เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 ความสิ้นหวัง

บทที่ 117 ความสิ้นหวัง

บทที่ 117 ความสิ้นหวัง 


ฟึบ!

หลัวเฉิงวิ่งผ่านคนอีกสองสามคนและกำลังจะเข้าสู่ปากแคบของโขดหิน

ทันใดนั้น หลัวเฉิงก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง พลันไหวกายพุ่งหลบไปทางด้านข้าง

บูม! บูม!

เนื่องจากหลังก้อนหินขนาดใหญ่ปรากฏสองร่างพุ่งออกมา แล้วชกหมัดเข้าใส่หลัวเฉิงด้วยพลังปราณอันหนักอึ้ง

หลัวเฉิงหลบออกไปได้อย่างหวุดหวิดแล้วเว้นระยะห่างสามก้าว ก่อนช้อนตาขึ้นมองสองร่างนั้นด้วยแววตาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง

“พวกเราไม่เคยรู้จักกัน ไฉนจึงลอบทำร้ายข้า!”

“เจ้าไม่รู้จักพวกเขา แต่ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้จักข้า”

ลู่เหยียนกล่าวเสียงดังพลางเยื้องย่างออกมาจากเบื้องหลังก้อนหิน แล้วจ้องหลัวเฉิงอย่างอาฆาตแค้นด้วยดวงตาสามเหลี่ยมคู่นั้น

“ที่แท้ ก็เป็นเจ้าเองหรือ!”

หลัวเฉิงขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตามรังควานไม่เลิกรา

ฮึ่ม!

ลู่เหยียนสูดจมูกอย่างเย็นชาแล้วกล่าวเสียงทุ่มต่ำ “เจ้าคงยังไม่ลืมเรื่องที่เกิดในศาลาหลิงอวิ๋นหรอกกระมัง”

ขณะที่กล่าว พวกเขาทั้งสามก็เข้าล้อมหลัวเฉิงจากสามด้านเพื่อปิดกั้นหนทางหลบหนี

ลู่เหยียนจ้องหลัวเฉิง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะ “อย่าได้กล่าวหาว่าข้านั้นแล้งน้ำใจ ข้าจะให้โอกาสเจ้า จงคุกเข่าลงแล้วคำนับข้าสามครั้ง จากนั้นมอบกระบี่ทลายสวรรค์มา ข้าอาจจะใจดีไว้ชีวิตเจ้า!”

“เจ้าไม่ได้ยินที่เขาสั่งงั้นหรือ? คุกเข่าลงแล้วคำนับเดี๋ยวนี้!”

ชายอีกสองคนตวาดเสียงแข็ง ขณะในแววตาที่จับจ้องหลัวเฉิงเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

หลัวเฉิงเหลือบมองทั้งสามคนแล้วเหยียดยิ้มเยือกเย็น “ข้าเองก็จะให้โอกาสเจ้าเช่นกัน จงคุกเข่าลงยอมรับความผิดพลาดของเจ้าในสามลมหายใจ แล้วข้าจะเมตตาไว้ชีวิต!”

“ฮ่าๆ เจ้าน่ะหรือจะไว้ชีวิตคนเช่นข้า ไม่ประมาณตน!”

ลู่เหยียนคล้ายดั่งได้ยินเรื่องน่าขันครั้งใหญ่!

สองคนที่เขาพามาครั้งนี้ ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสอง!

ตัวเขานั้นไม่คิดเลยว่า หลัวเฉิงยังจะกล้าอวดดีในสถานการณ์เสียเปรียบเช่นนี้!

“ลงมือ!”

ลู่เหยียนแผดเสียงคำรามทุ้มต่ำ

“เจ้าหนู ในเมื่อเจ้าวอนนัก ข้าจะสนองให้เจ้า!”

“ก็ไปตายซะ!”

ทั้งสองกระโจนร่างอย่างรวดเร็ว แล้วจู่โจมหลัวเฉิงด้วยหมัดจากซ้ายและขวาในเวลาเดียวกัน

หลัวเฉิงโค้งมุมปากยิ้มอย่างเยือกเย็น แล้วเอื้อมมือไปคว้าหมัดทั้งสองบนนภากาศ

ปัง! ปัน!

หมัดอันร้ายกาจของทั้งคู่ถูกหลัวเฉิงคว้าไว้อย่างกระชับแน่น ไม่อาจชกทะลวงไปข้างหน้าได้แม้เพียงชุ่น

“อะไรกัน!”

ทั้งสองล้วนหน้าแดงก่ำจากการออกแรงเพื่อดิ้นให้หลุด

แต่ทว่า มือของหลัวเฉิงประหนึ่งเป็นโซ่ตรวนเหล็กกล้า เหนี่ยวรั้งไว้มิอาจเคลื่อนไหวได้ ก่อนที่ใบหน้าของทั้งคู่จะพลันเปลี่ยนสี

“คุกเข่า!”

หลัวเฉิงกระแทกเสียงแข็งกร้าวพร้อมบิดมืออย่างแรง

ฟึบ! แคร่ก!

ทั้งคู่ล้วนอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสองเท่านั้น จะริอาจต้านพลังอันมหาศาลของหลัวเฉิงได้อย่างไร

ทันทีที่หลัวเฉิงบิดมือ แขนพวกเขาก็สะบั้นหัก กล้ามเนื้อฉีกขาดเลือดสาดกระเซ็น เข่าของทั้งคู่ทรุดตัวลงกับพื้นทันใด แล้วใช้มืออีกข้างจับแขนตนร่ำร้องอย่างโอดครวญ ด้วยมิอาจทนทานรับความเจ็บปวดได้!

“เจ้า!”

ลู่เหยียนที่เคยแสดงรอยยิ้มอย่างภาคภูมิเมื่อครู่ ใบหน้าเขาก็ซีดเซียวลงขาวราวกับกระดาษ

เขามิคิดฝันเลยว่าหลัวเฉิงจะแข็งแกร่งได้มากถึงปานนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสองกลับถูกเขาสยบทันทีที่เผชิญหน้า!

ลู่เหยียนจากใบหน้าซีดเซียวเปลี่ยนเป็นตระหนก เขาวกหลังกลับแล้วสับเท้าวิ่งทันใด

“ข้าบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะให้เจ้าหนี?”

หลัวเฉิงกล่าวน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในหูของลู่เหยียนกลับก้องดังประหนึ่งเสียงเพรียกหาจากนรก หลัวเฉิงโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วตบฝีเท้าพุ่งร่างไปในทันที

“ไยเจ้ายังวิ่งได้เร็วขนาดนี้อีก!”

เมื่อมองย้อนไปยังหลัวเฉิงที่กำลังไหวกายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลู่เหยียนก็ผวาพลันดั่งเห็นภูตผีวิญญาณ

ในช่องแคบของหุบเขาเหลียนซินนี้ ทุกคนล้วนถูกแรงกดดันจากเจตจำนงแห่งกษัตริย์ กระทั่งวิญญาณยุทธ์ก็มิอาจปลดปล่อยได้ ยามนี้การเคลื่อนไหวของลู่เหยียนลดลงเหลือเพียงหกในสิบจุด

“ไปตายซะ หมัดศิลาแกร่ง!”

เมื่อรับรู้ว่าตนมิอาจหนีพ้น ลู่เหยียนก็กัดฟันหยุดฝีเท้า แล้วพุ่งหมัดเข้าใส่หลัวเฉิงด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี

หลัวเฉิงไม่รอช้าชกหมัดทะยานไปเช่นเดียวกัน

แคร่ก!

สองหมัดเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด พร้อมกับเสียงกระดูกแตกดังลั่นอย่างชัดเจน

ลู่เหยียนโอดครวญอย่างเจ็บปวดขณะร่างถูกซัดลอยละลิ่วออกไป ก่อนกระแทกเข้ากับโขดหินขนาดใหญ่ในปากก็พลันกระอักเลือดออกมา

“มิใช่ว่าเจ้าอยากให้ข้าคุกเข่าแล้วคำนับยอมรับความผิดพลาดหรอกหรือ? ไฉนจึงล้มลงไปเองเช่นนั้นเล่า?”

ระหว่างที่กล่าว หลัวเฉิงก็สืบเท้าเข้าหาลู่เหยียนทีละก้าว ด้วยใบหน้าแสดงรอยยิ้มเยือกเย็น

ยามนี้สีหน้าของลู่เหยียนก็ซีดเผือด แต่ในดวงตายังมิอาจไร้พิษสง “ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าอยากได้ลำพองใจนักเลย! เมื่อตอนที่เจ้าและข้าได้เข้าสู่สำนักซวนหยวนแล้ว ข้ายังมีวิธีสังหารเจ้ามากมายหลายอย่างนัก คอยดูเถอะ หลังออกไปจากหุบเขานี้แล้ว ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็น ว่าความสิ้นหวังมันเป็นอย่างไร!”

“โอ้… เจ้าจะทำให้ข้าได้สัมผัสกับความสิ้นหวังกระนั้นหรือ”

ดวงตาของรั้วเฉิงประกายแสงเยือกเย็น จากนั้นเหยียดยิ้มกระหยิ่มกล่าวว่า “เจ้าคิดว่า เจ้าจะยังออกไปจากหุบเขานี้ได้งั้นหรือ?”

“เจ้า! เจ้าจะทำอะไร!”

แววตาของลู่เหยียนที่ดุร้ายราวอสรพิษ ยามนี้กลับผันเปลี่ยนแทนที่ด้วยความประหวั่นกลัว

จบบทที่ บทที่ 117 ความสิ้นหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว