เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 3 ตอนที่ 3 : ศึกที่แจ๊คสัน (3)

เล่ม 3 ตอนที่ 3 : ศึกที่แจ๊คสัน (3)

เล่ม 3 ตอนที่ 3 : ศึกที่แจ๊คสัน (3)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

==========

เล่ม 3 ตอนที่ 3 : ศึกที่แจ๊คสัน (3)

เมื่ออาร์คหันไปมอง เขาจึงได้เห็นเด็กสาวที่สวมใส่ชุดคลุมสีขาวกำลังเหม่อมองมาทางนี้ อาร์คเผยสีหน้าแปลกประหลาด ทอมจึงชี้ไปยังเธอขณะอธิบายออกมา “อา เธอคอยช่วยอยู่ที่นี่น่ะครับ ชื่อว่า โรโค่...”

“นึกออกแล้ว เธอบอกสินะว่าเริ่มเล่นเกมแล้วเหมือนกันใช่ไหม? นี่ออกจะช้าเกินไปจนพี่แทบลืมแล้วนะเนี่ย”

“ฮี่ฮี่ นี่ฉันเลเวล 25 แล้วนะ” จุงฮเยซอน หรือโรโค่ ได้กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ

เธอเพิ่งมาถึงปราสาทแจ๊คสันไม่นานหลังออกจากหมู่บ้านฮารัน จากนั้น พอเธอมาถึงปราสาทแจ๊คสัน สิ่งแรกที่เธอเรียนคือการเปลี่ยนอาชีพ อาชีพที่เธอเลือกคือนักร้อง มันเป็นอาชีพที่ผสานระหว่างการฟื้นฟูและทักษะสนับสนุน

“เธอนี่นะ...” อาร์คเดาะลิ้นออกมา

เขาเคยพบเจอผู้เล่นหลายคน แต่ไม่เคยพบเจอนักร้องมาก่อน แม้ว่านักร้องจะมีความสามารถในการฟื้นฟูและสนับสนุน แต่พวกเขาก็ยังมีประสิทธิภาพน้อยกว่าอาชีพสายนักบวช นอกจากนี้ นักบวชยังพอมีความสามารถต่อสู้ด้วยตัวเองอยู่บ้าง แม้ว่าการฉายเดี่ยวจะยากไปบ้างก็ตาม แต่ความสามารถต่อสู้ของนักร้องมันต่ำเสียยิ่งกว่าพ่อค้าเสียอีก

จุดแข็งของนักร้องที่เหนือล้ำกว่านักบวชก็จะมีตอนร้องเพลง ทักษะส่วนใหญ่จะส่งผลเป็นวงกว้าง ทว่า มันเป็นอาชีพที่ไม่อาจเล่นแบบฉายเดี่ยวได้โดยง่ายเพราะข้อจำกัดอันใหญ่หลวง ดังนั้นแล้วจึงเป็นอาชีพที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่คิดจะเลือกเล่นกัน นอกจากนี้ มันก็มีหลายกรณีที่ผู้เล่นเลือกเปลี่ยนอาชีพผิดพลาด พวกเขาจะรีบร้อนถอนตัวอย่างรวดเร็วและเลือกเส้นทางอาชีพอื่น การยกเลิกอาชีพจะทำได้ก็ต่อเมื่อเพิ่งเริ่มอาชีพนั้นไป อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถึง 200 เหรียญทองให้เอ็นพีซีประจำอาชีพ นั่นหมายความว่า การที่ผู้คนต้องการจะยกเลิกอาชีพที่เลือกไปมันต้องจ่ายซึ่งเงินจำนวนมหาศาล

ทว่าโรโค่กลับส่ายศีรษะ “หนูชอบอาชีพนี้นะคะ แล้วหนูก็สนใจเรื่องเพลงมากด้วย อย่างที่พี่เห็น หนูสามารถได้ลองในสิ่งที่ไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสเพราะราคาแพงมาก เหมือนอย่างพวกฮาร์ป เปียโน และฟลูต มันเป็นสิ่งที่คาใจหนูมาตลอด เช่นกัน เพียงแค่ใช้ความพยายามเล็กน้อย หนูก็สามารถเรียนรู้วิธีการเล่นพวกมันในที่แห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง...”

เธอเริ่มเล่นนิวเวิลด์ไม่ใช่เพราะคิดอยากเล่นฉายเดี่ยว ในเมื่อเกมนี้เธอมาเล่นเพราะคาดหวังที่จะได้พบเจอกับอาร์คและคอยช่วยเหลือเขา เธอจึงเลือกการเป็นนักร้องอย่างไม่ลังเล ทว่า เธอไม่อาจพูดถึงสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าอาร์คที่ซึ่งเป็นฮยอนอูในชีวิตจริงได้

“พี่ไม่รู้นะว่าเธอสนใจเพลงขนาดนี้น่ะ”

“เป็นเพราะพวกเราไม่เคยไปคาราโอเกะด้วยกันมาก่อนไงคะ”

“อา นั่นสินะ แต่ก็โล่งอกไปทีนะที่เธอเจออาชีพที่ชอบแล้ว”

“ค่ะ คิดถูกจริง ๆ ที่มาเล่นนิวเวิลด์”

ขณะที่โรโค่กำลังหัวเราะเคอะเขินอยู่นั้น เดดริคจ้องมองเธอด้วยความสงสัย “เจ้านาย ใครกันขอรับ? แฟนของเจ้านาย? หรือว่า?”

“อยากตายอีกรึไง?”

ขณะที่อาร์คกระซิบกระซาบอยู่นั้น โรโค่จึงเผยดวงตาเป็นประกายถามออกมา “โห? ค้างคาวนี่ไม่ใช่เครื่องประดับเหรอคะ? พูดได้ด้วย?”

“ข้าไม่ใช่ค้างคาว ข้าคือชนชั้นสูงแห่งโลกใต้พิภพ เดดริค!”

“หวา พูดว่าเป็นชนชั้นสูงด้วย น่ารักจังเลย!”

เดดริคแทบสำลักเพราะขณะที่ยืดอกอยู่โดนโรโค่คว้าหมับเข้าใส่ เธอพบเห็นเจ้ากะโหลกเช่นเดียวกัน มันกำลังกลิ้งอยู่ด้านข้างของเธอจึงหยิบขึ้นมา

เธอไม่ใช่โรโค่คนที่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเพียงเพราะเห็นหนูอีกต่อไปแล้ว ชีวิตเสมือนจริงในเกมเช่นนี้ทำให้เธอเปลี่ยนไปมาก

“อั่ก ปล่อยได้หรือไม่? นี่เจ้ากล้า...”

เพราะไม่อาจทนแรงของโรโค่ที่คว้าเอาไว้พร้อมเขย่าตัวได้ เดดริคจึงเปลี่ยนร่างเป็นคนพร้อมเผยสีหน้าฉุนเฉียว ทว่ามันกลับเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงแห่งความสนใจของโรโค่เข้า ขณะที่เขาเปลี่ยนร่างเป็นเด็กน้อยน่ารัก โรโค่จึงกอดเอาไว้แน่นขณะยิ้มร่าออกมา

“โห เปลี่ยนร่างได้ด้วย ดวงตากลมโตนี้เหมือนกับน้องชายฉันตอนยังเด็กเลยนะ นี่มันเยี่ยมไปเลยนะพี่อาร์ค พี่ถึงกับมีเจ้าพวกนี้ติดสอยห้อยตามไปด้วย”

“อะไร? จะ-เจ้าพวกนี้?”

“หวา น่ารักจังเลย นี่ อายุเท่าไหร่กันจ้ะ?”

“...สามร้อยปี”

“อ๋า กระทั่งตอนตอบยังน่ารักเลย มานี่เร็วเดี๋ยวพี่สาวเอาขนมปังให้นะ”

“อยากตายหรือไง?”

“ไม่เอาน่า อย่าทำตัวแบบนี้แล้วมาเล่นกับพี่สาวเร็ว กะโหลกน้อยก็มาด้วยกันนะ”

“จะ-เจ้านาย ทำอะไรกับแม่นี่ก็ได้เร็วเข้า!”

ขณะที่โรโค่ถูแก้มอยู่นั้น เดดริคจึงร้องขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าซีดเผือด ทว่า ในเมื่ออาร์คไม่พอใจกับท่าทีของเดดริคตั้งแต่วันนั้น เขาจึงทำเป็นเมินเฉยและหันไปถามโรโค่แทน “ดูเหมือนเธอก็ยังจัดการอะไรได้ดีอยู่นะ ไม่ง่ายเลยที่จะอดทนอยู่ที่นี่ได้...”

“อา ใช่แล้วค่ะ!” โรโค่ลุกขึ้นราวกับนึกอะไรบางสิ่งขึ้นมาได้ “นึกได้แล้ว หนูอยากแนะนำคนคนหนึ่งให้พี่รู้จักค่ะ”

“แนะนำ?”

“ใช่ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยเหลือหนูตั้งแต่อยู่หมู่บ้านฮารัน เขาออกไปทำธุระนิดหน่อย อีกเดี๋ยวก็กลับมาแล้วค่ะ พี่ต้องดีใจที่พบเขาแน่นอน”

โรโค่คว้ามือของอาร์คเอาไว้ขณะดึงออกไป

นับตั้งแต่เริ่มภารกิจอีเวนท์ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่นจะล็อคเอาท์ออกไปจากพื้นที่แจ๊คสัน ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะตายหรือไม่ พวกเขาจะไม่อาจหนีไปได้จนกว่าภารกิจจะสิ้นสุดลง ดังนั้นแล้ว ถ้าหากผู้เล่นออกจากเครื่องเล่น ตัวละครในเกมจะอยู่ในสถานะหลับใหล บุคคลที่โรโค่ต้องการแนะนำให้กับเขายังไม่กลับมาเข้าเครื่องเล่น จึงยังคงอยู่ในสภาพที่หลับขณะพิงผนังอาคารอยู่

“จำเขาได้ไหมคะ?”

“อืม... พี่ไม่ค่อยรู้จักคนในนิวเวิลด์มากนัก...” อาร์คเริ่มสำรวจตัวละครด้วยดวงตาเฉยชา

อีกฝ่ายเป็นตัวละครชายร่างใหญ่ ด้วยร่างกายที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันมันเผยออกมาซึ่งกล้ามเนื้อ สำหรับอาวุธก็พอประมาณ เขาสวมใส่ถุงมือต่อสู้คล้ายกับที่สามารถพบเห็นได้ในเกมต่อสู้ทั่วไป ข้อมือ ข้อศอก รวมถึงไหล่ของเขาถูกหุ้มเอาไว้ด้วยสายรัดหนัง

โดยรวมแล้ว จากสภาพที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกถึงพวกนักมวยปล้ำชาวอเมริกัน

‘รู้จักเราเหรอ? แต่เราไม่เคยพบเจอเขาในนิวเวิลด์มาก่อนเลยนี่นา?’

“หือ? หา?” ขณะที่จ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย เสียงร้องพลันดังขึ้นจากปากของอาร์ค ใบหน้าคล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับมีเครา นี่เป็นใบหน้าที่อยู่ในความทรงจำเขาอย่างแน่นอน มันไม่ใช่ในเกม แต่เป็นโลกความเป็นจริง!

ขณะนั้นเอง ตัวละครได้สั่นไหวขณะเงยศีรษะขึ้น เขามองมาทางอาร์คที่ยืนอยู่กับโรโค่สักครู่หนึ่ง คล้ายกับตระหนักถึงสถานการณ์อะไรได้ เขายกยิ้มขณะลุกขึ้นยืน

“ฮยอนอูนี่นา! ได้พบเจอเธอในเกมจริงด้วย เป็นยังไงบ้าง?”

“นะ-นักสืบจีวอน?”

“ทำไมดูตกใจขนาดนั้นล่ะ? ไม่ใช่เธอบอกเหรอว่าให้ฉันลองเล่นเกมนี้ดู พอได้ลองเล่นดูก็ติดใจมันพอสมควรเลย เพราะงั้นหลายวันมานี้ก็เลยง่วนอยู่กับการเล่นเกมจนไม่ได้หลับได้นอน แต่ก็นะ ฉันก็ยังไปที่โรงพยาบาลอยู่ การอยู่ตลอดคืนได้ก็เป็นประสบการณ์จากสมัยยังเป็นฝ่ายสืบสวนน่ะ อึก ไหล่เจ็บอีกแล้ว”

จีวอนฮวารัง ไม่สิ จัสติสแมนพึมพำขณะหมุนไหล่ของตน

น่าประหลาดใจยิ่ง จัสติสแมนเลเวล 40 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อา มันเป็นเดือนที่มีอะไรเกิดขึ้นหลายสิ่งอย่างมากจริง ๆ” จัสติสแมนพึมพำขณะที่เหม่อมองออกไปยังภูเขาที่อยู่ห่างไกล

* * *

ที่จริงแล้ว จีวอนฮวารังไม่ได้เลเวลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มเล่นเกมแต่อย่างใด

ในเมื่อเขาไม่สนใจต่อสิ่งใดจนเอาชนะหมาป่าได้ตั้งแต่เริ่มเล่น ดังนั้นแล้วเขาจึงได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก แต่ขณะที่ช่วยผู้เล่นอื่น เขาไม่เคยได้รับค่าประสบการณ์เต็มที่ 100% เพราะบางครั้งเขาก็เป็นฝ่ายตายเสียเอง การเพิ่มเลเวลจึงกลับกลายเป็นช้าลง ช้าลง อีกทั้ง จีวอนฮวารังนั้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่รู้อะไร เขาจึงสามารถนับได้ว่าเป็นมือใหม่เล่นเกม

แน่นอน ในเมื่อเขามีฝีมือที่โหดเหี้ยม การรับมือกับสุนัขป่าหรือหมาป่าจึงไม่มีปัญหาอะไรนัก แต่แล้วเมื่อเขาเลเวล 20 พวกหมาป่าและสุนัขป่าไม่อาจให้ค่าประสบการณ์ใด ๆ อีก ดังนั้นแล้วเขาจึงออกไปไกลอีกนิดนึง ปัญหาอยู่ที่เขาเดินไปอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้

หมู่บ้านเริ่มต้นก็สมเป็นหมู่บ้านเริ่มต้นอย่างแท้จริง มันเป็นสถานที่สำหรับให้คนที่ไม่มีภูมิความรู้เรื่องเกมไว้ใช้อาศัย แต่แล้วเมื่อเขาออกมาจากหมู่บ้านเริ่มต้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างพลิกกลับ

สิ่งที่รบกวนจีวอนฮวารังมากที่สุดคือเหล่ามอนสเตอร์ที่สร้างสถานะผิดปกติให้ เป็นเพราะมันเป็นพื้นที่เลเวลต่ำ จึงไม่มีมอนสเตอร์อะไรที่สร้างสถานะผิดปกติร้ายแรงได้ แต่จีวอนฮวารังที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรดีจึงทำได้เพียงแค่เข้าไปพัวพันกับมันจนได้รับสถานะ ‘เลือดไหล’ หรือไม่ก็ ‘อ่อนแรง’

ภูมิต้านทานสถานะผิดปกติจะขึ้นอยู่กับความคล่องตัว ความฉลาด และโชค ทว่า ด้วยความไม่รู้ว่าสมควรลงค่าสถานะเช่นไร เขาจึงหน้ามืดตามัวลงค่าสถานะทั้งหมดไปกับพละกำลังและความอดทน ภูมิต้านทานต่อสถานะผิดปกติจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ดังนั้นเมื่อโดนการโจมตีเข้า เขาจึงแทบจะโดนสถานะผิดปกติอย่างแน่นอนเข้าให้

ผู้เล่นปกติมักจะมีมาตรการรับมือกับเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จีวอนฮวารังกลับไม่มีอะไรอื่น นอกเสียจากจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันยิ่งทำให้แรงปณิธานของเขาเริ่มเผาไหม้ เขาจึงตายครั้งแล้วครั้งเล่า ผลลัพธ์คือค่าสถานะถูกลดทอนไป กระทั่งอุปกรณ์สวมใส่สภาพย่ำแย่ของเขายังดร็อปออกไป ดังนั้นมันจึงยิ่งทำให้การต่อสู้เป็นไปได้ยากมากขึ้น

ยังไม่ใช่เพียงเท่านั้น ด้วยความที่เขาอายุถึงสี่สิบปีแล้ว เขาจึงไม่คิดอ่านเรื่องวางแผนการใช้เงิน ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ ดังนั้นพวกมันจึงพัง กระทั่งว่าจะซื้อหาขนมปังมากินเขายังไม่อาจทำได้ โชคยังดีที่ผู้เล่นที่เขาเคยช่วยเหลือได้เข้ามาดูแล แต่นิวเวิลด์ก็ไม่ใช่สถานที่ง่ายดายที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้

“บ้าจริง ทำไมเกมนี้ถึงซับซ้อนขนาดนี้กัน?”

การโดนมอนสเตอร์ที่ดูท่าทางอ่อนแอจัดการจนตายไม่อาจทำใจเชื่อได้เลย จีวอนฮวารังถึงกับถึงกับทึ้งศีรษะตนเองพร้อมกับสูบบุหรี่เข้าไปเป็นซอง ด้วยสถานการณ์ที่พบเจอ เขาจำเป็นต้องเรียนรู้ว่า ตนไม่อาจดำเนินเกมต่อไปด้วยการใช้ตัวละครเพียงแค่วิ่งเข้าไปโจมตีอย่างโง่งมได้อีก

จีวอนฮวารังจึงวางมวนบุหรี่ลง พร้อมกับจ้องมองไปยังคู่มือสำหรับนิวเวิลด์ที่มาพร้อมกับตอนที่เขาซื้อเครื่องเล่น พอคิดว่าต้องมาอ่านมันแล้ว เขาถึงกับส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอ่านหนังสือเป็นครั้งสุดท้ายตอนไหน โดยเฉพาะกับหนังสือที่เป็นคู่มือเกม ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของเกมที่มีภาษาอ่านแปลกประหลาด พอมองหนังสือคู่มือที่หนาเตอะด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คิดเลยว่าตนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านได้

“เรื่องนี้จะทำเอาเราเป็นบ้า พอเกมเริ่มจะดีขึ้นมาหน่อย แต่นี่มันอะไรกัน? เราคงไปรบกวนฮยอนอูที่กำลังยุ่งอยู่เพื่อขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้...”

จากนั้น บางสิ่งได้วาบผ่านขึ้นมาในความคิดของจีวอนฮวารัง “เดี๋ยวนะ พอมาคิดแล้ว ไม่ใช่ว่ามีพวกคลั่งเกมอยู่จำนวนหนึ่งหรือไร? ถ้าเราลากพวกมันมาได้ล่ะก็...”

จีวอนฮวารังจึงลุกขึ้นโดยทันที พร้อมต่อสายจากที่นี่ไปยังอีกที่หนึ่ง

ผ่านไปไม่นาน ชายสิบคนได้มารวมตัวกันที่บ้านเขา พวกเขาเป็นชายมีประวัติการเฉิดฉายเป็นนักล้วงกระเป๋า ลักลอบขนของเถื่อน ฉ้อฉล ใช้ความรุนแรง และอื่น ๆ อีกมากมาย จีวอนฮวารังเป็นผู้คุมความประพฤติในทัณฑสถาน เขาเคยรับมือกับพวกอาชญากรที่ไม่มีดีเหล่านี้

จีวอนฮวารังเรียกพวกเขามาขณะยกยิ้มขึ้นกล่าวถาม “เอาล่ะ พวกนายมีใครบ้างที่มั่นใจด้านการเล่นเกม ยกมือขึ้น”

คนทั้งสิบต่างยกมือขึ้น

“ดี งั้นคงไม่มีปัญหา นับจากนี้พวกนายจะต้องเป็นผู้ฝึกสอนให้ฉัน”

“ว่าอะไร? ผู้ฝึกสอน?”

“ใช่ นับจากนี้ พวกนายทุกคนต้องผลัดเปลี่ยนกันมาที่บ้านและฝึกสอนฉัน”

“จะเล่นเกมอะไรกัน?”

“นิวเวิลด์”

“แต่พวกเราไม่เคยมีโอกาสได้เล่นนิวเวิลด์มาก่อนเลยนะ...”

อดีตนักโทษต่างเกาศีรษะด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ

ทว่าพอได้ยินคำถามของจีวอนฮวารัง สีหน้าของพวกเขาจึงกลับกลายเป็นเหลือเชื่อขึ้นมา จีวอนฮวารังเป็นคนที่ไม่เคยเล่น MMORPG มาก่อน ไม่สิ ไม่มีพื้นฐานอะไรเกี่ยวกับเกมเลยต่างหาก

*MMORPG คือเกมออนไลน์สวมบทบาทที่เล่นพร้อมกับผู้เล่นหลายคน*

ถ้าหากสู้ เลเวลก็จะเพิ่มขึ้น ถ้าหากเลเวลเพิ่มขึ้น มันก็หมายถึงแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นก็จะสามารถสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นได้ นั่นคือทั้งหมดที่จีวอนฮวารังรู้เกี่ยวกับนิวเวิลด์

“อะไรคือทักษะเรียกใช้? นี่คุณนับเป็นคำถามจริงเหรอเนี่ย?”

“โพชั่นคืออะไรคุณก็ยังไม่รู้?”

“ทำไมคุณถึงเดินไปทั่วทั้งที่ไม่มีชุดเกราะสวมใส่?”

“เอาออกเพราะน่ารำคาญ? งั้นแล้วทำไมคุณไม่คิดว่า เพราะอะไรคนอื่นในเกมถึงยอมสวมใส่ชุดเกราะเพลทที่หนักอึ้งกัน?”

“แล้วทำไมคุณถึงเอาแต่วิ่งเข้าไปตาย? หา? รู้จักการถอยไหม? นี่คุณล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหมเนี่ย?”

“นี่คุณเพิ่มเลเวลตัวเองจนถึง 20 ได้ยังไงกัน?”

“อ๋า บ้าไปแล้ว ทนไม่ได้แล้ว นี่มันบ้าบอชัด ๆ เฮ้ย แกน่ะ ไปสั่งเครื่องเล่นมา!”

ท้ายที่สุด คนเหล่านี้ถึงกับแทบทึ้งผมตัวเองออกเพราะความทนไม่ไหว พวกเขาต่างซื้อเครื่องเล่นมา จนท้ายที่สุดจึงเล่นเกมด้วยกัน และแล้ว อดีตนักสืบ รวมถึงอดีตสิบนักโทษจึงร่วมเล่นเกมไปด้วยกัน

ชื่อตัวละครของพวกเขาคือเลข 1401 ถึง 1410 มันคือเลขสำหรับการคุมประพฤติ

ด้วยความช่วยเหลือของคนเหล่านี้ที่มีความรู้เรื่องเกม จีวอนฮวารังจึงสามารถได้เรียนรู้เรื่องราวพื้นฐานทั่วไปในนิวเวิลด์ แต่เขาก็ยังคงหลงใหลในการเป็นนักสืบ พื้นฐานการเล่นของจีวอนฮวารังจึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

“ทางนั้น! มีคนร้องขอให้ช่วย! ไปกัน!”

“เอ่อ? อีกแล้ว? พวกเราไปช่วยเหลือแล้วจะได้รับอะไรกัน?”

“ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม นี่คือหนึ่งในบทเรียนเพิ่มการเข้าสังคม แทนที่จะปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่า มาพยายามฝึกความยุติธรรมในเกมนี้แล้วรับรู้ถึงความพอใจที่ได้ช่วยดู เข้าใจไหม?”

“เอ่อ พวกเราไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ก็ไม่น่าเป็นไร”

“เงียบนะ! อยากเจ็บตัวก่อนถึงจะไปได้หรือไงกัน?”

จีวอนฮวารังลากพาพวกเขาเดินไปทั่ว พวกเขาจึงตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าผู้เล่นในฮารันจนโดนกล่าวถึง

“ดูนั่นสิ มาโซแมนมีลูกน้องด้วยแหละ!”

ด้วยเหตุนี้ ปาร์ตี้ที่สร้างขึ้นโดยนักสืบและอดีตนักโทษจึงกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในหมู่บ้านเริ่มต้น นี่คือสาเหตุที่จีวอนฮวารัง ผู้ซึ่งไม่มีความรู้ใดในเรื่องเกมเลย ถึงกับสามารถเพิ่มเลเวลจนขึ้นมาถึง 40 ได้ภายในหนึ่งเดือน

ก็แหม มีผู้เล่นอีกตั้งสิบคนคอยช่วยเหลือ เลเวลจะไม่เพิ่มเร็วขึ้นได้ยังไงกัน

* * *

จบบทที่ เล่ม 3 ตอนที่ 3 : ศึกที่แจ๊คสัน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว