เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152 ปลิดชีวิตตนไปซะ

บทที่ 152 ปลิดชีวิตตนไปซะ

บทที่ 152 ปลิดชีวิตตนไปซะ 


หลัวเฉิงหยิบป้ายหยกประจำตัวของเขาออกมาแล้วแช่มันลงไปในโลหิตอสูร ไม่ช้าอักขระเลขสี่ก็ปรากฏขึ้นบนป้ายหยก

สี่แต้ม!

หมายความว่างูเหลือมยักษ์ตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับกลางสองดาว แต่การดำรงอยู่ของมันมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับกลางสองดาวทั่วไป!

แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่ ก็ยังต้องปวดเศียรเวียนเกล้าหากได้เผชิญหน้ากับมัน!

แม้นจะเป็นเช่นนั้น แต่หลัวเฉิงใช้เพียงสองหมัดก็สามารถสยบมันได้ทันที!

ระหว่างที่หลัวเฉิงกำลังจะหยิบหญ้างูหยก ธรรมใดกลิ่นอายความอาฆาตมาดร้ายก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เสียงร่ำคำรามต่ำดังขึ้น พร้อมกับปรากฏร่างหมาป่าอสูรห้าตัวที่มีขนสีเขียวมรกต ยืนลายล้อมอยู่รอบพุ่มไม้ ในตาแดงฉันเหล่านั้นจับจ้องหลัวเฉิงอย่างกระหายเลือด

“สัตว์อสูรระดับต่ำสองดาวหมาป่าอสูรมรกต! ฮ่าฮ่า! นี่มันช่างเยี่ยมนัก!”

หลัวเฉิงเผยสีหน้ามีความสุขยิ่ง แม้นเขาจะรู้ว่าบนเกาะชิงอวิ๋นจะมีสัตว์อสูรมากมายก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะมีมากมายขนาดนี้ หลังจากสังหารไปหนึ่งก็มีอีกหนึ่งมาแทนที่ นี่นับว่าเป็นสรวงสวรรค์แห่งการฝึกเคล็ดวิชามังกรแท้อย่างแท้จริง!

“ตาย! สะท้านขุนเขา!”

หลัวเฉิงรีบวิ่งเข้าใส่โดยไม่ครั่นคร้าม มุมปากปรากฏรอยยิ้มปีติยิ่ง

ปัง! ปัง! ปัง!…

เพียงแค่สัตว์อสูรระดับต่ำสองดาว ไหนเลยจะต่อกรกับหลัวเฉิงได้

ครั้นได้เผชิญหน้าเพียงครั้งเดียว หมาป่าอสูรมรกตทั้งห้าตัวก็ถูกกระแทกล้มไปกองบนพื้น ร่างของพวกมันล้วนบิดเบี้ยวไปอย่างน่าอนาถนัก หลังสัมผัสหมัดของหลัวเฉิงพวกมันก็สิ้นใจตายทันที

หลังรวบรวมคะแนนแล้ว หลัวเฉิงก็เข้าฌานสมาธิเริ่มกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูร!

เมื่อวิญญาณสัตว์อสูรทั้งห้าเข้าสู่ร่าง ดวงดาวในวิญญาณยุทธ์ของหลัวเฉิงก็เริ่มส่องแสงระยิบระยับ

ปราณมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างหลัวเฉิงอย่างต่อเนื่อง และปราณมังกรในวังวนของปราณแท้ก็กระโจนไปมาคล้ายกับตื่นเต้น ประหนึ่งว่ามันกำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลง!

“หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าข้าต้องรีบขัดเกลาปราณมังกรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สองโดยเร็วที่สุด!”

หลังจากการกลืนกินเสร็จสิ้น หลัวเฉิงก็ลืมตาขึ้นก่อนใบหน้าจะเผยให้เห็นความประหลาดใจ

การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของวิชามังกรแท้ทำให้เขาได้รับพลังหมื่นจิน!

หากเขาสามารถขัดเกลาปราณมังกรจนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สองสำเร็จ พลังที่ได้นั้นเกรงว่าคงไม่ต่ำกว่าหกหมื่นจินเป็นแน่!

ช่างเป็นวิชาที่ร้ายกาจอะไรเยี่ยงนี้!

เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ก็คงไม่อาจรับมือกับเขาได้เป็นแน่!

“ต้องรีบแล้ว!”

หลัวเฉิงระงับอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ให้สงบ แล้วลุกขึ้นเตรียมจะไปคว้าหญ้างูหยก ก่อนบุกลึกเข้าไปในป่าเพื่อหาสัตว์อสูร

แต่ยังไม่ทันได้เด็ดหญ้างูหยกเลย จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากป่าทึบด้านข้าง

“มีคนมา!”

หลัวเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับคนอื่นรวดเร็วถึงขนาดนี้ จึงหยุดการกระทำแล้วมองยังป่าทึบที่มีเสียงสะท้านออกมา

หลังผ่านไปเพียงสองสามลมหายใจ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งตัวออกมาจากป่าทึบ

เขาเป็นชายหนุ่มที่สวมอาภรณ์เขียว ดูท่าแล้วคงมีอายุสิบห้าหรือสิบหกปี

“หญ้างูหยก!”

เมื่อสังเกตเห็นหญ้างูหยก ชายหนุ่มในชุดเขียวก็มีแววตาโลกขึ้นมาทันที เขาเหลือบมองหลัวเฉิง ด้วยดวงตาประกายแสงเย็นเยียบ

“เจ้า! หลัวเฉิงมิใช่หรือ?”

“เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไร”

หลัวเฉิงรู้สึกแปลกใจพิกลนัก

ไม่รู้ว่าตัวเขานั้นกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

“แน่นอนว่าข้าต้องรู้จักอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้ากลายเป็นคนดังที่ไม่ว่าใครก็ต่างตามหาเจ้ากันให้ควัก”

บุรุษหนุ่มชุดเขียวยกมุมปากขึ้นยิ้มน้อยๆ “ข้าไม่คิดเลยว่าข้าจะกลายเป็นผู้ที่โชคดีขนาดนี้ ไม่เพียงหาเจ้าพบก่อนคนอื่นหนำซ้ำยังได้พบหญ้างูหยกอีกต่างหาก! ดูท่าว่าครั้งนี้สวรรค์คงเมตตาข้าแล้ว นับแต่นี้เป็นต้นไปข้าหนานเฉิงจะกลายเป็นผู้ยืนอยู่จุดสูงสุด!”

“มีคนตามหาข้ามากมายถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?”

หลัวเฉิงรู้สึกประหลาดใจกับวาจานี้ทันที

หนานเฉิงสืบเท้าเข้าหาหลัวเฉิงทีละก้าว ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างลำพองแล้วกล่าวสุ้มเสียงแผ่วเบา

“หากเจ้าปลิดชีวิตตนไปซะจะช่วยข้าได้มากทีเดียว กลับเป็นการดีที่ข้าจะไม่จำเป็นต้องเหนื่อยแรงลงมือ”

หลัวเฉิงผงะตกตะลึง

ชายผู้นี้อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามเท่านั้น กลับกล้ากล่าววาจาใหญ่โตถึงเพียงนี้โดยขอให้เขาฆ่าตัวตาย!

“เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรืออย่างไรกัน?”

หลัวเฉิงแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

“ข้าหรือล้อเจ้าเล่น?”

หนานเฉิงหรี่ตาลงแล้วกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจเปี่ยมล้น “หากเจ้ายังคงรักศักดิ์ศรีตนก็จงปลิดชีวิตตนไปซะ หากปล่อยให้ข้าลงมือเอง จะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่!”

“มันจะแน่หรือ?”

ดวงตาหลัวเฉิงเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น เขากระชับมัดแน่นแล้วเริ่มสืบเท้าไปข้างหน้า ก่อนพุ่งถลาเข้าหาชายชุดเขียวด้วยหมัดอันแข็งแกร่ง

เขารู้สึกรำคาญกับการโต้ตอบวาจาไร้สาระกับคนเช่นนี้มาโดยตลอด!

“ไม่รู้จักประมาณตน!”

หนานเฉิงเย้ยหยันแล้วกระชับหมัดสวนออกไปทันที

ปัง!

เสียงร้องโหยหวนครวญครางต้องดังไปทั่วป่าลึก กระดูกกำปั้นของหนานเฉิงนั้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ และหมัดของหลัวเฉิงยังพาดผ่านเข้าไปกระแทกเข้าใส่อกของหนานเฉิงอย่างแรง

ปัง!

หนานเฉิงกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ร่างลอยลิ่วพุ่งไปประหนึ่งดาวตก ก่อนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ครั้นร่างร่วงลงสู่พื้นเลือดก็หลั่งไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด

“เจ้า... เจ้าไม่ได้อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามงั้นรึ… ข้า…”

เมื่อมองยังหลัวเฉิง แววตาของหนานเฉิงก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันประกายความเสียใจออกมาอย่างสุดซึ้ง ลั่นเสียงออกมาได้เพียงไม่กี่คำก็เอียงศีรษะสิ้นใจตายในทันที!

จบบทที่ บทที่ 152 ปลิดชีวิตตนไปซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว