชื่อก็เหมือนกัน เมื่อก่อนพวกเราเคยได้ยินแต่สุราวิญญาณหยกขาวของเมืองอู๋จี๋ ยามนี้เมืองอู๋จี๋กลับได้ยินเรื่องสุราวิญญาณหยกขาวของเจ้า"

หลินเสี่ยวม่านชะงัก รีบเงยหน้ามอง โบกมือปฏิเสธพัลวัน

"สูตรนี้พวกเราคิดค้นกันเองนะเจ้าคะ ไม่ได้ลอกเลียนแบบพวกเขาแน่นอน เพียงแค่บังเอิญชื่อเหมือนกัน อืม แถมยังดีกว่าของพวกเขาด้วย"

หลินเสี่ยวม่านอยากจะบอกว่าของนางนี่แหละคือต้นตำรับที่แท้จริง แต่พูดไม่ได้ สัญชาตญาณบอกนางว่าไม่อยากเปิดเผยตัวตนของถวนจื่อ กลัวจะนำปัญหาไม่จำเป็นมาให้

สัจพรตดารานิรันดร์ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า "ฮ่าๆๆๆ ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา"

ฮึ สุราวิญญาณหยกขาวของสำนักกำเนิดฟ้าพวกเขาย่อมดีกว่าของเมืองอู๋จี๋อยู่แล้ว หากยังสงสัยอีก พวกเขาคงต้องหมักสุราที่ดีกว่าสุราวิญญาณหยกขาวของสำนักกำเนิดฟ้าออกมาให้ได้กระมัง

"หลินเสี่ยวม่านเอ๋ย สุราวิญญาณหยกขาวของเจ้านี้ สนใจจะร่วมมือกับสำนักวางขายหรือไม่?"

หลินเสี่ยวม่านตะลึงงัน ผ่านไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ? ไม่ซักไซ้ไล่เลียงนางแล้วหรือว่าไปลอกเลียนแบบเมืองอู๋จี๋มาหรือไม่? ร่วมมือ?

"ร่วมมือ?"

"ใช่ แน่นอนว่าสูตรหมักสุราย่อมเป็นของเจ้า แต่วัตถุดิบที่ใช้หมักสุรา ทางสำนักสามารถจัดหาให้ได้ และยังสามารถจัดหาแรงงานให้ หรือจะให้ทางสำนักเป็นผู้จัดจำหน่ายสุราวิญญาณหยกขาวก็ได้"

หลินเสี่ยวม่านกระพริบตาปริบๆ "อะแฮ่ม คือว่าอาจารย์ลุงเจ้าสำนักเจ้าคะ กรรมวิธีทำสุราวิญญาณหยกขาวค่อนข้างพิเศษ ไม่อาจให้คนอื่นทำแทนได้เจ้าค่ะ"

ต่อให้เป็นนางทำ ก็ยังไม่ได้เลย เรื่องนี้ต้องให้ถวนจื่อทำเท่านั้น มีแต่ถวนจื่อที่รู้สูตร แถมข้าวโพธิญาณก็ต้องให้ถวนจื่อปลูกถึงจะได้ผล

ส่วนเรื่องฝากสำนักขาย ทางสำนักหักเปอร์เซ็นต์เยอะเกินไป นางปวดใจ

"หากมอบให้ทางสำนักจัดจำหน่าย ทางสำนักจะหักค่าธรรมเนียมเพียงครึ่งส่วน"

สัจพรตดารานิรันดร์เห็นนางยังลังเล ก็เอ่ยต่อ "ยอดเขาลั่วเสียก็ยกให้เจ้าไปเลย เจ้าอยากจะปลูกอะไรบนเขาก็ตามใจชอบ"

ดวงตาหลินเสี่ยวม่านเป็นประกาย มองเจ้าสำนักอย่างคาดหวัง "หมายความว่ายอดเขาลั่วเสียจะตกเป็นของศิษย์ถาวรเลยหรือเจ้าคะ?"

สัจพรตดารานิรันดร์พยักหน้ายิ้มแย้ม "ถูกต้อง"

"ว้าว!" อยากตอบตกลงใจจะขาด แต่ไม่ได้นี่สิ

"แต่ว่าศิษย์ตกลงร่วมมือกับสหายไปแล้ว สุราวิญญาณหยกขาวอาจจะไม่สามารถส่งให้ที่อื่นได้อีกเจ้าค่ะ"

เฮ้อ แม้จะน่าเสียดาย แต่ใครใช้ให้หวังมู่เซินเป็นสหายที่ดีของนางเล่า แถมเมื่อก่อนยังเคยมีน้ำใจช่วยจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้นางตั้งเยอะ

สัจพรตดารานิรันดร์ได้ยินดังนั้นก็ไม่ผิดหวัง เขาย่อมรู้เรื่องนี้ดี เห็นหลินเสี่ยวม่านชัดเจนว่าหวั่นไหวแล้ว แต่ก็ยังปฏิเสธข้อเสนอนี้ จิตใจนับว่าไม่เลวทีเดียว

"แล้วยันต์ช่วยย่อยล่ะ?"

หลินเสี่ยวม่านอึ้งกิมกี่ ท่านเจ้าสำนักเจ้าขา วันหน้าจะเปลี่ยนเรื่อง ช่วยเกริ่นนำล่วงหน้าหน่อยได้ไหมเจ้าคะ? ท่านเล่นเปลี่ยนเรื่องปุบปับแบบนี้ ข้าตามไม่ทัน!

นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองท่านอาจารย์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดื่มสุรา ท่านอาจารย์เจ้าขา ช่วยพูดอะไรหน่อยสิเจ้าคะ!

"ฮ่าๆ ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านก็อย่าแกล้งแม่หนูนี่นักเลย"

โชคดีที่ในที่สุดท่านอาจารย์ก็ได้ยินเสียงในใจของนาง เอ่ยปากพูดเสียที

"เสี่ยวม่าน ยันต์ช่วยย่อยเจ้าเป็นคนคิดค้นเองสินะ"

"เจ้าค่ะ"

"เรื่องเป็นอย่างนี้ ช่วงนี้ยันต์ช่วยย่อยของเจ้ากำลังโด่งดังไปทั่วทวีปเฮ่าเยว่ ทางสำนักได้รับความจำนงขอสั่งจองยันต์ช่วยย่อยเข้ามาไม่น้อย เจ้ามีความประสงค์จะขายยันต์นี้ให้ทางสำนักหรือไม่?"

"ยอดเขาลั่วเสียยกให้เจ้า นอกจากนี้รายได้จากการขายยันต์ช่วยย่อยในภายหน้า เจ้าจะได้ส่วนแบ่งหนึ่งส่วน"

สัจพรตดารานิรันดร์กล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มอยู่ข้างๆ

จบบทที่ บทที่ 360 เจ้าสำนักเรียกพบ

คัดลอกลิงก์แล้ว