เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 สู้สามต่อหนึ่ง!

บทที่ 199 สู้สามต่อหนึ่ง!

บทที่ 199 สู้สามต่อหนึ่ง!


ศีรษะที่ถูกสะบั้นกระเด็นออกไป ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความตกตะลึง เหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะต้องตายเช่นนี้!

“เพียงสองกระบี่ก็สามารถสังหารศิษย์ฝ่ายนอกที่อยู่ในระดับเดียวกันได้! ช่างเป็นชายที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”

“ไม่เสียทีที่เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบชิงอวิ๋น ข้าแทบมองไม่เห็นเพลงกระบี่นั้นเลยด้วยซ้ำ”

“คงเป็นเพราะชายผู้นั้นยังไม่ทันระวังตัวกระมัง ใครจะคิดว่าหลัวเฉิงจะลงมือกะทันหันเช่นนี้”

“ศิษย์บำรุงสำนักเยี่ยงเขากล้าลงมือสังหารศิษย์ฝ่ายนอกเช่นนี้ ช่างเป็นการกระทำที่อุกอาจยิ่งนัก!”

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ศิษย์บำรุงสำนักนั้น นับว่าเพิ่งกลายเป็นศิษย์ของสำนักซวนหยวนได้เพียงครึ่งเดียว เมื่อเทียบกับศิษย์ฝ่ายนอกแล้ว ศักดิ์ศรีนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน!

เหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหลัวเฉิงจะกล้าลงมือก่อน ซ้ำยังทำให้ศิษย์ฝ่ายนอกถึงแก่ความตายอีกด้วย!

“แย่แล้ว!”

ใบหน้าของหยวนจื่อหลานซีดเผือด

ข้อกล่าวหาที่หลัวเฉิงได้รับก่อนหน้านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาลอยๆ ไร้มูลความจริง แต่การสังหารศิษย์ฝ่ายนอกในตอนนี้ มันนับว่าเป็นข้อกล่าวหาที่แท้จริงได้!

“ศิษย์พี่เกา!”

เมื่อเห็นศพตรงหน้า สีหน้าของหลินหานคงเต็มไปด้วยความตกใจ ทันใดก็เปลี่ยนเป็นโกรธแค้นแล้วชี้นิ้วไปทางหลัวเฉิง

“เจ้าช่างกล้าบังอาจนัก! ไม่เพียงแต่ฝ่าฝืนกฎสำนักเท่านั้น แต่ยังกล้าสังหารศิษย์ร่วมสำนักต่อธารกำนัลอีกด้วย!”

“จับตัวมันไว้ ตัดแขนขาของมันออกให้หมดเพื่อล้างแค้นให้ศิษย์พี่เกา!”

ศิษย์ฝ่ายนอกอีกสามคนโกรธแค้นเป็นที่สุด ในแววตาพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน

เมื่อเห็นทั้งสามเข้ามาล้อม หลัวเฉิงกลับไม่ถอยแม้เพียงก้าว แล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

“ไยต้องเสียเวลา พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันนั่นแหละ ข้าจะได้ไม่ต้องไปตามเก็บกวาดทีละคน!”

หลังได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนต่างแสดงสีหน้าตกตะลึงประหนึ่งไม่อยากเชื่อหูตนเอง

ศิษย์ฝ่ายนอกทั้งสามคนนี้ มีสองคนที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า และอีกคนอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ ปราณแท้ในร่างมากล้นและบริสุทธิ์ดุจดั่งเปลวอัคคี พลังนี้เทียบได้กับคชสารสามเศียร!

ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหก มีพลังที่จะสามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้ทั้งหมด!

หลัวเฉิงเพียงอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า กลับกล้าโอ้อวดว่าจะสู้หนึ่งต่อสาม!

นี่มันเท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ แม้นจะมีความบ้าบิ่นเช่นไรแต่ก็ต้องมีขอบเขตบ้าง!

“นี่เขาไม่เห็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหกอยู่ในสายตาเลยหรือ?”

บนแท่นสูง ผู้อาวุโสฉินเหมยแสดงสีหน้าตกตะลึงเป็นที่สุด

ผู้อาวุโสเหอแค่นเสียงหัวเราะแล้วกล่าววาจาเย้ยหยัน “ก็แค่สุนัขตัวหนึ่งที่พยายามดิ้นรนครั้งสุดท้ายเท่านั้น!”

ขณะนี้ อาวุโสเหอรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความสุขอย่างหาที่สุดมิได้

มาตรว่าครั้งนี้หลัวเฉิงคงไม่อาจหนีพ้นความตายได้ ทั้งยังตายด้วยน้ำมือคนของจินหมินอีกต่างหาก สิ่งนี้ทำให้ผู้อาวุโสเหอวางใจไร้กังวลเป็นที่สุด!

“ไอ้หนู เจ้าชักจะได้ใจเกินไปแล้ว! แค่ฆ่าเจ้าไม่ต้องลงมือถึงสามคนหรอก ข้าคนเดียวก็เกินพอ!”

ด้วยเสียงคำรามลั่น นักกระบี่หนุ่มหนึ่งในสามศิษย์ฝ่ายนอกก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

เขาเป็นศิษย์ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ในมือถือกระบี่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายปราณอำมหิตที่กำลังโชติช่วงยากจะต้านทาน พานให้ผู้พบเห็นต่างใจหายใจคว่ำกันถ้วนหน้า

“เขาคือศิษย์พี่เฉินหยวน! เขาได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับห้าดาวและเข้าสู่สำนักมาได้ครึ่งปีแล้ว! ว่ากันว่าเพลงกระบี่ของเขาถูกฝึกฝนจนสำเร็จในระดับสูง นับเป็นอัจฉริยะนักกระบี่ผู้ยากหาใดเปรียบ!”

มีคนในฝูงชนจำเฉินหยวนได้

“แค่เจ้า หนึ่งเพลงกระบี่ก็พอ! กระบี่เงาสามเล่ม!”

เฉินหยวนเต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง เขามองหลัวเฉิงราวกับมองมดปลวกที่อยู่บนพื้น

กระบี่ยาวในมือฟาดฟันออกไปอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วของกระบี่นั้นน่าสะพรึงยิ่ง ด้วยการกวัดแกว่งที่รวดเร็วผ่านให้เกิดภาพเงากระบี่สี่เล่ม ยากจะแยกออกว่าอันไหนแท้จริงอันไหนลวงตา!

“เพลงกระบี่ระดับสี่ดาว กระบี่แยกเงา! เฉินหยวนฝึกฝนจนสร้างกระบี่เงาลวงตาได้สี่เงา นั่นเท่ากับว่าเพลงกระบี่ของเขาถูกฝึกฝนจนบรรลุขั้นสำเร็จเล็กน้อยแล้ว!”

“ครั้งนี้หลัวเฉิงต้องตายเป็นแน่แท้!”

หลายคนไม่กล้ามองต่อ เพราะพวกเขากลัวว่าจะเห็นภาพที่หลัวเฉิงถูกกระบี่นี้ฟันจนขาดเป็นชิ้นๆ

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สอง สะบั้นเมฆา!”

แววตาหลัวเฉิงส่องประกายวาบดุจสายอัสนีบาต ทันใดเขาก็ใช้กระบี่ฟาดเข้าปะทะอย่างรุนแรงโดยไร้ซึ่งความลังเล!

เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้เกี่ยวเนื่องระหว่างความเป็นตาย หากเขาไม่แสดงความแข็งแกร่งตนให้เป็นที่ประจักษ์ ก็ยากนักจะมีผู้ให้ความสนใจ!

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!...

เสียงปะทะดังขึ้นเป็นระลอก

กระบี่ทลายสวรรค์ของหลัวเฉิงราวกับกลุ่มเมฆที่ล่องลอยเข้าไปในเงากระบี่ทั้งสี่ และในพริบตานั้น ก็เกิดการปะทะกันไปแล้วหลายสิบกระบวนท่า!

“อ๊าก!”

จู่ๆ เสียงร้องโหยหวนก็ดังก้องไปทั่วจัตุรัส

เมื่อทุกคนเพ่งมอง ก็เห็นเฉินหยวนใช้มือทั้งสองข้างกุมคอไว้ พร้อมกับก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่ก้าวถอย จะปรากฏโลหิตแดงฉานทะลักออกมาจากร่องนิ้วอย่างน่าสยดสยอง

จบบทที่ บทที่ 199 สู้สามต่อหนึ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว