เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 เจ้าไม่คู่ควร

บทที่ 131 เจ้าไม่คู่ควร

บทที่ 131 เจ้าไม่คู่ควร 


ทันทีที่วาจาของหลัวเฉิงถูกลั่นออกมา ทั่วทั้งอานาบริเวณก็เงียบสงัดลง

เหล่าศิษย์บำรุงสำนักต่างก็จ้องมองหลัวเฉิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อต่อสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่

เมื่อวานนี้หลัวเฉิงบอกว่าเขาต้องการท้าประลองหลี่ฮุ่ย ทุกคนต่างก็คิดว่ามันเป็นเพียงน้ำคำที่ถูกขานออกมาเพื่อรักษาหน้าตนไว้เท่านั้น

จึงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า หลัวเฉิงจะกล้าทำเช่นนี้จริงๆ!

“หลัวเฉิงมันเพี้ยนไปแล้วหรืออย่างไร! มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!”

“มันเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาเท่านั้น ช่างไม่รู้จักประมาณตน!”

หลังจากผงะตกใจไปชั่วครู่ ทุกคนก็ต่างรู้สึกว่าหลัวเฉิงนั้นหยิ่งผยองเกินไป!

แม้พวกเขาทั้งคู่จะอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม แต่ความแข็งแกร่งแท้จริงของพวกเขานั้นยังคงมีระยะห่างกันอยู่

เนื่องจากหลี่ฮุ่ยเข้าสู่สำนักชวนหยวนและฝึกฝนมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว ซึ่งความแข็งแกร่งแท้จริงของเขานั้นนับว่ายากอย่างถึงนัก

คนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาเช่นหลัวเฉิง จะสามารถเปรียบเทียบกับหลี่ฮุ่ยผู้แข็งแกร่งได้อย่างไร

ผู้อาวุโสเหอก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเช่นกัน จากนั้นจึงเปิดปากกล่าวอย่างใจเย็น “เจ้าอยากจะท้าประลองกับหลี่ฮุ่ยงั้นหรือ”

“หากเจ้าเอาชนะหลี่ฮุ่ยได้ เจ้าจะสามารถทำหน้าที่ของเขาได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรเสีย เจ้าต้องตระหนักรู้ในฝีมือตนเอง และต้องมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเขาจึงจะสามารถแทนที่เขาได้ มิฉะนั้น เจ้าจะกลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของผู้อื่นเท่านั้น เจ้าต้องคิดเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วนด้วย”

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ แต่ข้าใคร่ครวญเรื่องนี้มาดีแล้ว”

หลัวเฉิงไม่รอช้าเดินตรงไปยังพื้นที่เปิดโล่ง แล้วจ้องหลี่ฮุ่ยด้วยแววตาจริงจังยิ่ง

“ฮ่าฮ่า การทำตัวเย่อหยิ่งเกินไปนั้นมิใช่เรื่องดี!”

ผู้อาวุโสเหอหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกล่าวกับหลี่ฮุ่ย “หลี่ฮุ่ย ในเมื่อเขาต้องการท้าประลองกับเจ้า ก็อย่าได้เกรงใจรับคำท้าไปเถิด”

เดิมทีผู้อาวุโสเหอต้องการให้หลัวเฉิงล้มเลิกความคิด จึงอธิบายให้เห็นถึงความยากลำบาก แต่เขาไม่คิดว่าหลัวเฉิงจะไม่สนใจต่อคำชี้แนะเขา ดังนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งเล็กน้อย

“ขอรับ!”

หลี่ฮุ่ยเหยียดยิ้มเยาะแล้วเดินเข้าไปด้วยท่าทางเบิกบานใจ

ฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่ตรงนั้นก็ต่างกระจายออกด้านข้างจนเป็นวงล้อมขนาดใหญ่

ศิษย์บำรุงสำนักที่มากประสบการณ์บางคนเดินผ่านมาพอดีจึงเกิดความสนใจแล้วมาเฝ้ามองดูอยู่พื้นที่โดยรอบ

“ทันทีที่เขามาถึงสำนักซวนหยวนเรา ก็ท้าประลองกับหลี่ฮุ่ยเลย ผู้ชายคนนี้ช่างมีความใจกล้าไม่เบา!”

“เจ้าคิดว่าเขาจะสามารถรับมือหลี่ฮุ่ยได้กี่กระบวนท่า ส่วนข้าคิดว่ามากสุดก็คงสิบกระบวนท่า!”

“สิบกระบวนท่างั้นรึ? เจ้าประเมินไว้สูงไป ข้าคิดแค่สามกระบวนท่าเขาก็คงแพ้แล้ว!”

ทุกคนโดยรอบต่างมองเห็นว่าหลัวเฉิงนั้นเป็นเพียงตัวตลก และเป็นที่เกลียดชังของผู้คนโดยรอบ

หลี่ฮุยยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าหลัวเฉิงและกล่าวด้วยรอยยิ้มอำมหิต “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าท้าประลองกับข้าจริงๆ ตอนนี้มันสายไปแล้วที่เจ้าจะรู้สึกเสียใจ”

หลัวเฉิงเหลือบมองเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไยข้าต้องเสียใจ”

หลี่ฮุ่ยเย้ยหยัน “ปากดีนัก! ชักกระบี่ของเจ้าออกมา แสดงให้ข้าเห็นทีว่าเจ้ามีฝีมือมากแค่ไหน!”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “แค่เจ้าไม่คู่ควรให้ข้าชักกระบี่ออกมาด้วยซ้ำ”

ทันทีที่น้ำคำนี้ถูกขับขานออกมา ผู้คนโดยรอบอาณาบริเวณก็ตกตะลึงทันที ไม่ว่าชายผู้นี้จะเย่อหยิ่งมากขนาดไหน แต่อย่างไรก็ต้องมีขอบเขตบ้าง!

แม้แต่ผู้อาวุโสเหอที่อยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้ว

หลี่ฮุ่ยได้รับความโปรดปรานจากเขามาโดยตลอด เขามักจะสั่งสอนหลี่ฮุ่ยบ้างเป็นบางเวลา หลี่ฮุ่ยจึงนับว่าเป็นลูกศิษย์ของเขาครึ่งหนึ่ง

เมื่อหลี่ฮุ่ยถูกเหยียดหยาม นั่นก็เท่ากับว่าเขาถูกตบหน้าเช่นเดียวกัน!

“หลี่ฮุย ในเมื่อหลัวเฉิงมั่นใจในฝีมือตนขนาดนั้น เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมือไว้ไมตรี อีกอย่างแสดงเพลงกระบี่หลิงเฟิงของเจ้าให้เขาได้เรียนรู้เสียหน่อย!”

น้ำเสียงของผู้อาวุโสเหอค่อนข้างจริงจัง

“ขอรับ”

หลี่ฮุ่ยก็บันดาลโทสะเช่นกันจึงตวาดเสียงอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้เด็กเหลือขอ ในเมื่อเจ้าวอนหาสิ่งนี้ ก็อยากได้ตำหนิที่ข้าไร้ปรานี!”

ทันใด หลี่ฮุ่ยก็ชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกับเสียงดังกราว

ท่วงท่าเพลงกระบี่ของเขานั้นรวดเร็วมาก ผู้คนโดยรอบต่างปรากฏเห็นแสงแห่งปราณกระบี่สาดส่องจรัสเปล่งประกาย พุ่งเข้าใส่หลัวเฉิงอย่างน่าประหวั่นตื่นกลัว!

“ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”

ศิษย์บำรุงสำนักคนใหม่ แทบจะหยุดหายใจ หลังได้ประจักษ์เห็นปราณกระบี่นี้

การเคลื่อนไหวของกระบวนท่ากระบี่นี้ รวดเร็วประดุจสายอัสนีบาตฟาดอย่างกะทันหัน ยากยิ่งนักที่จะหลบหลีกไปได้!

แม้แต่ผู้อาวุโสเหอเอง ทันได้ประสบพบก็ถึงกับแสดงรอยยิ้มพลางพยักหน้า

เพลงกระบี่หลิงเฟิงเป็นเพลงกระบี่ระดับสามดาว อีกทั้งหลี่ฮุ่ยยังได้ฝึกฝนมันจนสามารถบรรลุขั้นฉลาดล้ำเลิศ ทำให้กระบวนท่าพริ้วไหวและคล่องแคล่วรวดเร็ว จนยากนักจะจับทางกระบี่ได้

จบบทที่ บทที่ 131 เจ้าไม่คู่ควร

คัดลอกลิงก์แล้ว