- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาสร้างตัวในโลกเซียน
- บทที่ 280 เจ้าเมืองใจกว้าง
บทที่ 280 เจ้าเมืองใจกว้าง
บทที่ 280 เจ้าเมืองใจกว้าง
บทที่ 280 เจ้าเมืองใจกว้าง
หลินเสี่ยวม่านประหลาดใจ โอกาส?
ไหนใคร ๆ ก็ว่าคลื่นสัตว์อสูรอันตรายมากไม่ใช่หรือ? ไฉนถึงยังมีโอกาส... หรือเพราะสามารถล่าสัตว์อสูร เก็บเกี่ยววัตถุดิบจากสัตว์อสูรเพื่อนำไปขายเป็นหินวิญญาณได้?
นางไม่จำเป็นต้องสงสัยนานนัก ก็มีคนตอบคำถามให้หลินเสี่ยวม่านแล้ว
“ทุกครั้งที่คลื่นสัตว์อสูรมาถึง จะมีผู้ฝึกตนในเมืองจำนวนมากไปช่วยเหลือในการปกป้องค่ายกล อย่างแรกคือเพื่อปกป้องเมืองอู๋จี๋ อย่างที่สองก็เพื่อสัตว์อสูรเหล่านั้น”
เป็นเพราะสัตว์อสูรจริง ๆ ด้วย ท้ายที่สุดแล้ว การล่าพวกมันลงมาก็ได้หินวิญญาณทั้งสิ้น
หลินเสี่ยวม่านก็ต้องการเช่นกัน นางทะลวงถึงขอบเขตหลอมแก่นปราณแล้ว เนื้อสัตว์อสูรในถุงมิติเมื่อก่อนนี้ ไอปราณไม่เพียงพอสำหรับนาง นางต้องการเนื้อสัตว์อสูรบริสุทธิ์ระดับหก หรือแม้แต่ระดับเจ็ด
“พวกเราสามารถไปได้หรือไม่?”
หลินเสี่ยวม่านหันไปมองเพื่อนร่วมงานของตน ซึ่งเป็นนักวาดยันต์สวรรค์ที่วาดยันต์อยู่ที่สมาคมการค้าอวิ๋นหลิง ชื่อซ่งเสี่ยวอวิ๋น นางมาที่เมืองอู๋จี๋ได้กว่าสามสิบปี เป็นหญิงสาวที่ดูสง่างาม อายุประมาณยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปี มีนิสัยอ่อนโยน นับได้ว่าเป็นเพื่อนคนแรกที่หลินเสี่ยวม่านคบหาที่สมาคมการค้าอวิ๋นหลิง
“ไปได้ แต่ก็อันตรายมากนะ เสี่ยวม่าน พวกเราที่เป็นนักวาดยันต์โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องไปแนวหน้า มักจะคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง”
ซ่งเสี่ยวอวิ๋นเห็นนางถามเช่นนั้นก็รีบกล่าว
“อืม ข้ามีภารกิจที่ยังไม่สำเร็จ หากอยากไปแนวหน้าก็คงทำไม่ได้” หลินเสี่ยวม่านพยักหน้า นางรู้ว่าอะไรสำคัญกว่า ประกอบกับตอนนี้ยันต์ในถุงมิติของนางมีน้อยมาก ยันต์ที่วาดออกมาทั้งหมดก็มอบให้อวี๋ซิวฉีไปแล้ว ยันต์ที่เหลืออยู่เกือบทั้งหมดเป็นระดับนิล ซึ่งตอนนี้แทบจะใช้ไม่ได้แล้ว
“ไปเถอะ พวกเรารีบวาดยันต์ให้มากขึ้น หวังว่าจะช่วยพวกเขาได้บ้าง”
“อืม”
หลินเสี่ยวม่านมีใจแต่ไร้กำลัง นางก็อยากไปช่วยที่แนวหน้า แต่ตอนนี้การไปของนางมีความเสี่ยงสูงเกินไป สู้ตั้งใจวาดยันต์ให้ดี ทำภารกิจให้เสร็จ การวาดยันต์คือวิถีหลักของนาง เพื่อทุ่มเทกำลังให้กับเมืองอู๋จี๋
นางไม่สามารถไปในสนามรบได้ แต่นางสามารถวาดยันต์ได้มากขึ้น หลินเสี่ยวม่านไม่คิดที่จะส่งมอบยันต์เพียง 300 แผ่นในสามวันอีกต่อไป นางเริ่มยกเลิกเวลาฝึกบำเพ็ญในตอนกลางคืนทั้งหมดเพื่อนำมาวาดยันต์ เวลาพักผ่อนเดียวของนางคงเป็นแค่ตอนฟื้นฟูพลังวิญญาณเท่านั้น
นางวาดยันต์ไม่เพียงแค่สิบสองชั่วยามต่อวันเท่านั้น แต่ยังวาดยันต์ด้วยมือทั้งสองข้างอีกด้วย ภายหลังนางคิดถึงความพิเศษของยันต์ระเบิดสายฟ้า จึงลองทดสอบที่ลานบ้านของตนเอง และพบว่าพลังทำลายล้างยิ่งใหญ่กว่าที่นางคิดไว้มาก นางจึงเริ่มทุ่มเทให้กับการสร้างยันต์ระเบิดสายฟ้าทันที
เวลาสี่ชั่วยามที่เหลืออยู่ทุกวัน หลินเสี่ยวม่านใช้มันในการวาดยันต์ระเบิดสายฟ้าทั้งหมด ดังนั้น เมื่อถึงวันส่งมอบยันต์ของอวี๋ซิวฉี ในมือของนางนอกเหนือจากยันต์เคลื่อนย้ายพริบตา ยันต์เพลิงพินาศ และยันต์เกราะทองชนิดละ 300 แผ่นแล้ว ก็มียันต์ระเบิดสายฟ้าอีก 70 แผ่น
ในช่วงที่รออวี๋ซิวฉีมา หลินเสี่ยวม่านยังคงเร่งวาดยันต์ต่อไป แต่เมื่อนางวาดยันต์เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบแผ่นในช่วงเช้า ก็ยังไม่เห็นอวี๋ซิวฉีปรากฏตัว นางก็อดแปลกใจไม่ได้
“อ้าว? ท่านรองอวี๋ไปไหนแล้ว?”
หลินเสี่ยวม่านหยิบวงสหายเซียนออกมาถามซ่งเสี่ยวอวิ๋น “เสี่ยวอวิ๋น วันนี้ท่านรองอวี๋มาหรือยัง?”
“ยังเลย สมาคมการค้าอาจจะต้องให้คนอื่นไปส่งยันต์แทน ท่านรองอวี๋เหมือนจะถูกสัตว์อสูรระดับเจ็ดสกัดกั้นเอาไว้”
หลินเสี่ยวม่านขมวดคิ้ว แนวหน้าตึงเครียดถึงขนาดนี้แล้วหรือ? แม้แต่ท่านรองอวี๋ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนด้านหลังก็ยังถูกสัตว์อสูรสกัดกั้นเอาไว้
เดิมทีนางคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองมากนัก ตราบใดที่นางพยายามวาดยันต์ให้มากขึ้น ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ฝึกตนได้ การส่งคนไปส่งยันต์นั้น ในเมืองก็น่าจะมีผู้ฝึกตนมากมาย... ใช่ไหม?
“ข้า? ไฉนต้องเป็นข้าไปส่ง?”
หนึ่งเค่อต่อมา หลินเสี่ยวม่านชี้ไปที่ตนเองด้วยความประหลาดใจอย่างเหลือเชื่อ ถามหญิงสาวตรงหน้า
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโสหลิน นี่คือจดหมายถ่ายทอดเสียงที่ท่านรองอวี๋ส่งมา เขาชี้ชัดให้ท่านไปส่ง ท่านคิดว่า...”
หญิงสาวผู้นั้นเป็นเพียงศิษย์ตัวเล็ก ๆ ในขอบเขตกลั่นปราณ เห็นสีหน้าของหลินเสี่ยวม่านไม่สู้ดีก็ตกใจจนตัวสั่นเทา พลางยื่นถุงเก็บของและจดหมายถ่ายทอดเสียงในมือให้หลินเสี่ยวม่าน
หลินเสี่ยวม่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนอื่นนางฟังจดหมายถ่ายทอดเสียง พบว่าเป็นเสียงของอวี๋ซิวฉีจริง ๆ และแน่นอนว่าเขาให้นางไปส่งของ พร้อมทั้งแนบแผนที่มาด้วย
หลินเสี่ยวม่าน: ... โอ้ สวรรค์ ข้ากับอวี๋ซิวฉีเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น เราแทบไม่มีการสื่อสารอื่นใดเลย ไฉนจู่ ๆ ข้าถึงได้รับความไว้วางใจให้ทำภารกิจสำคัญเช่นนี้ได้เล่า? ถึงขนาดที่เจาะจงให้นางไปส่งมอบเสบียงอันสำคัญเช่นนี้
แต่ตอนนี้ก็ไม่สามารถลังเลได้แล้ว หลินเสี่ยวม่านรับถุงเก็บของมา พร้อมยันต์กองใหญ่รีบออกเดินทางมุ่งหน้าไปนอกเมือง
แค่ไปส่งยันต์เท่านั้น ไม่มีปัญหาหรอก ส่งเสร็จแล้วนางก็จะรีบกลับเข้าเมือง ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา
ตลอดทาง หลินเสี่ยวม่านพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่เมื่อพุ่งไปถึงแนวหน้าด้านนอกเมือง เห็นการต่อสู้ที่วุ่นวายและมืดมัวนั้น สัตว์อสูรหลากหลายชนิดพุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกตนมนุษย์และผู้ฝึกตนอสูรอย่างไม่หยุดหย่อน การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายดุเดือดเลือดพล่าน ชิ้นส่วนอวัยวะปลิวว่อน เลือดสาดกระเซ็น เปลวไฟลุกโชนทุกหนแห่ง
“ซี้ด!!!”
หลินเสี่ยวม่านสูดหายใจเข้าลึก นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว แถมสัตว์อสูรก็เยอะมากด้วย
ในขณะนั้น นางก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบตามแผนที่ไปหาที่ส่งมอบยันต์ และบังเอิญเจออวี๋ซิวฉีกำลังเดินออกมาจากกระโจม
“ท่านรองอวี๋”
หลินเสี่ยวม่านรีบส่งเสียงเรียก เดินเข้าไปยื่นถุงเก็บของให้เขา “นี่คือยันต์ที่สมาคมการค้าให้ข้านำมาส่ง”
“โอ้ เสี่ยวม่าน เจ้ามาถึงแล้ว พอดีเลย รีบมา ไปช่วยสนับสนุนทางนั้นกับข้า”
อวี๋ซิวฉีเห็นหลินเสี่ยวม่านก็ยิ้มเล็กน้อย โบกมือให้นางอย่างไม่เป็นทางการ พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ
“อ๊ะ? อ๋อ ได้” หลินเสี่ยวม่านยังไม่ทันตอบสนอง ก็เห็นอีกฝ่ายเหินร่างมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็ว นางทำได้เพียงรีบตามไป
“ท่านรองอวี๋ ข้ามาส่งยันต์เท่านั้น” ระหว่างทาง หลินเสี่ยวม่านพยายามไล่ตามอวี๋ซิวฉีไปอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกล่าว
นางเป็นเพียงลูกจ้างที่รับจ้างวิ่งธุระเท่านั้น ตอนนี้ส่งมอบของเสร็จแล้ว นางควรจะเสร็จสิ้นภารกิจกลับไปวาดยันต์ในเมืองอู๋จี๋อย่างขยันขันแข็งสิ
แต่อวี๋ซิวฉีกลับหันมามองนาง “เสี่ยวม่าน ได้ยินมาว่าเจ้าเป็นหนี้จวนเจ้าเมืองไม่น้อย”
“หือ ใช่เจ้าค่ะ” อยู่ดี ๆ มาพูดเรื่องนี้ทำไม?
หลินเสี่ยวม่านระมัดระวังในใจ
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรหรอก พอดีได้ยินอูซ่านพูดถึงเรื่องนี้ เจ้าคิดอยากจะชำระหนี้ให้หมดโดยเร็วหรือไม่?”
“แน่นอนว่าอยากเจ้าค่ะ แต่...”
ไม่ทันที่นางจะพูดจบ อวี๋ซิวฉีก็กล่าวว่า “ดูสิ โอกาสอันยอดเยี่ยมอยู่ตรงหน้าแล้ว เจ้าเมืองเพิ่งประกาศว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ในคลื่นสัตว์อสูรครั้งนี้ การสังหารสัตว์อสูรระดับหกหนึ่งตัวจะได้รับหินวิญญาณ 100,000 ก้อน สัตว์อสูรระดับเจ็ด 1 ล้านก้อน และสัตว์อสูรระดับแปด 10 ล้านก้อนนะ”
ดวงตาของหลินเสี่ยวม่านเป็นประกาย สัตว์อสูรระดับหก 100,000 ก้อนหรือ หากนางล่าได้ 10 ตัว ก็ไม่ใช่ 1 ล้านก้อนแล้วหรือ?
นี่เร็วกว่าการวาดยันต์มากนัก ตอนนี้นางยังคงมีความมั่นใจในการรับมือกับสัตว์อสูรระดับหกอยู่บ้าง
“แล้วสัตว์อสูรที่ล่ามาได้ เนื้อของมันสามารถเก็บไว้เองได้หรือไม่?”
อวี๋ซิวฉีแม้จะแปลกใจที่สิ่งที่นางสนใจไม่เหมือนกับคนอื่น แต่ก็ยังคงพยักหน้า “ได้ รางวัลที่จวนเจ้าเมืองมอบให้นี้จะไม่ยึดสัตว์อสูรที่เจ้าล่ามาได้”
แสงในดวงตาของหลินเสี่ยวม่านพลันส่องประกายสว่างจ้าขึ้น เมืองอู๋จี๋ใจกว้าง!!!