เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 145 ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว

บทที่ 145 ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว

บทที่ 145 ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว


เมื่อได้ฟังวาจาของหลินหานคง ผู้อาวุโสเหอก็แอบมีความสุข เขาว่าใบหน้ายังคงสงบเรียบเฉย แล้วแสร้งถามด้วยความประหลาดใจ

“กีดกันมิให้เขาออกจากเกาะชิงอวิ๋นงั้นรึ แล้วต้องทำเช่นไรดี?”

หลินหานคงยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเหอ ไยท่านต้องถามกลับด้วยเล่าในเมื่อตัวท่านนั้นรู้ดีอยู่แล้ว? หลังจบเรื่องนี้ศิษย์พี่จินหมินย่อมไม่มีทางลืมน้ำใจของท่านอย่างแน่นอน”

ผู้อาวุโสเหอแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย แล้วกล่าวเรากำลังครุ่นคิด

“ข้าได้ยินมาว่า หลัวเฉิงผู้นี้เป็นคนที่อวิ๋นเหมิงลี่แนะนำให้เข้าร่วมสำนัก ข้าไม่รู้ว่าทั้งสองนั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน”

อวิ๋นเหมิงลี่และจินหมินต่างก็เป็นศิษย์หลัก แต่หากว่าอวิ๋นเหมิงลี่ชนะในการดวลครั้งนี้ สถานะของทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เรื่องบางเรื่องควรพึงระวังไว้จะดีกว่า

“ที่แท้ ผู้อาวุโสเหอก็กังวลในเรื่องนี้นั่นเอง”

หลินหานคงยิ้มเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย หลัวเฉิงและศิษย์มาจากเมืองฉีซานเช่นเดียวกัน ศิษย์ย่อมรู้ภูมิหลังเขาเป็นอย่างดี”

“แม้เขาจะมีความสัมพันธ์กับตระกูลจีก็ตาม แต่อย่างไรเขาก็เป็นคนชั่วที่ถูกตระกูลจีทอดทิ้ง อวิ๋นเหมิงลี่เพียงพบเขาโดยบังเอิญเท่านั้น บางทีนางอาจรู้สึกสงสารจึงได้มอบป้ายหยกประจำตัวให้ ผู้อาวุโสจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนั้นเลย”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ผู้อาวุโสเหอก็ตาประกายสว่างขึ้นแล้วพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว”

หลินหานคงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นแล้ว ศิษย์จะรอฟังข่าวดี!”

หลังจากกล่าวอย่างนั้น หลินหานคงและคนอื่นๆ ก็หันหลังและจากไปทันที

เมื่อเห็นหลินหานคงและคนอื่นๆ เดินจากไป ผู้อาวุโสเหอก็ยกมือขึ้นลูบเคราเคล้ารอยยิ้มน้อยๆ

“กวีโบราณนั้นล้วนแฝงด้วยความจริง ว่าจะมีใครบางคนให้หมอนแก่เจ้าเมื่อเจ้ารู้สึกง่วง! ตอนนี้ต่อให้หลัวเฉิงต้องตายบนเกาะชิงอวิ๋น ข้าก็จะไม่มีทางถูกตำหนิแต่อย่างใด”

หลินจินไท่เปิดปากเอยถามทันที “ผู้อาวุโส เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี?”

ผู้อาวุโสเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสียงเยือกเย็น “เกาะชิงอวิ๋นนั้นกว้างใหญ่ มีแผนเผื่อไว้ย่อมดีกว่าหากเจ้าไม่อาจหาเขาพบ จงเผยแพร่ข่าวนี้อย่างลับๆ หากผู้ใดสามารถสังหารหลัวเฉิงได้จะกลายเป็นศิษย์ฝ่ายนอกทันที!!”

หลินจินไท่สะดุ้งเฮือกไปครู่แล้วยิ้มอำมหิต

“ผู้อาวุโสปราดเปรื่องนัก! หากข่าวนี้ถูกแพร่กระจายออกไป ต่อให้หลัวเฉิงผู้นี้จะมีปีก ก็มิอาจบินหนีออกจากเกาะชิงอวิ๋นได้แน่นอน!”

ด้วยครั้งนี้ มีศิษย์บำรุงสำนักหลายพันคนที่ลงทะเบียนการทดสอบชิงอวิ๋น แต่มีเพียงสิบอันดับแรกเท่านั้นที่สามารถเลื่อนระดับเป็นศิษย์ฝ่ายนอกได้!

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การฆ่าหลัวเฉิงนั้น ง่ายกว่าการเป็นสิบอันดับแรกเสียอีก!

ไม่ต้องจินตนาการให้ปวดหัวเลยว่า หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ศิษย์บำรุงสำนักที่เข้าร่วมครั้งนี้จะมีปฏิกิริยาเช่นไร!

เกรงว่าทุกคนคงจะพากันพลิกแผ่นดินหาหลัวเฉิงแล้วสังหารทิ้งเสีย!

ไม่ต้องกล่าวถึงคนไร้ค่าเยี่ยงหลัวเฉิงเลย ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ก็มิอาจเอาชีวิตรอดออกมาได้!

“ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้จินหมิน จึงถูกชิงชังได้มากถึงปานนี้ แต่อย่างไรมันก็ดีต่อข้าเช่นกัน”

ผู้อาวุโสเหอแสดงรอยยิ้มเบิกบานสำราญใจ

เนื่องจากการสังหารหลัวเฉิงเพียงคนเดียว ก็เท่ากับว่าเขากำจัดเสี้ยนหนามออกไปหนึ่งทั้งยังมีบุญคุณต่อจินหมินอีกด้วย นี่มันเป็นการฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียวชัดๆ!

อีกด้านหนึ่ง

ฉินหยวนเฟิงกำลังไปเยี่ยมเยียนฉินต้าวหยวน

“ท่านลุง ข้าได้ยินมาว่าหลัวเฉิงลงทะเบียนการทดสอบชิงอวิ๋นในวันพรุ่งนี้” หลังสนทนาถามไถ่กันอยู่ครู่ จู่ๆ ฉินหยวนเฟิงก็เผยความตั้งใจแรกเริ่มในทันที

ฉินต้าวหยวนจิบชาแล้วตวาดด้วยรอยยิ้ม “ข้านึกไว้แล้วว่า ไหนเลยหลานชายตัวดีจึงอยากมาเยี่ยมเยียนข้าเช่นนี้! เจ้านั่นมันก็แค่คนไร้ค่า ไฉนเจ้าถึงเป็นกังวลนัก”

“เจ้าเด็กสาระเลวนั่นยั่วโมโหข้าอยู่หลายครั้งหลายครา! ขนาดท่านลุงมันยังไม่ให้ความเกรงใจแม้แต่น้อย ไยท่านจึงยังนิ่งดูดายไร้ความเคียดแค้นเช่นนี้!”

ดวงตาของฉินหยวนเฟิงประกายแสงเย็นชา

ถ้าเขาไม่กลัวอวิ๋นเหมิงลี่ คงจะไปที่ดอยจื่ออวิ๋นเพื่อสั่งสอนหลัวเฉิงด้วยตัวเองให้หายแค้นใจไปแล้ว

แต่เมื่อมีฉินต้าวหยวนอยู่ที่นี่ด้วย ต่อให้เขาจะสับร่างหลัวเฉิงเป็นชิ้นๆ ก็หามีผู้ใดเอาผิดเขาได้ไม่

ฉินต้าวหยวนแย้มยิ้มน้อยๆ “เขาก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง มันไม่ยากเลยที่จะสังหารทิ้ง ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว ข้าสั่งศิษย์สองคนที่เป็นตัวเก็งของการทดสอบแล้ว นั่นคือฟางรุ่ยและเฉาชิง! พวกเขาทั้งคู่อยู่ในระดับที่ห้าของ ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ ตราบใดที่พวกเขาพบกับหลัวเฉิงก็แค่สังหารทิ้งซะ”

น้ำเสียงฉินต้าวหยวนสงบประหนึ่งผืนน้ำนิ่ง คล้ายดั่งว่าการสังหารหลัวเฉิงนั้นเป็นเพียงการปัดฝุ่นจากแขนเสื้อเท่านั้น

ฉินต้าวหยวนมองยังฉินหยวนเฟิงแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“เรื่องนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ทว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้คือเจ้าต้องรีบฝึกฝน ข้าเกรงว่าอีกไม่นานเจ้าก็คงจะทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าแล้วเป็นแน่”

ฉินหยวนเฟิงยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างลำพอง “อาจจะเป็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เองท่านลุง”

ฉินต้าวหยวนยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “ประเสริฐ เช่นนั้นก็จงรีบทะลวงเข้าสู่ขั้นเขตแดนลึกลับให้เร็วที่สุด! ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าตอนนี้ ในอนาคตคงต้องกลายเป็นหนึ่งในสิบอันดับศิษย์ฝ่ายนอกแน่นอน”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของฉินหยวนเฟิงก็วาวโรจน์ทันที

สิบอันดับแรกของศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักซวนหยวน ถือเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในอาณาจักรต้าเยว่!

จบบทที่ บทที่ 145 ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว