เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 139 หากข้าจะรังแก แล้วเจ้าจะทำไม!

บทที่ 139 หากข้าจะรังแก แล้วเจ้าจะทำไม!

บทที่ 139 หากข้าจะรังแก แล้วเจ้าจะทำไม!


ป้ายรับสมัครผู้เข้าทดสอบชิงอวิ๋นนั้นประกาศไว้มาครึ่งเดือนแล้ว และกำหนดเริ่มคือวันที่สิบเจ็ดเดือนกันยายน!

วันนี้วันที่สิบหกเดือนกันยายน!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นวันเริ่มทดสอบชิงอวิ๋นแล้ว!

ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการลงทะเบียน!

หลัวเฉิงไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องมันจะบังเอิญเช่นนี้ เพราะเขานั้นทันการลงทะเบียนพอดี จึงกล่าวกับจางเหลียนทันที

“จางเหลียน ข้าจะสมัครเข้าร่วมการทดสอบชิงอวิ๋นได้ที่ไหน?”

“มันอยู่ตรงนั้น เจ้าแค่ต้องมอบป้ายหยกประจำตัวของเจ้าเพื่อลงทะเบียน และชำระค่าลงทะเบียนด้วยโอสถเลือดลมสามเม็ด”

จางเหลียนบุ้ยริมฝีปากของเขาไปทางอีกฟากฝั่งหนึ่งของจัตุรัส

ที่นั่นมีโต๊ะหินซึ่งมีผู้อาวุโสนั่งอยู่ด้านหลังพร้อมกับผู้คนมากมายที่รายล้อมในยามนี้

หลัวเฉิงไม่รอช้ารีบเดินไปที่โต๊ะหินทันที

จางเหลียนตอบสนองแล้วสืบเท้าวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว

“หลัวเฉิง เจ้าคิดจะทำอะไร!”

หลัวเฉิงแย้มยิ้มกล่าวว่า “แน่นอน ข้าก็จะลงทะเบียนไงยังจะมีสิ่งใดอีก”

จางเหลียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ข้าเกรงว่าข้าคงไม่ได้อธิบายให้เจ้าฟังอย่างชัดเจนนัก ในการทดสอบชิงอวิ๋น มิใช่แค่การล่าสัตว์อสูรเพื่อชนะด้วยคะแนนเท่านั้น”

“ในการทดสอบนี้เจ้าจะไม่อาจหลีกเลี่ยงการฆ่าหรือต้องต่อสู้กับคนด้วยกันได้! เมื่อเจ้าไปถึงเกาะชิงอวิ๋น เจ้าจะไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากสำนักอีก! ศิษย์ส่วนใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งล้วนเข้าปล้นผู้ที่อ่อนแอกว่า เพื่อต้องการผลักดันให้ตนนั้นกลายเป็นศิษย์ฝ่ายนอก!”

“ในการทดสอบชิงอวิ๋นทุกปี มักจะมีผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก!”

“เชื่อคำแนะนำของข้าแล้วตัดใจเสียเถอะ! มันไม่สายเกินไปหากเจ้าจะเข้าร่วม หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่!”

จางเหลียนเล่าถึงความสยดสยองอันน่าพรั่นพรึงของการทดสอบชิงอวิ๋นอยู่หลายครั้ง

ในการทดสอบชิงอวิ๋นครั้งล่าสุด มีผู้เข้าแข่งขันเกือบเจ็ดพันคน และมีผู้คนล้มตายไปมากกว่าพันคน ซึ่งนับว่าเป็นสองในสิบส่วนของผู้เข้าแข่งขันก็ว่าได้!

“จะไม่อาจหลีกเลี่ยงการฆ่าฟันมนุษย์ด้วยกันเองได้งั้นหรือ?”

หลัวเฉิงครุ่นคิด เขาไม่คาดว่าการฝึกฝนในสำนักจะโหดร้ายถึงเพียงนี้

กระนั้นแล้ว เขาก็หาได้คิดล้มเลิกการลงทะเบียนแต่อย่างใด

แม้เขาจะอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม แต่พลังของเขานั้นมีมากเกินกว่าสามหมื่นจิน ซึ่งแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่ทั่วไป!

นี่ยังไม่ได้นับรวมเพลงกระบี่ทลายสวรรค์สี่กระบวน และเพลงหมัดสยบภูผา ที่ฝึกฝนจนบรรลุขั้นปรมาจารย์!

หลัวเฉิงประมาณตนเองว่าด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน เขาสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างแน่นอนหลังจากเข้าทดสอบชิงอวิ๋น

เขาทำให้ผู้อาวุโสฝ่ายนอกฉินต้าวหยวน ศิษย์หลักจินหมิน และตอนนี้ก็คงเพิ่มผู้อาวุโสเหอเข้าไปอีกคน!

หลัวเฉิงตระหนักดีต่อสถานการณ์ของเขาในปัจจุบัน และจำต้องรีบตั้งหลักในสำนักซวนหยวนให้เร็วที่สุด โดยอาศัยการเป็นศิษย์ฝ่ายนอก!

ไม่เพียงเท่านั้น หลัวเฉิงยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องเข้าร่วมการทดสอบชิงอวิ๋น

นั่นคือทะลวงระดับวิชามังกรแท้ให้ได้ แต่การจะทะลวงให้ได้นั้น ต้องกลืนวิญญาณสัตว์อสูรและวิญญาณยุทธ์เท่านั้น!

ซึ่งการทดสอบชิงอวิ๋นนี้ นับว่าเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้!

ด้วยเหตุนี้เขาจะพลาดได้อย่างไร

“จางเหลียนขอบคุณที่เจ้าแนะนำ แต่ข้าก็มีเหตุผลที่ต้องเข้าร่วมเช่นกัน”

หลัวเฉิงยิ้มให้จางเหลียน จากนั้นสืบเท้าต่อไปยังโต๊ะหินเพื่อลงทะเบียนทันที

“เจ้า……”

จางเหลียนถึงกับกล่าวสิ่งใดไม่ออก

ไม่รู้ว่าชายผู้นี้ได้ยินสิ่งที่เขาพร่ำพรรณนาให้ฟังเมื่อครู่นี้หรือไม่ หรือว่าเขาคิดจะสังหารใครสักคนจริงๆ!

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงโต๊ะลงทะเบียน แต่ระหว่างที่หลัวเฉิงกำลังจะเข้าไปลงทะเบียน

“จางเหลียน เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ข้าไม่คิดเลยว่าคนไร้ค่าเช่นเจ้าจะกล้าสมัครเข้าร่วมการทดสอบชิงอวิ๋นจริงๆ”

ซุ่มเสียงเยือกเย็นอันน่าสยดสยองดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียงอย่างกะทันหัน

หลัวเฉิงเอียงศีรษะหันกลับไปมอง

เขาเป็นชายหนุ่มในชุดดำ ดวงตาเล็กแคบ ใบหน้าบูดบึ้ง พานให้ผู้คนรู้สึกพรั่นพรึงไม่น้อย มุมปากเขายกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยาม

ศิษย์บำรุงสำนักที่อยู่บริเวณโดยรอบ คล้ายดั่งว่ากำลังหวาดกลัวชายผู้นี้ จึงหลีกห่างออกเป็นวงกว้าง เหลือเพียงหลัวเฉิงและจางเหลียนเท่านั้น

จางเหลียนเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึงแล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “หานเฟิง อย่ารังแกคนอื่นให้มันมากนัก!”

“หากข้าจะรังแก แล้วเจ้าจะทำไม!” ชายหนุ่มชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้มอำมหิต

จบบทที่ บทที่ 139 หากข้าจะรังแก แล้วเจ้าจะทำไม!

คัดลอกลิงก์แล้ว