เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 193 ความคิดสับสน

บทที่ 193 ความคิดสับสน

บทที่ 193 ความคิดสับสน 


“หลัวเฉิงนะหรือฆ่าหลินจินไท่?”

ผู้อาวุโสเหอระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นประหนึ่งว่าได้ฟังเรื่องเหลวไหลที่สุดในโลก เขาส่ายศีรษะครั้งกล่าวน้ำเสียงเคล้าหัวเราะ

“ผู้อาวุโสเหยียนคงล้อเล่นกระมัง หากท่านจะล้อเล่นเช่นนี้เหตุใดจึงไม่บอกว่าไอ้ขยะนั่นได้อันดับหนึ่งในการทดสอบชิงอวิ๋นไปเลยเล่า ฮ่าๆๆ”

เนื่องจากตัวเขาเองรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของหลินจินไท่เป็นอย่างดี ว่าศิษย์เขานี้มีฝีมือมากขนาดไหน แม้ในกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าด้วยกัน ก็ยังนับว่าเขานั้นเป็นยอดฝีมือทีเดียว!

แค่ไอ้ขยะนั่น!

หลินจินไท่ศิษย์ข้าใช้เพียงนิ้วเดียวก็สามารถสังหารมันได้แล้วกระมัง!

ตามการคาดเดาของผู้อาวุโสเหอ หลัวเฉิงคงถูกสับร่างเป็นหมื่นๆ ชิ้นบนเกาะชิงอวิ๋นไปแล้ว

แม้แต่กระดูกและเศษชิ้นเนื้อเขาก็คงถูกสัตว์อสูรกลืนกินจนหมดสิ้น

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ต่อให้มีไอ้คนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมามากถึงสิบคน ก็เกรงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินจินไท่เป็นแน่”

ผู้อาวุโสที่อยู่รอบข้างได้ยินก็พลันกล่าวแทรกขึ้น

เมื่อได้ฟังคำพูดของบรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้น ผู้อาวุโสเหยียนก็แสดงสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น! ตัวข้าเองได้ทราบข่าวมาว่าหลินจินไท่และจั่วฉางซานมิได้กลับขึ้นเรือสำเภา ข้าก็เลยไปตามสืบดู”

ผู้อาวุโสเหอเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้กล่าววาจาล้อเล่น จึงขมวดคิ้วถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“แล้วเรื่องนี้แท้จริงเป็นอย่างไร?”

ผู้อาวุโสเหยียนสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง มองไปรอบๆ ก่อนจะพูดว่า

“ข้าสืบทราบมาว่า พวกเขาเจอต้นหยวนหลิงบนเกาะชิงอวิ๋น เพื่อที่จะแย่งชิงผลหยวนหลิงเหล่านั้น หลินจินไท่กับหลัวเฉิงจึงเกิดความขัดแย้ง จากนั้นทั้งสองก็เข้าปะทะกัน”

ผู้อาวุโสเหยียนกล่าวน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ

“ผลก็คือ หลินจินไท่ถูกตัดแขนทั้งสองข้างและคาดว่าคงตายไปในตอนนั้น ส่วนจั่วฉางซานก็ถูกงูยักษ์เกล็ดดำที่เฝ้าผลหยวนหลิงรัดจนตาย”

ปัง!

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสเหอก็ทนทานรับมิได้พลันปาดมือตบโต๊ะหินดังฉาด พานให้โต๊ะหินแตกเป็นเสี่ยง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วตวาดลั่น

“เป็นไปไม่ได้! ไอ้ขยะนั่น ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของหลินจินไท่แน่นอน! เป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี!”

ผู้อาวุโสเหยียนถอนหายใจ “ตอนแรกที่ข้าได้ยินก็ไม่เชื่อเช่นเดียวกับท่านตอนนี้ แต่ลูกศิษย์หลายคนเห็นเหตุการณ์นี้อย่างชัดเจนจึงยากจะปฏิเสธได้”

“หลัวเฉิงผู้นี้เหมือนจะมิใช่มีฝีมือธรรมดาอย่างที่พวกเราคิดก็เป็นได้ ไม่เช่นนั้นไหนเลยอวิ๋นเหมิงลี่จะแนะนำให้เขาเข้าสำนักเรากัน”

ระหว่างนั้นเอง ผู้อาวุโสฉินเหมยที่ดูแลเรือสำเภาหมายเลขห้าได้กล่าวแทรกขึ้น

“เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหนข้าเองก็มิอาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ คือหลัวเฉิงได้กลับมาอย่างปลอดภัย อีกทั้งพลังยุทธของเขาก็มิใช่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม แต่เป็นระดับห้าต่างหาก ไม่แน่ว่าบางที…”

ผู้อาวุโสฉินเหมยกล่าวยังไม่ทันจะจบก็มีเสียงอุทานแทรกดังขึ้น

“ไอ้เด็กนั่นยังมีชีวิตอยู่งั้นรึ!”

ผู้อาวุโสเหอสะดุ้งเฮือกไปชั่วขณะ เมื่อได้สติสัมปชัญญะกลับมาจึงหันไปมองผู้อาวุโสฉินเหมย แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“เมื่อครู่ท่านบอกว่า พลังยุทธ์ของเขามิใช่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม แต่เป็นระดับห้างั้นหรือ?”

ผู้อาวุโสฉินเหมยพยักหน้าเล็กน้อย “สิ่งที่ข้ากล่าวนั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน”

“เป็นไปไม่ได้! นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเห็นเองกับตาว่าเขาเพิ่งอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามเท่านั้น…”

ข่าวใหญ่นี้ทำให้ผู้อาวุโสเหอสับสนเป็นที่สุด ในหัวก็ก่อเกิดคำถามมากมายขึ้น

ไอ้ขยะนั่นไม่กี่วันก่อนมันยังอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามอยู่เลย แต่เพราะเหตุใด จู่ๆ มันจึงกลายเป็นระดับห้าได้!

ยิ่งไปกว่านั้น หลัวเฉิงยังได้สังหารลูกศิษย์ที่เขารักที่สุดอย่างหลินจินไท่อีกต่างหาก!

มันยังมีเรื่องอะไรบ้าไปกว่านี้หรือไม่?

ดวงตาของฉินเหมยแวววับขึ้นทันที ไม่ช้านางก็เผยอปากเอ่ยว่า “ดูนั่นสิ เขาลงจากเรือแล้ว!”

ในระยะไม่ไกลภายในคลองจักษุ ที่สะพานเดินเรือของเรือสำเภาหมายเลขห้า ปรากฏร่างหลัวเฉิงกำลังเดินลงมา

“เป็นมันจริงๆ ด้วย! นี่มันยังไม่ตายอีกรึ!”

เมื่อผู้อาวุโสเหอเห็นหลัวเฉิง ดวงตาก็หรี่เล็กลงเผยให้เห็นความอำมหิต ดุจเดียวกับแววตาอสรพิษในยามราตรีกาล

“หืม?”

หลังจากหลัวเฉิงกลืนกินวิญญาณยุทธ์ไปแล้วมากมาย ประสาทสัมผัสการรับรู้เขาก็ยกระดับเป็นเฉียบคมขึ้นยิ่ง

ขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเยือกเย็นที่เจาะจงมาทางเขายามนี้ เมื่อหันไปมองตามทิศทางจิตสังหารนั้น ก็พบว่าเป็นผู้อาวุโสเหอที่ยืนอยู่บนแท่นสูง

“ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าคงประหลาดใจมากงั้นสิที่เห็นว่าข้ายังไม่ตาย รอให้ข้าแข็งแกร่งกว่านี้ก่อนเถอะ แล้วข้าจะตามไปคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง!”

หลัวเฉิงแย้มยิ้มอำมหิตภายในใจ

หลังจากที่เขาได้เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบชิงอวิ๋นครั้งนี้ เขาก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายนอกทันที และผู้อาวุโสเหอจะไม่มีทางจัดการเขาได้ง่ายๆ อีกต่อไป

โอ้!

ในเวลาเดียวกันนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงฮือฮาดังมาจากทิศทางของเรือสำเภาหมายเลขสอง

เมื่อหลัวเฉิงหันไปดู ก็ปรากฏว่าเป็นกู่หลิงเฟิงที่ลงจากเรือสำเภาแล้วกำลังลงทะเบียนแต้มในตอนนี้

กู่หลิงเฟิงเป็นเพียงความหวังเดียวที่มีโอกาสคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบชิงอวิ๋น!

ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงจับตาเขาว่าจะได้แต้มสูงขนาดไหน มันจะสามารถสูงโด่งนำโจวรั่วและขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้หรือไม่

มิใช่แค่ลูกศิษย์บำรุงสำนักที่ให้ความสนใจเท่านั้น แม้แต่ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบการบันทึกแต้มก็หยุดกระทำสิ่งต่างๆ และหันไปมองเช่นเดียวกัน

ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก กู่หลิงเฟิงก็กำลังยื่นป้ายหยกประจำตัวของเขา

เมื่อผู้อาวุโสหลังโต๊ะหินนำป้ายหยกประจำตัวไปวางบนสมุดหยก ทั้งสองสิ่งก็ส่องแสงเจิดจ้าออกมาพร้อมกัน

ทันใดนั้น นามของกู่หลิงเฟิงก็ปรากฏขึ้นในอันดับบนกระดานประกาศแต้ม

จบบทที่ บทที่ 193 ความคิดสับสน

คัดลอกลิงก์แล้ว