เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 คำขู่ไม่เป็นผล!

บทที่ 165 คำขู่ไม่เป็นผล!

บทที่ 165 คำขู่ไม่เป็นผล!


“อ๊า! อ่า...”

ศิษย์บำรุงสำนักที่เหลือ ใบหน้าของพวกเขาล้วนชุ่มโชคไปด้วยคราบโลหิต ในแววตามองเห็นเพียงสีแดงฉานอันน่าสยดสยอง

เมื่อสายตาประจักษ์เห็นศพที่นอนชักกระตุกอยู่บนพื้น ร่างก็ผงะถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจากก้นบึ้ง

ฉึก!

แต่ขณะที่พวกเขาเปิดปากจะแผดเสียงร้อง ก็ปรากฏแสงกระบี่วาวเยือกสายหนึ่ง จมเข้าไปในปากยับยั้งความหวาดกลัวของพวกเขาทันที

อึก!

เซวียเหินซึ่งยืนมองเหตุการณ์อยู่ทางด้านข้าง ก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ดวงตาเบิกกว้างราวกับว่าเขาได้เห็นเรื่องที่น่าทึ่งที่สุดในโลก

ผู้ฝึกยุทธ์สามคนในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม และผู้ฝึกยุทธ์สี่คนในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่!

เมื่อทั้งเจ็ดคนรวมกลุ่มตั้งเป็นกองกำลัง ความแข็งแกร่งนั้นย่อมมิใช่น้อย แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนถูกสังหารสิ้นในการเผชิญหน้าเพียงครั้งเดียว ซ้ำยังไร้พลังไม่อาจต้านได้แม้เพียงกระบวนท่า!

นี่มันความแข็งแกร่งอะไรกัน!

ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าก็ไม่อาจกระทำการได้เช่นนี้!

แม้ตัวเขาจะได้ประจักษ์ชัดกับตาตนเองแล้ว แต่เซวียเหินก็ยังไม่อยากจะเชื่อราวกับว่ากำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน

“นี่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่อาจเป็นไปได้อย่างแน่นอน! เจ้าเป็นเพียงแค่คนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมา จะสามารถแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร!”

เฉาจีมองยังหลัวเฉิงด้วยความหวาดกลัว แต่ในใจกลับไม่อาจยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้

หลัวเฉิงเหลือบมองเขาด้วยหางตาแล้วกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ

“ตอนนี้เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง ว่าเหตุใดเฉาชิงจึงตามหาข้า”

เพียงแววตาที่จ้องมองมาก็ทำเอาเฉาจีถึงกับรู้สึกหนาวสั่นทั่วทั้งกระดูกสันหลัง ไหนเลยเขาจะกล้าปกปิด เบื้องหน้าเขายามนี้คล้ายไม่ใช่คน แววตาที่มองมาดุจเดียวกับมัจจุราช

“ข้า...ข้าไม่ค่อยรู้ละเอียดนัก เพียงได้ยินมาจากลูกพี่ลูกน้องข้าว่ามีคนขอให้เขากับฟางรุ่ยสังหารเจ้าในการทดสอบชิงอวิ๋น”

“โอ้? สองตัวเต็งสิบอันดับแรกงั้นหรือ!”

หลัวเฉิงเลิกคิ้วขึ้นคล้ายกำลังนึกคิด หากเป็นผู้อาวุโสเหออยู่เบื้องหลัง ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกกังวลแต่อย่างใด

“มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องการเอาชีวิตข้า!”

หลัวเฉิงเหยียดยิ้มเย็นชา

ด้วยอำนาจที่สามารถสั่งการตัวเต็งสิบอันดับแรกได้อย่างใจนึก นั่นเท่ากับว่าฐานะของผู้อยู่เบื้องหลังนั้นย่อมไม่ธรรมดา

แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นฉินต้าวหยวนผู้อาวุโสของสำนักฝ่ายนอก หรือ จินหมินศิษย์หลักกันแน่

“หลัวเฉิง ข้าบอกเจ้าในทุกเรื่องที่ข้ารู้แล้ว ข้าไปได้หรือยัง?”

เฉาจีมองหลัวเฉิงด้วยแววตาหวาดหวั่นยิ่ง

“ไปงั้นหรือ?”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะแล้วกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าอุตส่าห์บอกเรื่องนี้แก่ข้า ข้าจะทำให้เจ้าจากไปอย่างไม่เจ็บปวด”

“เจ้า! เจ้าต้องการฆ่าข้างั้นรึ!”

ดวงตาเฉาจีเบิกกว้างแล้วกล่าวอย่างรวดเร็ว “หลัวเฉิง ลูกพี่ลูกน้องของข้าคือเฉาชิง หนึ่งในสิบตัวเต็งอันดับแรก! หากเจ้าสังหารข้าเขาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่! ไม่ว่าเจ้าจะมีความแข็งแกร่งมากขนาดไหนก็ไม่มีวันประมือกับเขาได้!”

โดยมีเฉาชิงเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เฉาจีจึงไม่ได้หวาดกลัวต่อศัตรูใด จึงคิดว่าหากกล่าวออกไปหลัวเฉิงต้องไม่กล้าแตะต้องเขาอย่างแน่นอน!

“เฉาชิง?”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลัวเฉิง ทันใดก็เอื้อมมือไปคว้าคอของเฉาจียกขึ้นแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มอำมหิต

“แม้แต่ผู้อาวุโสข้าก็ทำให้ขุ่นเคืองมาแล้ว คิดว่าข้ายังจะกลัวเฉาชิงอยู่หรืออย่างไรกัน หากเจ้าคิดจะใช้อำนาจเขาข่มขู่ข้า เกรงว่าเจ้าคงคิดผิด”

แฮก! แฮก! แฮก!

ใบหน้าของเฉาจีเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงก่ำและใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อสูดลมหายใจเข้า มือเท้าพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนให้หลุดจากมือที่กำลังกระชับลำคอเขาไว้แน่น

ในตอนนี้ เขาก็ได้เข้าใจว่าความหวาดกลัวที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

เขาไม่คิดเลยว่าหลัวเฉิงผู้นี้จะกล้ามากขนาดไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อนามเฉาชิง ขณะที่พยายามจะเปิดปากอ้อนวอนร้องขอความเมตตา แต่เสียงที่ส่งออกมากลับเป็นเพียงเสียงอากาศหวีดหวิว

“ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานข้าจะให้เจ้ากับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าได้พบกันอีกครั้งในปรโลก!”

สิ้นเสียง หลัวเฉิงก็บีบมือเข้าอย่างแรง

เสียงกร๊อบดังขึ้นที่คอของเฉาจี เมื่อกระดูกลำคอถูกบีบจนละเอียดเขาก็สิ้นใจตายคามือของหลัวเฉิงทันที

เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายสิ้นใจตายแล้ว หลัวเฉิงก็โยนร่างของเฉาจีไปทางด้านข้าง แล้วสืบเท้าเข้าหาเซวียเหิน

ครั้นได้เห็นเช่นนั้น เซวียเหินก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกอย่างเหนื่อยหอบ

เพราะชายตรงหน้านี้ สามารถสังหารคนได้อย่างไรปรานีราวกับบทขยี้เพียงหมดปลวก! ความแข็งแกร่งของเขานั้นมากจนน่าหวาดกลัวทีเดียว!

เซวียเหินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ จากนั้นประสานมือกำหมัดกัดฟันกล่าว

“ขอบคุณศิษย์พี่ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”

จบบทที่ บทที่ 165 คำขู่ไม่เป็นผล!

คัดลอกลิงก์แล้ว