- หน้าแรก
- จอมราชันวิญญาณมังกร
- บทที่ 174 ผลหยวนหลิง!
บทที่ 174 ผลหยวนหลิง!
บทที่ 174 ผลหยวนหลิง!
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า มีเพียงพลังของคชสารหนึ่งตัว หรือประมาณห้าหมื่นจิน แต่ทว่าพลังของหลัวเฉิงในตอนนี้กลับมากกว่าเกือบสามเท่า!
หากใช้แรงหมัดเต็มที่ โดยไม่ใช้วิชายุทธ์ใดๆ เพียงหมัดเดียวก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าได้ง่ายๆ!
หืม?
เมื่อหันศีรษะมองไปทางด้านข้าง หลัวเฉิงก็ได้ประสบพบกับเสือดาวหนามเหล็ก
กรร!
เสือดาวหนามเหล็กจ้องมองหลัวเฉิง แล้วย่อตัวลงต่ำ ก่อนแสยะแยกเขี้ยวคำราม
“ไปซะ!”
หลัวเฉิงจ้องเขม็งด้วยแววตาอำมหิต ส่งแรงกดดันอันน่าพรั่นพรึงกระจายออกไป
โฮก! โฮก...
เมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายอย่างชัดเจน เสือดาวหนามเหล็กก็สะท้านสั่นไปทั้งร่าง ส่งเสียงครวญครางแล้วหันหลังวิ่งกลับเข้าป่าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นภาพนี้ หลัวเฉิงก็ไม่อาจยับยั้งเสียงหัวเราะของตนได้
เสือดาวหนามเหล็กนับว่าเป็นสัตว์อสูรขั้นสูงระดับสองที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อย แต่กลับถูกสายตาเขากดดันจนต้องหนีอย่างหัวซุกหัวซุน
“นี่คือพลังของผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้างั้นหรือ?”
หลัวเฉิงพึมพำกับตนเอง
ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ปราณจะแทรกซึมเข้าสู่โลหิต ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลง โลหิตจะอัดแน่นไปด้วยพลังหนาแน่นดั่งปรอท แม้มิได้ระเบิดพลังก็ยังดูน่าเกรงขาม! สายตามีอำนาจข่มขู่!
หากทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหก แรงกดดันนี้จะสามารถรวมเข้ากับการโจมตี ทำให้พลังของวิชายุทธ์เพิ่มขึ้นหลายเท่า!
หลัวเฉิงเคยได้ยินเรื่องเล่าขานมาว่า ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับพลังยุทธ์สูงมากๆ เพียงมองด้วยสายตาก็สามารถสังหารคนได้!
แน่นอน ระดับนั้นยังห่างไกลจากหลัวเฉิงในตอนนี้มากทีเดียว
“อีกชั่วยามก็คงต้องออกไปแล้ว”
หลัวเฉิงปิดซ่อนกลิ่นอายตน มองแสงในยามเช้าบนฟ้า ขณะพรึมพำกับตนเอง
การมาที่เกาะชิงอวิ๋นครั้งนี้ เขาได้บรรลุเป้าหมายหลายอย่าง
เคล็ดวิชามังกรแท้ทะลวงสามระดับ พลังยุทธ์ก็บังเอิญทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า และได้แต้มล่าสัตว์อสูรหมื่นแต้มอย่างไม่ต้องลงแรงให้มาก มาตรว่ายามนี้ติดหนึ่งในสามอันดับแรกของการทดสอบชิงอวิ๋นแล้ว
นอกจากนี้ ทรัพย์สมบัติที่หลัวเฉิงค้นพบจากผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกเขาสังหาร ก็มีมูลค่ามหาศาลเช่นเดียวกัน
ด้วยโอสถเลือดลมมีมากเกือบพันเม็ด มูลค่าของมันนั้นไม่ต่ำกว่าล้านตำลึง เรียกได้ว่าเป็นโชคครั้งใหญ่ทีเดียว!
หากจะกล่าวถึงความเสียดายนั้น สำหรับหลัวเฉิงมีเพียงเรื่องเดียว
นั่นคือ เขายังไม่ได้ฆ่าลูกศิษย์คนโปรดของผู้อาวุโสเหอ หลินจินไท่!
หากออกจากเกาะชิงอวิ๋นไปแล้ว เกรงว่าจะหาโอกาสได้ยากยิ่งนัก
“ลองไปหาในปากอีกสักนิดดีกว่า ไม่แน่อาจจะเจอมันก็เป็นได้”
หลังคิดเช่นนั้น หลัวเฉิงสะอึกกายพุ่งร่างเข้าสู่ป่าทึบทันที
ไม่นานนัก หลัวเฉิงก็ได้พบกับกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่วิ่งผ่านด้านหน้าเขาไป หากดูจากทิศแล้วคงเป็นหุบเขาใจกลางเกาะเป็นแน่
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลัวเฉิงสงสัย ตอนแรกก็คิดจะเข้าไปถามคนเหล่านั้น แต่เมื่อคิดได้ว่าการที่เขาจะปรากฏตัวออกไปจะทำให้เกิดการนองเลือดอีกครั้ง จึงต้องยอมละทิ้งความคิดนั้นไป
เนื่องจากยามนี้เป้าหมายทั้งหมดเขาได้บรรลุแล้ว หลัวเฉิงก็ไม่อยากสังหารผู้ใดเพิ่มอีก
“ศิษย์พี่หลัวเฉิง!”
เสียงตื่นเต้นดังขึ้น
หลัวเฉิงหันไปดู ก็พบว่าเป็นเซวียเหิน
“ศิษย์พี่หลัวเฉิง ท่านยังปลอดภัย!”
เซวียเหินวิ่งผ่านมาพอดี เมื่อเห็นว่าหลัวเฉิงไม่บาดเจ็บ เขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก
เมื่อคืน เซวียเหินทำตามคำสั่งของหลัวเฉิง แพร่ข่าวตำแหน่งที่อยู่ของหลัวเฉิงไปทั่ว แต่หลังจากนั้นในใจก็เกิดความหวั่นวิตกจึงกลับมาเพื่อดูสถานการณ์
แต่พอกลับมา กลับไม่พบร่องรอยใดๆ ของหลัวเฉิงแม้แต่น้อย เซวียเหินจึงเข้าใจผิดคิดว่าหลัวเฉิงอาจถูกฆ่าไปแล้ว เลยทำได้เพียงเตรียมตัวกับสำนัก ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะได้พบกับหลัวเฉิงที่นี่
หลัวเฉิงยิ้มเล็กน้อย “แน่นอน ข้าปลอดภัยดี”
เซวียเหินแสดงสีหน้าชื่นชม ในใจก็เกิดความเลื่อมใสต่อหลัวเฉิงมากขึ้น
เมื่อคืนมีคนมากมายตามหาหลัวเฉิง แต่เขากลับสามารถมีชีวิตรอดจากค่ำคืนแห่งการไล่ล่าสังหารมาได้ แสดงว่าชายผู้นี้ต้องมีฝีมือไม่ธรรมดา เซวียเหินคิดเช่นนั้น
ประจวบเหมาะพอดีที่หลัวเฉิงกำลังมีเรื่องสงสัย จึงได้เอ่ยถามว่า “ข้าเห็นหลายคนมุ่งไปที่ยอดเขาใจกลางเกาะ มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ?”
เซวียเหินตอบ “มีข่าวมาว่าหลินจินไท่ได้พบต้นหยวนหลิงที่นั่น! ซึ่งบนต้นนั้นมีผลหยวนหลินที่สุกงอม ผู้ที่ได้ทราบเรื่องก็ต่างพากันมุ่งหน้าไปที่นั่น”