เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 หนึ่งต่อสอง

บทที่ 170 หนึ่งต่อสอง

บทที่ 170 หนึ่งต่อสอง 


“มันสายเกินไปแล้วที่เจ้าจะแปลกใจ!”

หลัวเฉิงตวาดเสียงเย้ยหยัน ทันใดก็ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของตน แล้วเขี้ยวกรำพลังการโจมตีนี้ให้ถึงขีดสุด

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สอง สะบั้นเมฆา!”

เสียงกระบี่ทลายสวรรค์ร่ำร้องหวีดหวิว ชั่วพริบตาก็กลายเป็นแสงกระบี่หนาฟาดเข้าใส่ฟางรุ่ย ความเร็วนั้น ยากจะมองตามได้ทัน เห็นเป็นเพียงคลื่นขนาดใหญ่บนท้องฟ้าอันไร้ที่สิ้นสุด

“เฉาชิง เจ้าจะยืนนิ่งอยู่ทำไมรีบมาช่วยข้าเร็วเข้า ร่วมมือกันสังหารเจ้าเด็กนี่ให้ได้! ช่วยข้าสับมันให้ขาดเป็นสองท่อน! อสรพิษระบำกลางเวหา!”

เมื่อสัมผัสถึงจิตสังหารของหลัวเฉิง หนังศีรษะของฟางรุ่ยก็คล้ายจะถูกเข็มทิ่มแทงจนชา ระหว่างที่เปิดปากตะโกนเรียกเฉาชิง เขาก็ร่ายรำกระบวนท่าอันรุนแรงที่สุดออกมา ทันใดทวนในมือก็คล้ายกำลังเริงระบำกลางผืนนภา ก่อให้เกิดภาพธรรมทวนมากมายสุดคณานับพุ่งเข้าต้านปราณกระบี่ของหลัวเฉิงทันที!

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

ปราณกระบี่และปราณทวนพุ่งเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดหลายสิบครั้ง ก่อเกิดเป็นประกายแสงนับพันหมื่นส่องประกายระยิบระยับทั่วท้องฟ้า!

เพลงทวนของฟางรุ่ยนั้นรวดเร็วมากก็จริง แต่เพลงกระบี่ของหลัวเฉิงนั้นรวดเร็วยิ่งกว่า และทุกครั้งที่ฟาดฟันกระบี่เข้าใส่เขาจงใจเล็งจุดอ่อนของเพลงทวนนั้น

ติ๊ง!

ในเวลาไม่ถึงลมหายใจ ภาพธรรมทวนมากมายที่เรียงตัวกันเป็นม่านก็ถูกสะบั้นขาดในทันที

ฉัวะ!

พริบตาแสงกระบี่อันเยือกเย็นก็ตัดผ่านลำคอของฟางรุ่ย พานให้เกิดประกายเลือดสาดกระเซ็น

ในแววตาเขาจ้องยังหลัวเฉิง ในตอนที่กำลังจะเปิดปากกล่าว ศีรษะเขาก็พลันร่วงหลุดจากบ่าทันที สายโลหิตพุ่งออกมาจากรอยตัดของลำคอคล้ายกับน้ำพุขนาดย่อม

“อะไร!”

เฉาชิงที่เพิ่งสะอึกกายเข้าหาเพื่อปิดล้อมสังหารหลัวเฉิง เมื่อเห็นฉากเช่นนี้ ใจเขาก็ฝ่อทันที กระทั่งรู้สึกหนาวเย็นสะท้านไปทั่วหน้าผาก

แม้เขาจะรู้สึกชิงชังฟางรุ่ย แต่เฉาชิงก็ต้องยอมรับว่าด้านฝีมือและความแข็งแกร่ง ฟางรุ่ยนั้นเหนือกว่าเขาจริงๆ!

กระนั้นแล้ว เมื่อฟางรุ่ยและหลัวเฉิงต่อสู้กัน เพิ่งประมือกันไปเพียงสองหรือสามกระบวนท่าเท่านั้น ศีรษะของฟางรุ่ยก็ถูกกระบี่สะบั้นขาด!

ชายผู้นี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!

หากสู้กับชายผู้นี้ต่อไปรังแต่จะนำความตายมาสู่ตนเท่านั้น!

ฟึบ!

โดยไม่คิดลังเลอีกต่อไป เฉาชิงฟาดฝ่าเท้าลงพื้นปรับเปลี่ยนทิศทาง แล้วหันหลังวิ่งหนีในทันที!

หลัวเฉิงทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวนี้เช่นกัน จึงหันกลับมาร่ายรำกระบี่อย่างฉับพลัน

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าแรก สวรรค์ถล่มสายลมชะงัก!”

ฉึก!

ประกายแสงกระบี่สว่างไสวคล้ายดอกไม้สะท้อนแสงจันทร์ในยามราตรี ชั่วพริบตามันก็ทะลวงหน้าอกของเฉาชิงจนปลายกระบี่โผล่ออกมาอีกด้านของฝากฝั่งอก

“เจ้า…”

เฉาชิงก้มศีรษะลงแล้วจับจ้องปลายกระบี่บนหน้าอก จากนั้นช้อนตาขึ้นมองหลัวเฉิง ไม่ช้าแววตาเขาก็หม่นหมองมืดมนลงเรื่อยๆ ประกายแววตาสุดท้ายฉายถึงความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง

เพราะในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือความเสียใจ!

ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในยามนี้ เขาสามารถเข้าสู่สิบอันดับแรกในการทดสอบชิงอวิ๋น จากนั้นจะได้ฐานะศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักซวนหยวน อนาคตนั้นสดใสไร้ขีดจำกัด!

หากเขาไม่ไล่ล่าหลัวเฉิงตั้งแต่แรก วันนี้ก็คงไม่ใช่จุดจบของชีวิตอันแสนวิเศษของเขาเป็นแน่...

“ข้า...ข้ายังไม่อยาก...”

หลังคำพูดเสียงกระเส่าถูกขับขานออกมาเพียงไม่กี่คำ ร่างเฉาชิงก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงล้มฟุบลงกับพื้นทันที

หลัวเฉิงเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยสีหน้าไม่แยแส

ไม่ว่าวันนี้เฉาชิงและคนอื่นๆ จะตายหรือไม่ แต่อย่างไรเขาก็ไม่คิดเห็นใจเป็นอันขาด

หลังรวบรวมของมีค่าจากหลายๆ ศพแล้ว หลัวเฉิงก็หยิบป้ายหยกประจำตัวของเขาออกมาแล้วเริ่มเก็บแต้มจากศพเหล่านี้

เขาหยดเลือดของเฉาชิงหนึ่งหยดลงบนป้ายหยกของตนเอง ไม่ช้าตัวเลขก็ปรากฏออกมาทันที

สามพันหนึ่งร้อยสามสิบเอ็ด!

“นี่มันมากกว่าสามพันแต้มเชียวรึ!”

หลัวเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่คิดเลยว่าแต้มล่าสัตว์อสูรของเฉาชิงจะมากมายขนาดนี้

โดยไม่รีรออีก หลัวเฉิงรีบสืบเท้าเข้าหาร่างของฟางรุ่ย แล้วหยดโลหิตลงบนป้ายหยกตนอีกครั้ง

สองพันสามร้อยสามสิบ!

แต้มของฟางรุ่ยมีน้อยกว่าของเฉาชิง

ไม่น่าแปลกใจอันใด เพราะเฉาชิงให้เฉาจีและคนอื่นๆ ช่วยไล่ล่าแต้ม แต่ฟางรุ่ยนั้นพึ่งพาฝีมือตัวเองเพียงอย่างเดียว

เมื่อได้เห็นแต้มของตน หลัวเฉิงก็แสดงสีหน้าพอใจเป็นที่สุด

ก่อนหน้านี้ เฉาจีและคนอื่นๆ ได้มอบแต้มการล่าให้เขามากกว่าพันแต้ม แต่เมื่อนำมารวมกับฟางรุ่ยและเฉาชิง หลัวเฉิงหยั่งคะเนว่าแต้มการล่าในปัจจุบันน่าจะเกือบหมื่นแต้มเป็นอย่างน้อย!

ด้วยแต้มล่าสัตว์อสูรหมื่นแต้มนี้ อย่าว่าแต่เข้าเป็นสิบอันดับแรกเลย มันอาจเป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของการทดสอบชิงอวิ๋นเลยก็ได้!

หลัวเฉิงเก็บป้ายหยกของตนเอาไว้ จากนั้นเหลือบมองศพของเฉาชิงและฟางรุ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

“วิญญาณยุทธ์ระดับห้าดาวสองดวง ข้าอยากรู้นักว่าพวกเขาจะช่วยให้ข้าฝึกฝนวิชามังกรแท้จนบรรลุระดับสามได้หรือไม่!”

จบบทที่ บทที่ 170 หนึ่งต่อสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว