เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 ช่วงชิง

บทที่ 159 ช่วงชิง

บทที่ 159 ช่วงชิง 


แสงกระบี่ประกายว่า พร้อมกับสองศีรษะที่หลุดจากบาปกระเด็นไปบนพื้น

แต่กระทั่งบัดนี้ หานเฟิงก็ยังไม่ทันจะล้มตัวลง ในนัยน์ตายังคงจ้องหลัวเฉิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เคร้ง!

หลัวเฉิงเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วมองหานเฟิงด้วยหางตา พลางเปิดปากกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่มีความสามารถมากพอให้ข้าได้เลือกหนทาง”

ดวงตาของหานเฟิงเบิกกว้างอย่างสับสน คล้ายจะไม่รู้ว่าตนนั้นรู้สึกเสียใจหรือโกรธแค้นกันแน่ แต่ท้ายที่สุดก็ล้มฟุบลงบนพื้นแล้วสิ้นใจตายในทันที

หลัวเฉิงยังไม่กล้าจะคลายความหวาดระแวง ใครจะรู้ว่าเสียงกรีดร้องสุดท้ายของหวงซางจะดึงดูดผู้ใดเข้ามาอีกบ้าง เขารีบค้นหาข้าวของมีค่าแล้วกะจะออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

แต่ทว่าในร่างของคนอื่นๆ กลับยังคงว่างเปล่าโหวงเหวง

ทรัพยากรของศิษย์บำรุงสำนักที่ได้รับแต่ละเดือนนั้นมีค่อนข้างจำกัด อีกทั้งพวกเขายังต้องฝึกปรือฝีมือตนเอง จึงไม่ผิดแปลกแต่อย่างใดที่คนอื่นจะไร้ทรัพยากร

หากว่าทางกลับกัน หานเฟิงผู้นี้กลับมีโอสถเลือดลมหลายร้อยเม็ดอยู่กับตัว!

มาตรว่าเวลาปกติคงจะเอาความแข็งแกร่งของตนไปขูดรีดบีบบังคับศิษย์คนอื่นให้มอบโอสถเลือดลมเป็นแน่

หลัวเฉิงมิอาจเมินเฉยต่อวิญญาณยุทธ์ในศพมากมายเหล่านี้ได้ จึงเริ่มกลืนกินมันทันที!

สิ่งที่ทำให้หลัวเฉิงรู้สึกอาลัยอาวรณ์นั้นก็คือ หมาป่าหมอกทมิฬเหล่านั้นได้ตายไปนานมากแล้ว ปราณและแก่นวิญญาณของพวกมันจึงเบาบาง ทำให้ไม่อาจกลืนกินได้อีกต่อไป

แต่การกลืนวิญญาณยุทธ์ของหวงซาง โจวจินซวน หานเฟิง และคนอื่นๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น

ทั้งหมดห้าคน ซึ่งหานเฟิงและโจวจินซวนมีวิญญาณยุทธ์ระดับสี่ดาว ส่วนอีกสามคนนั้นระดับสามดาว

หลังจากกลืนกินวิญญาณยุทธ์ของทั้งห้าคนแล้ว หลัวเฉิงก็ไม่รอช้า ขยับร่างทะยานเข้าป่าลึกกลายเป็นเพียงเงาจางๆ

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!...

ไม่นานหลังหลัวเฉิงจากไป ก็ปรากฏหลายร่างวิ่งออกมาจากป่าทึบทีละคน รวมทั้งหมดราวยี่สิบหรือสามสิบคนเห็นจะได้!

“นั่น… นั่นหานเฟิง เขาตายแล้วไม่ใช่หรือ!”

ทุกคนตะลึงตะไลครั้นมองไปยังพื้นที่เปิดโลกกลางป่าเบื้องหน้า

ในเวลานี้ ชายหนุ่มสวมชุดสีแดงฉานปานโลหิตคาดด้วยแถบสีทอง ดวงตาประดุจดั่งหมาป่าก้าวออกมาพร้อมกับหลายๆ คน

เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเยือกเย็น บุรุษหนุ่มในชุดแดงโลหิตก็กล่าวเสียงทุ้มหนัก

“มีใครในนี้พบร่องรอยของหลัวเฉิง ศิษย์บำรุงสำนักของยอดเขาจื่ออวิ๋นบ้าง? ศิษย์พี่เฉาชิงกำลังตามหาชายผู้นี้อยู่”

ทุกคนเหลียวหน้ามองกันอย่างตื่นตระหนก พวกเขาก็เพิ่งมาถึงหลังได้ยินเสียงเรียกของหวงซางเช่นเดียวกัน ไหนเลยจะล่วงรู้ตำแหน่งที่อยู่ของหลัวเฉิงได้

หลังได้ทราบว่าบุรุษหนุ่มในชุดแดงฉานนามเฉาชิง ตัวเต็งสิบอันดับแรกในการทดสอบ หลายคนก็เริ่มกระจายตัวออกห่างทันที

“ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงแล้ว เหตุใดต้องรีบไปด้วยเล่า”

บุรุษหนุ่มในชุดแดงโลหิตเลียริมฝีปากแล้วกล่าวเสียงเย็นชา “มอบแต้มการล่าสัตว์อสูรทั้งหมดของพวกเจ้ามา การที่ข้าผู้นี้จะกลายเป็นศิษย์ฝ่ายนอก แต้มของพวกเจ้านั้นย่อมมีความสำคัญยิ่ง”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ตอนนี้ก็ต่างมีใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด

ในการทดสอบชิงอวิ๋นทุกครั้ง ก็มีเหตุการณ์ที่ศิษย์บางคนถูกช่วงชิงแต้มอยู่บ้าง แต่คาดไม่ถึงเลยว่าขนาดผู้ที่เป็นตัวเต็งสิบอันดับแรกก็ยังเข้าร่วมด้วย

“วิ่ง!”

หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงดัง ทันใดทุกคนก็ต่างแตกกระจายออกไปคนละทิศทาง!

“พวกเจ้าจะหนีไปไหน?”

แววตาความกระหายเลือดส่องประกายในดวงตาของชายชุดแดงโลหิต “ฆ่าให้หมด!”

อ๊า อ้า อ๊าก……

เสียงกรีดร้องอย่างหน้าหดหู่แผดดังสะท้านป่าทึบ ไม่ช้าทั่วอาณาบริเวณก็เต็มไปด้วยคราบโลหิตที่สาดกระเซ็น

ถึงอย่างไร เหตุการณ์นี้หาได้มีความเกี่ยวข้องกับหลัวเฉิงแต่อย่างใด

หลังออกจากพื้นที่เปิดโลกแล้ว หลัวเฉิงก็วิ่งห่างออกไปไกลหลายสิบลี้ แววตาเหลือบไปเห็นโพรงไม้ใหญ่ที่ถูกพุ่มพฤกษาปกคลุมอำพราง ก็กระโจนเข้าไปในนั้นทันที

มาตรว่าตนนั้นหลบซ่อนอย่างปลอดภัยแล้ว หลัวเฉิงจึงทอดถอนใจด้วยความโล่งอก

หากเขาถูกศัตรูจู่โจมจำนวนมาก ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบัน คงเป็นการยากจะหลบหนีได้สำเร็จ เลวร้ายกว่านั้นอาจถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้

“หวังว่าจะสามารถทะลวงเคล็ดวิชาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สองสำเร็จได้ในคราเดียว!”

หลัวเฉิงนั่งเข้าฌานสมาธิอยู่ในโพรงไม้ ดวงตาทอประกายแสงสว่างคล้ายกับสายฟ้าแลบ

หลังกลืนวิญญาณยุทธ์ของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์หลายคนในชั่วอึดใจเดียว หลัวเฉิงก็รู้สึกว่าปราณมังกรในร่างคล้ายจะเกิดการเคลื่อนไหว! ประหนึ่งมันจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา!

“ผู้อาวุโสเหอ เกรงว่าการจะสังหารข้านั้นคงมิใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว!”

ด้วยรอยยิ้มกระยิ่มเยือกเย็น หลัวเฉิงคว้าโอสถสามดาวออกมาใส่เข้าปากพลัน และเริ่มฝึกฝนวิชามังกรแท้ทันที

เวลาผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง วังวนปราณแท้ในตันเถียนของหลัวเฉิงก็เริ่มหมุนวนรุนแรงขึ้น และระลอกคลื่นก็ปรากฏรอบตัวของปราณมังกร

ครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป บางครั้งคิ้วของหลัวเฉิงก็ขมวดเข้าแน่น บ้างก็คลายออก

ทันใดนั้นเอง

กรร!

จบบทที่ บทที่ 159 ช่วงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว