- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาสร้างตัวในโลกเซียน
- บทที่ 290 เห็นหินหยกขาวแล้ว
บทที่ 290 เห็นหินหยกขาวแล้ว
บทที่ 290 เห็นหินหยกขาวแล้ว
บทที่ 290 เห็นหินหยกขาวแล้ว
“เหมียว”
“จี๊ด ๆ”
ทั้งแมวและหนูต่างให้คำตอบยืนยันแก่หลินเสี่ยวม่าน พวกมันก็คิดเช่นนั้น วันที่ไม่มีเนื้อกิน ช่างไม่มีความสุขเอาเสียเลย
“ฮิฮิ พวกเจ้าก็คิดเช่นนั้นสินะ โธ่เอ๊ย เดือนหน้าข้าทำอย่างนี้อีกไม่ได้แล้ว ต้องหาเวลามื้อพิเศษให้ตัวเองบ้าง”
แต่ถ้าจะเพิ่มมื้อพิเศษ ก็ต้องมีเวลาว่าง จะหักเวลาว่างนี้มาจากส่วนใดเล่า?
เวลาช่วงเช้าต้องไปทำงาน เวลาช่วงบ่ายก็แบ่งไปวาดยันต์ทำภารกิจให้จวนเจ้าเมืองไปแล้วครึ่งหนึ่ง จะเอาเวลาที่เหลือไปเรียนยันต์ใหม่ก็ไม่ได้อีก เช่นนั้นก็ทำได้เพียงหักจากเวลาฝึกบำเพ็ญที่บ้านหลังจากเลิกงานแล้วเท่านั้น
นางก้มลงมองหินหยกขาวที่งดงามในมือ หลินเสี่ยวม่านถอนหายใจแผ่วเบา “ยังคิดว่าจะหาเวลาว่างได้บ้าง ไม่นึกเลยว่าจะยังคงต้องบีบเวลาจากการฝึกบำเพ็ญ”
ด้วยการฝึกบำเพ็ญโดยมีหินหยกขาว ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญของนางก็จะเร็วขึ้น เช่นกัน การฝึกพลังจิตก็จะเร็วขึ้นด้วย
กล่าวคือ แต่ก่อนนางใช้เวลาสี่ชั่วยามในการฝึกบำเพ็ญเพื่อเพิ่มพลังบำเพ็ญและพลังจิต แต่ตอนนี้ด้วยการใช้หินหยกขาวฝึกบำเพ็ญ อาจจะสามารถบรรลุผลได้ภายในสามชั่วยาม เมื่อเป็นเช่นนั้นเวลาที่ประหยัดได้หนึ่งชั่วยามก็เพียงพอที่จะให้นางทานอาหารรสเลิศได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว
ดังนั้น ในเดือนถัดมา หลินเสี่ยวม่านจึงเปลี่ยนตารางเวลาของตนเอง ก็ต้องบอกว่าไม่เหนื่อยล้าเท่าเดิมอีกแล้ว อีกทั้งด้วยการเสริมของหินหยกขาว การฟื้นฟูพลังวิญญาณและพลังจิตของนางก็เร็วขึ้นมาก ประสิทธิภาพในการวาดยันต์ก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
ภายใต้การวงจรที่ดีเช่นนี้ หลินเสี่ยวม่านจึงใช้ชีวิตในเดือนนี้ได้อย่างสบายมากขึ้น และค้นพบจุดสมดุลระหว่างการฝึกบำเพ็ญกับการวาดยันต์ของตนเองแล้ว
ทุกวันนางสามารถสัมผัสได้ถึงความก้าวหน้าบนเส้นทางยันต์ และพลังบำเพ็ญที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย เชื่อว่าเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งย่อมต้องมีการทะลวงครั้งใหญ่แน่นอน
ความรู้สึกของการฝึกบำเพ็ญด้วยหินหยกขาวทุกวันนั้นช่างดีงามเกินกว่าจะบรรยาย เพียงแต่หินหยกขาวสามร้อยก้อนนั้นใช้ไม่นานนัก นอกจากจะใช้ในการฝึกบำเพ็ญแล้ว นางยังต้องใช้ฟื้นฟูพลังวิญญาณด้วย ซึ่งสามารถใช้หินหยกขาวได้ถึงสองก้อนต่อวัน
เท่ากับว่าเสียหินวิญญาณไปหกพันก้อนในทันที หากคำนวณจริง ๆ แล้ว อย่างน้อยก็หนึ่งหมื่นหินวิญญาณ
หลินเสี่ยวม่านรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ใช้ แล้วจึงวาดยันต์อย่างขยันขันแข็งและแข่งกับเวลามากขึ้น ถึงขนาดปฏิเสธคำชวนไปดื่มสุราของอูอวี่ไปหลายครั้ง
ทว่า นางไม่รู้เลยว่า ในโลกนี้แทบจะไม่มีใครกล้าใช้หินหยกขาวฝึกบำเพ็ญอย่างฟุ่มเฟือยเช่นนาง
แน่นอนว่าหลินเสี่ยวม่านไม่ทราบ นางเข้าใจหลักการที่ว่าทรัพย์สมบัติไม่ควรแสดงออกสู่ภายนอก ทุกครั้งที่ใช้หินหยกขาว นางก็จะใช้มันอย่างเงียบ ๆ
หาหินหยกขาวได้สองพันห้าร้อยก้อนต่อเดือน เมื่อคำนวณแล้วดูเหมือนจะใช้ได้นาน แต่ทว่า... หากถึงเวลาที่ต้องทะลวงอย่างเร่งด่วน หินหยกขาวก็จะไม่พอใช้เช่นกัน นางเองต้องการใช้ในการฝึกบำเพ็ญทะลวงขอบเขต ไป๋ไป๋และถวนจื่อก็ต้องการใช้เมื่อถึงเวลาทะลวงขอบเขตเช่นกัน
ยิ่งกว่านั้น หลินเสี่ยวม่านต้องคำนึงถึงอนาคต เมื่อครบห้าปีแล้วนางต้องออกจากเมืองอู๋จี๋ ก็จะหาหินหยกขาวในที่อื่นไม่ได้
ดังนั้น นางจึงยังคงคิดที่จะเก็บสะสมหินหยกขาวให้มากขึ้นในถุงของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความจำเป็นในอนาคต
เพราะมีหินหยกขาว ในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่ถวนจื่อจะจมดิ่งอยู่กับการฝึกบำเพ็ญแล้ว แม้แต่ไป๋ไป๋ก็กอดหินหยกขาวนอนหลับไปตลอดทั้งวัน
ความร่วมมือระหว่างหลินเสี่ยวม่านกับจวนเจ้าเมืองยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง มีรายได้สองพันห้าร้อยก้อนหินหยกขาวต่อเดือน และทุกครั้งนางจะแบ่งให้ถวนจื่อและไป๋ไป๋คนละห้าร้อยก้อน สองตัวน้อยต่างยินดีรับไว้ และฝึกบำเพ็ญอย่างขยันขันแข็งยิ่งขึ้น
เช่นนี้ในเมืองอู๋จี๋ก็ผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่า เมื่อครบปีแรกหลังจากหลินเสี่ยวม่านตื่นขึ้นในเมืองอู๋จี๋ นางก็เก็บสะสมหินหยกขาวไว้ได้กว่าสองหมื่นก้อนแล้ว และในตอนนี้เอง ถวนจื่อก็ได้นำข่าวดีมาให้นาง
“เสี่ยวม่าน ข้าเห็นแล้ว เห็นหินหยกขาวแล้ว”
วันนี้ หลินเสี่ยวม่านกำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงยินดีของถวนจื่อดังขึ้นในจิตใจ ดวงตาของหลินเสี่ยวม่านเป็นประกาย
“จริงหรือ? ถวนจื่อ เจ้าตื่นแล้วรึ?”
“เหมียว~ ตื่นแล้ว ข้าเห็นหินหยกขาวแล้ว อยู่ในวังที่ใหญ่โตมาก ภายในเต็มไปด้วยหินหยกขาว มีอยู่เต็มไปหมดเลย สบายมากเลย”
เมื่อนึกถึงภาพนั้น ถวนจื่อรู้สึกเหมือนน้ำลายจะไหลออกมา หอมเหลือเกิน
หลินเสี่ยวม่านดีใจอย่างคาดไม่ถึง นางคิดอยู่แล้วว่าหินหยกขาวมีประโยชน์ ให้ถวนจื่อดูดซับมันอย่างดี ไม่แน่ว่าจะได้รับผลลัพธ์บางอย่าง และนี่ก็มาถึงแล้วจริง ๆ
นางรีบลุกขึ้น เดินไปมาด้วยความตื่นเต้น “อยู่ที่ใด? อยู่ในเมืองอู๋จี๋หรือนอกเมือง? พรุ่งนี้ข้าจะไปขอลาท่านรองอวี๋ พวกเราจะไปขุดเหมืองด้วยกัน”
ฮ่าฮ่าฮ่า สวรรค์ช่วยนางแล้ว!
“เหมียว? ไม่รู้ เห็นเพียงวังที่งดงามมากเท่านั้น สบายมากเลย รอเราหาเจอแล้ว พวกเราไปอยู่ตรงนั้นกันเถอะนะ สบายมากจริง ๆ”
“เอ๊ะ?”
ความยินดีบนใบหน้าของหลินเสี่ยวม่านพลันแข็งค้าง “ไม่รู้หรือ? ทำไมถึงไม่รู้เล่า เจ้าเห็นแล้วมิใช่รึ?”
“เหมียว เห็นเพียงแค่ภาพเดียวเท่านั้น”
ถวนจื่อซบหน้าลงในอ้อมแขนของหลินเสี่ยวม่านด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ร้องเหมียวเบา ๆ ดูน่าสงสารยิ่งนัก
“ไม่เป็นไรไม่เป็นไร พวกเราค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้สามารถเห็นได้ก็ถือเป็นความก้าวหน้าแล้ว รออีกสักหน่อยไม่แน่ว่าจะจดจำได้ทั้งหมดเลยก็ได้นะ”
“เหมียว”
ถวนจื่อร้องแผ่วเบา ซบอยู่ในอ้อมแขนของหลินเสี่ยวม่าน ดวงตาสีม่วงมองออกไปนอกหน้าต่างยามค่ำคืน แววตาฉายความสับสนเล็กน้อย
แม้ว่าจะยังไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน แต่นี่ก็ถือเป็นข่าวดี อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขามีความหวัง
...
เช้าวันหนึ่ง หลินเสี่ยวม่านกำลังเตรียมตัวจะไป ‘ทำงาน’ ที่สมาคมการค้าอวิ๋นหลิง อูอวี่ก็วิ่งเข้ามา
“เสี่ยวม่าน เจ้าวางแผนจะฉลองปีใหม่อย่างไร?”
หลินเสี่ยวม่านกะพริบตา “ก็ฉลองไปตามปกติมิใช่รึ?”
แม้ว่าในแดนบำเพ็ญเซียนจะมีการฉลองปีใหม่ แต่บรรยากาศก็ไม่เข้มข้นนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนฝูงและญาติมิตรมาพบปะกัน แต่ผู้ฝึกตนจำนวนมากก็เก็บตัวฝึกบำเพ็ญไปทีละหลายปีหรือหลายสิบปี จึงยากที่จะมารวมตัวกันได้
“อืม ปีนี้เมืองอู๋จี๋มีกิจกรรมพิเศษนะ ข้าว่าเจ้าจะต้องสนใจเข้าร่วมแน่”
“กิจกรรมอะไรหรือ?”
หลินเสี่ยวม่านทานขนมเปี๊ยะที่ตนเองทำ พลาง เดินไปยังสมาคมการค้าอวิ๋นหลิง พร้อมยื่นขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งให้อูอวี่ทาน
“ฮิฮิ รางวัลคือสุราวิญญาณหยกขาวนะ สนใจหรือไม่?”
หลินเสี่ยวม่านดวงตาเป็นประกาย “สนใจ!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า รู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องสนใจ รางวัลไม่ได้มีแค่นี้ด้วยนะ ข้าจะบอกให้ ว่ากันว่าครั้งนี้ยังมีหินหยกขาวจากจวนเจ้าเมืองนำออกมาเป็นรางวัลด้วยนะ”
“โอ้โห กิจกรรมอะไรกันนี่?”
ความสนใจของหลินเสี่ยวม่านพุ่งสูงขึ้นทันที รางวัลล้วนเป็นสิ่งที่นางชื่นชอบทั้งสิ้น
“ซ่อนหา”
หลินเสี่ยวม่านเกือบจะสะดุดเท้าตนเองล้ม โชคดีที่นางเป็นผู้ฝึกตน แถมยังอยู่ในขอบเขตหลอมแก่นปราณ อุบัติเหตุเล็กน้อยแค่นี้แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ
นางยืนมั่นคงอย่างไม่สะทกสะท้าน หันกลับไปถามอูอวี่
“ซ่อนหา? เล่นเกมรึ?”
“เกมรึ? ก็อาจจะพูดอย่างนั้นก็ได้ เจ้าเล่นเป็นรึ? เช่นนั้นก็ง่ายแล้ว พวกเราจัดทีมกันดีหรือไม่?”
“ไม่ เจ้าบอกข้ามาก่อนว่าการซ่อนหานี้เป็นอย่างไร? ใครซ่อนใครหา?”
“แน่นอนว่าเป็นผู้ฝึกตนที่เข้าร่วมการแข่งขันเป็นคนหา สิ่งที่ถูกซ่อนคือสมบัติที่ท่านเจ้าเมืองวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ในป่าหมอก ตราบใดที่ค้นพบสมบัติ นอกจากสมบัติจะตกเป็นของผู้ที่พบแล้ว หากจำนวนสมบัติที่ค้นพบติดสามอันดับแรก ก็จะได้รับรางวัลด้วยนะ”
เขากล่าว ไม่รอให้หลินเสี่ยวม่านถาม ก็เปิดเผยความลับให้กับนางทันที
“อันดับหนึ่ง รางวัลหินหยกขาว 3,000 ก้อน อันดับสองรางวัลหินหยกขาว 1,000 ก้อน อันดับสามรางวัลหินหยกขาว 200 ก้อน และยังมีสุราวิญญาณหยกขาวอีก 1,000 ชั่ง”