เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 3 ตอนที่ 4 : อัศวินศักดิ์สิทธิ์ อลัน (1)

เล่ม 3 ตอนที่ 4 : อัศวินศักดิ์สิทธิ์ อลัน (1)

เล่ม 3 ตอนที่ 4 : อัศวินศักดิ์สิทธิ์ อลัน (1)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

==========

เล่ม 3 ตอนที่ 4 : อัศวินศักดิ์สิทธิ์ อลัน (1)

“ฟู่ เหนื่อยจริง”

ฮยอนอูลากสังขารตัวเองกลับมาบ้าน ตั้งแต่ที่ภารกิจอีเวนท์เริ่มต้นขึ้น เขาก็ต้องอยู่โยงถึงสองวันเต็ม ผู้เล่นคนอื่นต่างก็ทิ้งตัวละครของตนเอาไว้ บ้างก็ไปพักผ่อนในช่วงที่มอนสเตอร์ลดกำลังการบุกลง แต่ฮยอนอูไม่อาจใช้จ่ายเวลาเช่นนั้นได้

กระทั่งว่าไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น เขาก็มักจะไปพบผู้ป่วยตามสถานที่หลบภัย แม้ว่าพวกเขาจะได้รับพละกำลังกลับคืนเพราะผลของเยียวยาปาฏิหาริย์แล้ว แต่โรคภัยก็ไม่ใช่สิ่งที่รักษาให้หายไป สำหรับฮยอนอูที่เสียดายกระทั่งแต้มสะสมเพียงแค่หนึ่งจึงต้องทำเช่นนี้เพื่อโชคลาภของตนเอง

ทว่า ไม่ว่าเขาจะวุ่นวายกับภารกิจเพียงใด เขาก็ยังไม่ลืมที่จะไปโรงพยาบาลทุกสองวัน ถ้าหากเขาทอดทิ้งแม่เพราะเกม เช่นนั้นแล้วเขาจะเล่นเกมนี้ไปเพื่ออะไรกัน?

‘ยังไหว โล่งอกไปทีที่แม่อาการดีขึ้นมาก’ รอยยิ้มกระจายทั่วใบหน้าของฮยอนอู

หลังเริ่มการทำกายภาพบำบัด สีหน้าของแม่ก็ดีขึ้นทุกวัน

กระนั้นแล้ว ตัวเขาเสียเองที่มีขอบตาดำ ฮยอนอูยังคงมีความกังวลอยู่เสมอ แต่แล้ว เป็นเพราะข้อเสนอที่จีวอนฮวารังเสนอให้คร่าว ๆ ทำให้ความกังวลของเขาไม่ได้มากมายดังเช่นแต่ก่อน อย่างไรแล้ว มันไม่มีอะไรที่จะสลายความอ่อนล้าของฮยอนอูได้ดีไปกว่าการที่อาการของแม่เขาดีขึ้น

‘หรือเราควรนอนหลับสักหลายชั่วโมงก่อนล็อคอินดีนะ? ถ้าหากไม่นอนตอนนี้ เราก็คงไม่ได้นอนไปอีกวัน...’

นี่ก็เป็นระยะเวลาสองวันแล้วตั้งแต่ที่ภารกิจอีเวนท์เริ่มต้นขึ้น ตอนนี้เหลืออีกเพียงแค่หนึ่งวัน ฮยอนอูจึงคิดฝืนถ่างตาขึ้น ด้วยการเคลื่อนไหวที่เซื่องซึม เขาเปิดโทรทัศน์ขึ้นอย่างที่มักทำเสมอ เขาไม่รู้ตัวจนมักทำมันเสมอ เป็นเพราะเขาจะไม่สามารถหลับได้หากรอบข้างเงียบสนิท ดังนั้นแล้ว เขาจึงตั้งเวลาปิดโทรทัศน์เอาไว้และเริ่มนอนหลับเช่นนี้

การถ่ายทอดสดในเกมเริ่มกระจายมาถึงในทีวี มันเป็นโปรแกรมการฉายที่มีเอาไว้เผื่อเกมทั่วไป แต่แล้วในตอนนี้ สองในสามมักจะรายงานถึงนิวเวิลด์ ตอนนี้การถ่ายทอดสดมักจะเป็นหัวข้อที่ได้รับการพูดถึง อีกทั้ง ในเมื่อภารกิจอีเวนท์เริ่มต้นขึ้น รายการนี้จึงเปลี่ยนเป็นรายการฉายนิวเวิลด์ไปเลยทีเดียว

ผู้รายงานข่าวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งรายงานข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนิวเวิลด์อยู่บนหน้าจอโทรทัศน์

“ดิฉันจะพาทุกท่านไปค้นหาเรื่องราวของภารกิจอีเวนท์ครั้งนี้กันนะคะ คุณฮามย็องอู สบายดีไหมคะ?”

“ครับ ยินดีที่ได้พบนะครับ”

เมื่อใบหน้าที่คุ้นเคยโผล่ขึ้นบนโทรทัศน์ ฮยอนอูจึงเริ่มเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกเล็กน้อย

“ดังที่ดิฉันกล่าวถึงเมื่อครู่ ผู้ชมทั้งหลายต่างสงสัยถึงหลายเรื่องราวของภารกิจอีเวนท์ในครั้งนี้ สิ่งแรกเลย มีการพูดคุยกันว่าภารกิจครั้งนี้เริ่มขึ้นโดยไม่มีการบอกกล่าวมาก่อน อีกทั้ง ดิฉันยังได้ยินมาว่ามีผู้เล่นหลายคนร้องเรียนถึงเรื่องที่พวกเขาไม่อาจเข้าร่วมได้ คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้กันคะ?”

“พวกเรารับฟังเสมอมา ในเมื่อคำกล่าวของพวกเขานั้นมีค่าต่อนิวเวิลด์เป็นอย่างยิ่ง ทว่า นิวเวิลด์เป็นโลกเสมือนจริงอันสมบูรณ์แบบ ถ้าหากประกาศแจ้งก่อน นั่นจะเป็นการขัดนโยบายการเป็นโลกเสมือนจริงอันสมบูรณ์แบบนั้น หรือถ้าหากข้อมูลรั่วไหลออกไป มันอาจทำให้เกิดปัญหากับสมดุลโดยรวมของเกมได้ครับ ดังนั้นแล้ว ทางโกลบอลเอ็กซอร์ทจึงยึดมั่นที่จะอยู่ดูแลในฐานะผู้ชมกับกระบวนการทางเกมที่เกิดขึ้นครับ”

“อย่างนั้นแล้ว คุณหมายความว่าอีเวนท์ถัดไปอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างนั้นหรือคะ?”

“รายละเอียดเหล่านี้ผมไม่สามารถบอกกล่าวได้ครับ สิ่งที่ผมสามารถบอกกล่าวได้คือ นิวเวิลด์เป็นโลกที่สร้างขึ้นมาสำหรับผู้เล่นโดยเฉพาะ การเริ่มต้นของภารกิจไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางผู้พัฒนา แต่ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผู้เล่นทุกคนได้สร้างปัจจัยจนทำให้เกิดขึ้นมาครับ มันคือกระบวนการที่เป็นไปโดยธรรมชาติของโลกแห่งนั้น”

“น่าตกใจมากเลยนะคะ อย่างนั้นแล้ว ก็หมายความว่านิวเวิลด์ไม่มีสิ่งใดต่างไปจากความเป็นจริงเลยใช่ไหมคะ?”

“นั่นคือสิ่งที่พวกเราอยากให้เกมเป็นเลยล่ะครับ” ฮามย็องอูหัวเราะออกราวกับพึงพอใจกับคำกล่าวของผู้รายงานข่าว

“งั้นมาเปลี่ยนหัวข้อกันนะคะ เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องการขายไอเทมระดับอีปิคเป็นมูลค่าสูงถึงเจ็ดสิบล้านวอนในเว็บไซต์ประมูลแห่งหนึ่งที่ขายสินค้าในนิวเวิลด์ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้กันคะ?”

‘เจ็ดสิบล้านวอน?’ ฮยอนอูแทบสำลัก นิวเวิลด์เพิ่งเปิดทำการมาเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น ท้ายที่สุดผู้เล่นที่ทำได้ดีที่สุดเลเวลเพียงต่ำกว่าร้อยเท่านั้น แต่มูลค่าเจ็ดสิบล้านวอน... นี่ไม่ใช่หมายความว่าไอเทมมูลค่าสูงล้ำเหล่านี้จะไม่ปรากฏอีกในอนาคตโดยง่ายดายอีกหรือไร?

ทว่า ในโทรทัศน์ ฮามย็องอูกลับไม่เผยปฏิกิริยาอะไรที่แสดงถึงอาการประหลาดใจ “ก็นะครับ นี่มันก็กว่ายี่สิบปีแล้วที่การซื้อขายไอเทมเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การแลกเปลี่ยนไอเทมมากมายจึงเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีจำนวนหนึ่งที่ราคาแพงสูงเกินกว่าหนึ่งล้านด้วย นี่ก็เป็นระยะเวลาเพียงไม่นานหลังพวกเราได้เปิดทำการ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ไอเทมระดับนั้นจะมีราคามากมายถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่ายังจะมีไอเทมอื่นที่ราคาเกินคาดคิดโผล่ขึ้นในนิวเวิลด์อีกด้วยครับ”

“ว้าว ขนาดทำเอาดิฉันตัวสั่นเลยนะคะเนี่ย! ดิฉันเริ่มเข้าใจถึงคำพูดของเหล่านักธุรกิจเกมทั้งหลายที่พูดคุยกันในอินเตอร์เน็ตแล้วค่ะ ดังนั้นแล้ว โปรดทำเกมที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ต่อไปเพื่อพวกเราด้วยนะคะ”

“ครับ นั่นคือจุดประสงค์ของพวกเราครับ”

ฮามย็องอูโค้งให้ขณะที่โทรทัศน์เริ่มเปลี่ยนภาพไป

‘นักธุรกิจเกม...’

มันไม่ต่างอะไรไปกับใบประกาศเกียรติคุณสำหรับผู้ที่สามารถร่ำรวยได้เพราะขายของในเกม แน่นอนว่าการจะได้เป็นเช่นนั้น มันต้องลงทุนทั้งเวลาและโชคไปอย่างมหาศาล แต่มันก็ยังคงเป็นความฝันสำหรับเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมเพื่อเลี้ยงปากท้อง

ฮยอนอูก็ไม่ต่างกัน กระทั่งว่าเขาจะไม่อาจเป็นได้อย่างนักธุรกิจเกมเหล่านั้น เขาก็ยังคิดว่าตนยังมีความหวังที่จะใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายรายเดือนอีกต่อไป

‘มันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเราแข็งแกร่งขึ้นอยู่เสมอ’

ฮยอนอูเริ่มหลับตาลงขณะที่ปากหาวกว้าง ทว่า ดวงตาของเขายังคงค้างเติ่งไม่ต่างอะไรไปจากกระต่ายตื่นตูมเมื่อได้ยินเสียงถัดมาจากทางโทรทัศน์

“โชคไม่ดีนักนะครับ เนื่องจากเป็นความลับของทางผู้พัฒนา พวกเรายังคงไม่อาจปล่อยภาพที่เกี่ยวข้องกับภารกิจอีเวนท์ออกมาได้ โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นที่เข้าร่วมภารกิจที่ต่างก็ถ่ายทำรายการของตนเอง สิ่งเหล่านั้นไม่อาจส่งออกมาให้พวกเราได้เพราะพวกเขาไม่สามารถล็อคเอาท์ออกมาได้ ทว่า พวกเราก็ยังคงสามารถได้พบกับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงตามรายงานของผู้เล่นทั้งหลายได้ครับ ตอนนี้ผู้เล่นอันดับหนึ่งที่มีแต้มสะสมสูงที่สุดในภารกิจได้อยูที่นี่แล้วครับ คุณบอกว่าไอดีของคุณชื่อ อลัน ใช่ไหมครับ?”

‘อลัน!’

ฮยอนอูถึงกับถีบตัวขึ้นเพ่งเล็งสายตาไปยังหน้าจอโทรทัศน์

“ครับ ผมคืออลัน”

บุคคลที่ตอบรับคำถามของผู้รายงานข่าวเป็นชายหนุ่มที่อายุราวยี่สิบปีต้น ๆ ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา อีกทั้งยังสวมใส่ชุดที่บอกได้ตั้งแต่เหลือบมองครั้งแรกว่าราคาแพง อีกทั้งรูปร่างยังไม่ต่างไปจากนายแบบ ด้วยท่าทีสบาย ๆ ทั้งที่อยู่หน้ากล้อง มันยิ่งทำให้เขาดูกลายเป็นคนดังยิ่งขึ้นไปอีก

‘ไอ้หมอนี่คืออลัน...’ เขาผ่อนลมหายใจออกมา

มันก็มีหลายกรณีที่ผู้เล่นที่ครอบครองตัวละครที่ดูดีในเกม แท้จริงแล้วมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก แต่สำหรับอลัน มันตรงกันข้าม อัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างอลันสามารถพูดได้ว่าเป็นหนุ่มรูปงาม แต่พอได้เห็นตัวจริงของอลันก็จะยิ่งเป็นการส่งเสริมว่าตัวละครในเกมของเขามันสมกับภาพลักษณ์นี้และทำให้ได้รับความสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

อลันที่กำลังอยู่ในภายโทรทัศน์กำลังยิ้มมาทางเขา อาร์ครู้สึกราวกับตนเป็นผู้พ่ายแพ้ก็ไม่ปาน

ร่ำรวย หล่อเหลา อีกทั้งยังมีการศึกษาที่ดีเลิศ มันเพียงพอแล้วที่เขาจะได้รับงานจากโกลบอลเอ็กซอร์ท อีกฝ่ายไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเลยสักนิด อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ฮยอนอูจะสามารถเอาอะไรไปเปรียบเทียบได้เลย เขาขาดแคลนซึ่งทุกสิ่งอย่าง อีกทั้งยังขาดมากอีกด้วย พอคิดถึงคังมีซูที่เขาเกิดความชอบพอขึ้น เขาถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ กล่าวตามตรง ถ้าหากฮยอนอูเป็นเด็กสาว หัวใจของเขาคงเทไปทางด้านอลันแทนที่จะเป็นตนเอง และมันก็เห็นได้ชัดดังที่ผู้รายงานข่าวกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

“ดิฉันไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้ ถ้าหากคุณพูดว่าชอบเล่นเกม ดิฉันก็อดที่จะอยากเล่นเกมกับคุณไม่ได้เลยล่ะค่ะ...”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

“โอ้ นี่หมายความว่าคุณก็เชื่อใช่ไหมคะว่าตัวเองรูปงาม?”

“ไม่หรอกครับ แต่ผมคิดว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ดีหากคิดเล่นเกมด้วยความคิดที่ไม่ดีนะครับ”

“ค่ะ พอได้เห็นอลันนิมแล้วดิฉันก็เลยคิดไปเช่นนั้น แต่บ่อยครั้ง ผู้ที่มีชื่อเสียงมักลังเลที่จะต้องเผยใบหน้าของตนเองในเกม ดังนั้นแล้วคุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้กันคะอลันนิม?”

“มันก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ของแต่ละคนนะครับ อัศวินศักดิ์สิทธิ์อลันที่ผมเล่นอยู่ คือตัวละครที่สง่างาม ผมไม่เคยคิดทำเรื่องเลวร้ายใดในเกม อีกทั้งยังไม่เคยสร้างความเกลียดชังให้กับผู้อื่น ดังนั้นแล้วผมจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดซ่อนตัวตนครับ”

“ว้าว เท่มากเลยค่ะ แบบนั้นแล้วคุณจะบอกว่าที่ได้รับตำแหน่งอันดับหนึ่งของภารกิจมานี้ได้คือความโปร่งใสสินะคะ”

“แน่นอนครับ แต่ว่า ผมไม่ใช่ได้ที่หนึ่งมาเพราะความสำเร็จของตนเอง ไม่ว่าจะในเกมหรือความเป็นจริง ไม่มีใครที่สามารถประสบความสำเร็จได้เพียงลำพังหรอกครับ ผมมีเพื่อนอยู่หลายคน อีกทั้งที่ผมได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเช่นนี้ได้ก็เพราะพวกเขาคอยช่วยเหลือ เพราะงั้นแล้ว ผมมักขอบคุณพวกเขาอยู่เสมอครับ”

“พูดได้ดีทีเดียวเลยนะคะ กระทั่งดิฉันยังอยากช่วยเหลือคุณเลยค่ะ”

“ขอบคุ-”

ฮยอนอูปิดโทรทัศน์ลง

ไม่มีใครสามารถสำเร็จได้เพียงลำพัง ได้ยินคำเหล่านี้จึงทำให้ฮยอนอูรู้สึกราวกับทุกสิ่งอย่างที่เขาได้กระทำในนิวเวิลด์ไม่ต่างกับการโดนปฏิเสธตัวตน กระทั่งว่าคำเหล่านั้นจะเป็นความจริง แต่เขาก็ไม่คิดอยากได้รับฟังมันอีกต่อไป ฮยอนอูจึงโยนผ้าห่มทิ้งขณะเริ่มเข้าไปในเครื่องเล่น

‘ในโลกแห่งความจริงเราไม่มีอะไรที่สามารถเทียบอลันได้ ดังนั้นในเมื่อเราไม่อาจ ในเกมเราก็ไม่อาจแพ้ให้กับมันได้ รอก่อนเถอะอลัน ฉันคนนี้จะข้ามผ่านนายไปให้ได้ในสักวัน ไม่ว่ามันจะต้องจ่ายมากมายถึงเพียงใดก็ตาม!’

เขาถึงกับลืมเลือนความเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้ง

* * *

=====

ท่านได้รับการโจมตีอย่างฉับพลันโดยทักษะปลิดชีพ ส่งผลให้เกิดความเสียหายคริติคอล ท่านได้รับความเสียหาย 300 จำนวน 3 ครั้ง

=====

ไม่ช้าขณะที่อาร์คเชื่อมต่อเข้าเกมมานั้น เขาถึงกับได้รับการต้อนรับด้วยข้อความเตือนสีแดงฉาน พลังชีวิตของเขาหายไปเกือบ 60% แทบจะในทันที

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าที่พัก อาร์คจึงออกจากเกมโดยทิ้งตัวละครเอาไว้ในซอยที่รกร้าง ทว่า เขาก็เพียงแค่อยู่เฉย ๆ บนถนนเส้นหนึ่งภายในพื้นที่ปราสาท แต่แล้วกลับโดนความเสียหายทันทีที่เชื่อมต่อเกมเข้ามา

‘หือ? ช่วงที่เราไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นในปราสาทแจ๊คสันกันเนี่ย?’

จากนั้น คนผู้หนึ่งจึงเผยตัวขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา

มันไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่เป็นตัวละครที่สวมใส่ชุดเกราะหนังสีดำขลับ อีกทั้งยังมีผ้าพันคอที่ปิดบังใบหน้าเอาไว้ นี่สมควรเป็นผู้เล่น อาร์คเร่งร้อนถอยกลับพร้อมกับเรียกใช้เนตรแห่งแมว เขาไม่อาจตรวจสอบข้อมูลของผู้คนนี้ได้

ด้วยการใช้งานเนตรแห่งแมว ข้อมูลพื้นฐาน ชื่อ อาชีพ และพลังชีวิตของอีกฝ่ายจะแสดงออกมา แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่หมายความว่าจะใช้กับผู้เล่นทุกคนได้ หากศัตรูมีเลเวลสูงเกินกว่า 10 ระดับ จะมีเพียงแต่พลังชีวิตที่แสดงขึ้นมา ทว่า หน้าต่างข้อมูลของเขากลับเบลอคล้ายกับโดนอะไรบางอย่างรบกวน

ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าอีกอย่างต้องใช้ทักษะพิเศษ หรือไม่ก็ม้วนคัมภีร์ช่วยปิดซ่อนตัวตน และถ้าหากถึงกับต้องปิดซ่อนตัวตนพร้อมเข้าโจมตีเช่นนี้ จุดประสงค์ของอีกฝ่ายต้องไม่มีทางดีเป็นแน่

“นายเป็นใคร?”

“หืม ตอบได้แล้ว? นึกว่าหลับคาเครื่องไปแล้วซะอีก ถามไปเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ คำทักทายนั่นถือเป็นนาฬิกาปลุกก็แล้วกัน อย่าคิดมากเลย”

เสียงที่คล้ายครึ่งชายครึ่งหญิงดังออกมาผ่านผ้าพันคอนั่น

“ว่าอะไร? นี่เรียกว่าคำทักทาย?”

“เอาไงก็เอา ฉันไม่คิดจะโต้เถียงกับนาย”

เมื่ออาร์คเผยสีหน้าโกรธขึ้นมา อีกฝ่ายจึงโบกมือหยอย ๆ คล้ายมันไม่ใช่ปัญหาอะไร

“ขอรวบรัดเลยแล้วกัน ส่งไอเทมที่เรียกว่ากริชแห่งป่าดำมาเสีย แล้วจะปล่อยให้ไปได้”

“กริชแห่งป่าดำ?” อาร์คขมวดคิ้วกล่าวถาม

กริชแห่งป่าดำเป็นไอเทมชิ้นสุดท้ายที่เขาชนะการประมูลผ่านงานประมูลมืดบอดมา อาร์คซื้อหามันมาเพราะคิดว่าน่าจะมีอะไรอื่นแอบแฝง แต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บมันเอาไว้เพราะจุดประสงค์ของมันไม่ค่อยแน่ชัด แต่แล้วอีกฝ่ายรู้กระทั่งชื่อของไอเทมได้ยังไงกัน?

“เลิกแสร้งทำเป็นไม่รู้ได้แล้ว  ฉันรู้นะว่านายซื้อมันมาจากงานประมูล”

“...ที่นายโจมตีเพราะคิดขโมยมัน?”

“ฉันก็บอกแล้วนี่? ก่อนหน้านี้น่ะคำทักทาย แล้วก็ใช่ ฉันอาจจะฆ่านายถ้าไม่ตอบอะไรกลับมา... ตามตรงนะ ฉันไม่ใช่คนมีความอดทนสักเท่าไหร่ ฉันไล่ตามนายมาตลอดทางจนถึงที่นี่แม้ว่าจะได้รับภารกิจจำกัดเวลามาก็ตาม เป็นเพราะนายเอาไอเทมนั้นไปนั่นแหละ นี่ฉันยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน นายรู้ไหมฉันต้องฟันฝ่ามาแค่ไหนถึงจะมาหาเจอนายที่ซ่อนอยู่ในตรอกประหลาดนี่หลังมาถึงปราสาทแจ๊คสัน?”

“นั่นเป็นปัญหาของนาย”

“พูดได้ดีเหมือนกันนี่”

“ฉันทำได้ดีกว่านั้นนะเชื่อไหม?”

“พอได้แล้ว กลับมาเรื่องเดิม ส่งไอเทมนั่นมา ฉันจะแนะนำอะไรให้ ทางที่ดีอย่ามาทำไขสือ นายคงไม่อยากให้ภารกิจอีเวนท์ที่แสนสำคัญนี่ต้องจบลงด้วยความตายหรอกใช่ไหม?”

นี่มันจ้องคุกคามกันชัด ๆ

อาร์คจ้องมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าตึงเครียด

อีกฝ่ายดูแล้วไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ที่ง่ายจัดการแน่ เลเวลของอาร์คในตอนนี้คือ 70 ด้วยโบนัสจากธาตุความมืด ทำให้เลเวลของเขาทัดเทียม 90 กระนั้นแล้ว แม้ว่าอาร์คจะใช้ ‘ลอบเร้น’ แล้วสามารถจู่โจมจากทางด้านหลังใส่ผู้เล่นเลเวล 90 โดยสำเร็จ เขาก็ไม่มีทางสร้างความเสียหายได้ถึง 900 หน่วย กระทั่งว่าเขาไม่รู้ว่าทักษะมือสังหารนั่นมันคืออะไรกัน คิดดูแล้วแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งค่าสถานะและเลเวลของอีกฝ่ายต้องสูงกว่าอาร์คแน่ นอกจากนี้ ดูจากอุปกรณ์สวมใส่อีกทั้งยังสามารถใช้ ‘ลอบเร้น’ ได้เช่นกัน ตัวละครของอีกฝ่ายย่อมต้องเป็นธาตุมืด อีกฝ่ายไม่ใช่อะไรที่อาร์คจะเอาชนะได้ทั้งที่มีพลังชีวิตเหลือเพียงแค่สี่ในสิบจากการโจมตีเมื่อก่อนหน้านี้

‘ภารกิจจะล้มเหลวถ้าหากเราตาย และจะไม่สามารถล็อคอินได้อีกเป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง!’

ความตายหมายถึงเวลาสองวันที่จะได้ทำภารกิจนี้จะหายวับไปกับตา ทว่า อาร์คก็ไม่ใช่คนที่จะยอมส่งมอบไอเทมที่จ่ายออกไปถึง 220 เหรียญทองกับอีก 1 เหรียญทองแดง ที่มีค่าทัดเทียมกับเงินสองล้านสองแสนวอนออกไปเป็นแน่ กระทั่งว่าเขาเจอนักย่องเบาที่ถือมีดในโลกความจริง สองล้านสองแสนวอนก็ยังคุ้มค่าที่จะให้เขาต้องเสี่ยงชีวิตเข้าสู้ อย่างน้อยที่สุด อาร์คก็จะทำให้ถึงที่สุด

“เหอะ นายต้องล้อเล่นแน่ ถ้าหากฆ่าฉันในเมือง นายก็ต้องกลายเป็นเป้าโจมตีของเหล่าทหารในเมืองโดยทันทีไม่ใช่หรือไงกัน?”

“นั่นไม่ใช่อะไรที่นายต้องมากังวล”

อีกฝ่ายพูดด้วยท่าทีเย็นชา มันไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ อาร์ครู้สึกได้ถึงความเชื่อมั่นของอีกฝ่าย ราวกับเขามีแผนการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

“และถ้าฉันจะไม่มอบมันให้แม้ต้องตายล่ะ?”

“งั้นก็จะฆ่านายให้มันดร็อปออกมา”

“น่าลองดูเหมือนกัน”

“ขุดหลุมฝังศพตัวเองนะ ไอ้โง่ ถ้านายอยากตายขนาดนั้น ฉันจะสงเคราะห์ให้ เป้าหมายอาร์ค กำหนดเป็นกริชแห่งป่าดำ” อีกฝ่ายตะโกนขึ้นพร้อมฉีกม้วนคัมภีร์สีแดงที่ดึงออกมา

มันเป็นอะไรที่คุ้นเคยดี ม้วนคัมภีร์ [ปล้น] นั่นเอง มันกำหนดเป้าหมายเป็นไอเทมที่อีกฝ่ายเก็บเอาไว้และจะได้รับมาหลังสังหารไป ทว่า ดวงตาของอีกฝ่ายที่มีผ้าพันคอปิดบังใบหน้าเอาไว้กลับต้องเป็นฝ่ายที่เผยความสับสนออกมาแทน

จบบทที่ เล่ม 3 ตอนที่ 4 : อัศวินศักดิ์สิทธิ์ อลัน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว