เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 176 พบหน้าศัตรูเก่า

บทที่ 176 พบหน้าศัตรูเก่า

บทที่ 176 พบหน้าศัตรูเก่า


“ฮ่าๆ!”

ผู้ที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาหลัวเฉิง เมื่อได้ฟังวาจานี้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะทันที ไม่ช้าหนึ่งในนั้นก็พลันตะโกนขึ้น

“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? เจ้าขยะนี่กล้าขู่พวกเราด้วย! เวลาสามลมหายใจงั้นรึ เฮอะ! ข้าอยากรู้นักว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร!”

ศิษย์หนุ่มร่างกำยำเย้ยหยัน “กลยุทธ์ถ่วงเวลาเช่นนี้ไม่มีประโยชน์หรอก! ตั้งแต่นาทีแรกที่เจ้าย่างเท้าเข้ามายังที่นี่ เจ้าก็เหลือทางเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น! นั่นคือตาย!”

คำขู่ของหลัวเฉิงไม่อาจทำให้ศิษย์หนุ่มร่างกำยำกังวลเลยแม้แต่น้อย

เนื่องจากพวกเขามีคนมากมายตั้งขนาดนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงขยะเพียงคนเดียว ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าก็มิอาจรับมือได้!

ตอนนี้เขาคิดเพียงว่า จะทำอย่างไรให้ความดีความชอบจากการสังหารหลัวเฉิงเป็นของตนเพียงผู้เดียว

คนอื่นก็มิได้ลงมือทันทีเช่นเดียวกัน เพราะไม่ว่าผู้ใดก็ต่างกำลังใคร่ครวญในเรื่องนี้อยู่

สามลมหายใจสิ้นไปในชั่วพริบตา

ศิษย์หนุ่มร่างกำยำจ้องหลัวเฉิง แล้วกล่าววาจาเย้ยหยัน “สามลมหายใจที่เจ้าว่า ตอนนี้หมดแล้ว....”

“เช่นนั้นก็ตายซะ!”

หลัวเฉิงก้าวกระโดดเข้าหาศัตรูในพริบตาเดียว เมื่อบรรลุถึงก็ชกหมัดออกไปทันที

แต่ทว่า ศิษย์หนุ่มร่างกำยำกลับยังยิ้มหน้าระรื่น ไม่เพียงไม่กลัวแต่ในใจยังรู้สึกยินดีอีกต่างหาก กลับเป็นการดีเสียอีกที่หลัวเฉิงเลือกจู่โจมเขาก่อน เช่นนี้เขาก็สามารถสังหารหลัวเฉิงได้ก่อนใคร ไหนเลยคนอื่นจะสามารถแย่งความดีความชอบจากเขาได้กัน!

“ฮึ่ม! ไม่รู้จักประมาณตน!”

ศิษย์หนุ่มร่างกำยำตวาดลั่น พร้อมชกหมัดสวนออกไปทันที

ผัวะ!

เสียงปะทะหนักอึ้งสะท้านขึ้น ศิษย์หนุ่มร่างกำยำไม่ทันได้ร้องโอดครวญด้วยซ้ำ เพราะครึ่งหนึ่งของร่างเขาขาดกระจายไปชั่วพริบตา ยามนี้ร่างกำยำของบุรุษหนุ่มเหลือเพียงครึ่งซีกเท่านั้น

ทุกคนในที่นั้นเบิกตากว้างตะลึงลาน

ชายหนุ่มร่างกำยำผู้นั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่ แต่กลับถูกสังหารด้วยหมัดเดียว!

“ร่วมมือกันฆ่ามันซะ!”

“ฆ่า!”

เสียงกู่ร้องดังก้องไปทั่วป่า ศิษย์บำรุงสำนักที่อยู่ใกล้ต่างกระโจนเข้าใส่หลัวเฉิงพร้อมกัน

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สอง สะบั้นเมฆา!”

แววตาหลัวเฉิงทอประกายแสงเย็นยะเยือก ยามนี้กระบี่ทลายสวรรค์ถูกชักออกจากฝัก พร้อมกับฟาดฟันเข้าใส่ฝูงชนที่กรูกันเข้ามา

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!...

แสงกระบี่วาววับ พร้อมกับเศษเลือดเนื้อปลิวว่อนไปทั่ว!

เพียงอึดใจเดียว ศิษย์บำรุงสำนักสิบกว่าคนที่พุ่งเข้ามาก็ถูกสังหารสิ้น ร่างพวกเขาถูกฟันขาดเป็นหลายท่อน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว พานให้ผู้คนที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศนี้ต้องรู้สึกชาหนังศีรษะวาบ

ทุกคนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบต่างตกตะลึง ยืนงงแข็งทื่อเป็นไก่ไม้ บรรยากาศคันเงียบสงัดไร้ซึ่งสุ้มเสียง

“ยังมีใครคิดขวางหรืออยากเอาชีวิตข้าอีกหรือไม่? หากมีความกล้าก็เชิญก้าวออกมาได้”

หลัวเฉิงกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่บริเวณโดยรอบ

ผู้ใดได้สบตากับเขาก็เป็นต้องหลบเลี่ยงไม่กล้าเผชิญแววตานั้นโดยตรง ทั่วสรรพางค์กายสั่นเทาอย่างมิอาจยับยั้งได้ ไม่ช้าก็ต่างก้าวถอยหลังเปิดทางให้หลัวเฉิงทันที

เนื่องจากมีสิบกว่าศพที่ร่างขาดกระจายไร้ชิ้นดีอยู่ตรงหน้า พวกเขาจะกล้าขวางได้อย่างไร?

หลัวเฉิงเก็บกระบี่เข้าฝัก แล้วเดินขึ้นเขาไปทันที

หากแต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้เรียกเซวียเหิน

หลังได้เห็นสถานการณ์เมื่อครู่แล้ว หากมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ ขึ้นไปก็รังแต่จะนำอันตรายมาสู่ตนเท่านั้น

กระทั่งเงาของหลัวเฉิงหายลับตาไป แรงกดดันที่คล้ายกับขุนเขาขนาดใหญ่ก็หายไปจากความรู้สึกของทุกคนเช่นเดียวกัน

“สังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่กว่าสิบคนได้ในพริบตา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งขนาดนี้มิใช่หรือ? เขาเป็นคนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาจริงหรือ?”

“ข้าว่ามีเพียงสิบตัวเต็งเท่านั้น ที่สามารถเอาชนะเขาได้!”

เมื่อมองไปที่ศพบนพื้น ทุกคนก็ต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย เพราะในหัวพวกเขายามนี้เกิดคำถามมากมายยิ่งนัก

สัตว์อสูรบนเขาถูกสังหารจนสิ้นแล้ว การเดินทางขึ้นเขาจึงราบรื่นยิ่ง หลัวเฉิงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ขึ้นถึงยอดเขาได้สำเร็จ

เมื่อเดินพ้นป่าก็เป็นที่ราบกว้างใหญ่

ปลายสุดของพื้นที่ราบนั้น ปรากฏต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตา ทั้งลำต้นของมันนั้นคล้ายกับหยกขาว

ใบของมันเขียวกระจ่างดั่งมรกต บนยอดมันมีผลไม้ขนาดเท่ามือทารกสิบกว่าผล ซึ่งโดดเด่นดึงดูดสายตายิ่งนัก!

ทว่าใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งนั้น มีงูยักษ์นอนขดตัวอยู่

งูยักษ์ตัวนี้มาตรว่ายาวกว่าสิบจั้ง ทั่วลำตัวมันมีสีดำปะปนกับสีทอง ยามที่มันเปิดปากหมอกสีดำก็ถูกพ่นออกมา ดวงตาแดงฉานดุจดั่งโลหิตขนาดเท่าโคมไฟขนาดใหญ่!

ในป่ารอบข้าง มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ยืนรวมตัวกันหลายสิบคน!

พวกเขายืนล้อมกันเป็นวง ซึ่งผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลางคือกู่หลิงเฟิงพร้อมทั้งตัวเต็งอีกหลายคนที่กำลังสนทนากันอยู่ คล้ายจะปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด

“นั่นมีใครกำลังมา!”

เมื่อได้ยินเสียงอุทาน ทุกคนก็ต่างพากันหันกลับไปมอง

“หลัวเฉิง!”

ครั้นพบว่าผู้ที่มานั้นเป็นใคร หลายคนก็ต่างเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน

“โอ้… ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเหตุใดเจ้ายังมีชีวิตอยู่อีก!”

หลินจินไท่เดินออกมาจากกลุ่มคนด้วยสีหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าใครอื่น

จบบทที่ บทที่ 176 พบหน้าศัตรูเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว