เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ความหวังของตระกูลหลิน

บทที่ 90 ความหวังของตระกูลหลิน

บทที่ 90 ความหวังของตระกูลหลิน


แม้นพวกเขาจะได้ยินเรื่องนี้เต็มสองหู แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี

หลัวเหิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เฉิงเอ๋อร์ นี่เจ้าฝึกฝนด้วยวิธีใดงั้นหรือ?”

ผู้คนโดยรอบโต๊ะยามนี้ต่างจับจ้องยังหลัวเฉิงเป็นตาเดียว พวกเขาก็ล้วนอยากรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนนี้เช่นเดียวกัน

หลัวเฉิงเคยคิดเรื่องเหตุผลมาบ้างแล้ว จึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มันอาจจะเกี่ยวข้องกับที่ข้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดได้กระมัง”

โม่หลินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “การฝึกฝนจนสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดนั้น จะทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนได้รับการขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทั้งเขายังได้รับความแข็งแกร่งสองพันจินตั้งแต่อยู่ในขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดอีกต่างหาก จึงไม่เป็นการยากเลยที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ แม้นตอนนี้เขาจะอยู่ในระดับสองของขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ก็มิเป็นเรื่องแปลกอันใด”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ทุกคนก็พยักหน้า

การได้รับความแข็งแกร่งถึงสองพันจินในขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดนั้นไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง

อวิ๋นเต้าเจี้ยงแย้มยิ้มกล่าวว่า “เป็นยอดวีรชนตั้งแต่อายุยังน้อย! เกรงว่าอนาคตของหลัวเฉิงนั้นคงไร้ขีดจำกัดเป็นแน่ ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้นำตระกูลหลัวด้วย”

หลังทราบว่า หลัวเฉิงได้ช่วยเหลืออวิ๋นเหมิงลี่ไว้ที่หุบเขาเมฆาทมิฬ นั่นทำให้อวิ๋นเต้าเจี้ยงรู้สึกประทับใจในตัวของหลัวเฉิงยิ่งนัก

เมื่อมองหลัวเฉิงอย่างละเอียดขณะนี้ บนใบหน้าของเขาปรากฏคิ้วรูปดาบ นัยน์ตาลึกส่องประกายดุจดวงดารา กระทั่งอากัปกิริยาก็สง่างามยิ่งนัก

ขณะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในเมืองหนานเฉิงฟางวันนี้ อวิ๋นเต้าเจี้ยงก็ได้ประเมินความสามารถของหลัวเฉิงในใจเอาไว้สูงมากขึ้น

แต่ช่างน่าเสียดายนัก ที่หลัวเฉิงนั้นได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมา มิฉะนั้น เขาจะเป็นดั่งปลาในสระ ที่รอวันกลายร่างเป็นมังกรแล้วทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างแน่นอน!

“ฮ่าฮ่า ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นช่างเป็นคนใจกว้างยิ่งนัก”

หลัวหมิงซานมีใบหน้าสำราญใจยิ่งนัก เขายกจอกสุราขึ้นแล้วกล่าวว่า “มาๆ ดื่ม! วันนี้ท่านต้องร่ำสุรากับข้าให้เต็มที่ ไม่เมาไม่เลิกรา!”

“ไม่เมาไม่เลิกรา ดื่ม!” อวิ๋นเต้าเจี้ยงกล่าวพร้อมกับยกจอกสุราขึ้นดื่มเช่นเดียวกัน

หากเทียบกับความคึกคักของตระกูลหลัวในยามนี้แล้ว อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของตระกูลหลินกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ณ พื้นที่ตรงนี้ ห่างจากเมืองฉีซานหลายร้อยลี้ คนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขบวนยาวกว่าสองลี้กำลังเดินทางไปตามหุบเขาอันกว้างใหญ่รกร้าง

กลุ่มคนเหล่านั้นคือตระกูลหลิน ที่เดินทางออกจากเมืองฉีซานนั่นเอง

หลินชางหลางไล่ยามลาดตระเวนและคนรับใช้ของตระกูลหลินออกไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้เหลือไว้เพียงแค่คนหลักๆ ของตระกูลเท่านั้น พวกเขากำลังเคลื่อนย้ายไปยังเมืองหวงสือ ซึ่งอยู่ห่างออกไปสองสามร้อยลี้

ทว่า ใบหน้าของทุกคนในตระกูลหลินไม่ได้แสดงความเย่อหยิ่งดั่งเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดดูเศร้าหมองและสิ้นหวังยิ่งนัก

ในช่วงท้ายของขบวนที่อยู่บนเชิงเขาเล็กๆ ก็ปรากฏร่างของชายชราสองคนยืนอยู่ที่นั่นยามนี้

พวกเขาคือ หลินชางหลางผู้นำตระกูลหลิน และ หลินซวนผู้อาวุโสสามของตระกูลหลิน

หลินชางหลางมองย้อนกลับไปในทิศทางของเมืองฉีซานพลางทอดถอนใจ จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเจ็บปวด “ข้าไม่คิดเลยว่า รากฐานของตระกูลหลินที่มีมานับร้อยปี จะมาถูกทำลายด้วยน้ำมือของข้าเองเช่นนี้”

หลังกล่าววาจาเช่นนั้น หลินชางหลางก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

หากเราไม่ได้คิดปองร้ายกับตระกูลหลัวแล้วล่ะก็...

“ผู้นำตระกูล ไฉนท่านจึงตำหนิตนเองเช่นนี้ ผู้ใดกันจะคิดว่าหลัวเฉิงคนไร้ค่าผู้นั้นจะแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้ อีกทั้งยังกลายเป็นสหายของศาลาหลิงอวิ๋นอีกต่างหาก”

หลินซวนพยายามปลอบใจเขา ระหว่างนั้นดวงตาเขาก็วาวโรจน์กล่าวว่า “นอกจากนี้ ตระกูลหลินของเราก็ยังเหลือความหวังอยู่!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาอันหม่นหมองของหลินชางหลางก็ประกายวาวแสงเจิดจ้า จากนั้นเปิดปากกล่าวว่า “หลินหานคง เจ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่”

สิ้นเสียง จู่ๆ ก็ปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดขาว วิ่งด้วยเท้าไต่หน้าผาขึ้นมายังยอดหุบเขายามนี้

ชายหนุ่มมีอายุสิบสามหรือสิบสี่ปี มีรูปลักษณ์ภายนอกสง่าอย่างละเอียดอ่อน ในแววตาอันเย็นชานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

บุรุษหนุ่มผู้นี้มีนามว่าหลินหานคง เขาเป็นน้องชายของหลินอวิ๋น ทั้งยังได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับหกดาวขึ้นมาอีกด้วย แต่เนื่องจากว่าเขายังเด็กเกินไปแล้วยังอยู่ในขั้นหลอมกายาระดับแปดเท่านั้น เขาจึงไม่ได้เข้าร่วมงานชุมนุมล่าสัตว์ก่อนหน้านี้

“ท่านผู้นำตระกูล หานคงพบท่านแล้ว!”

หลินหานคงประสานมือกล่าวทักทายหลินชางหลางด้วยความเคารพ

หลินชางหลางพยักหน้าพลางกล่าวว่า “มอบของสิ่งนั้นให้เขา”

หลินซวนหยิบป้ายหยกออกมาและมอบให้หลินหานคงทันที

หลินหานคงมองยังป้ายหยกนั้น เขาเห็นอักษรนูนคำว่าซวนได้อย่างชัดเจน จากนั้นเขาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คือ?”

หลินชางหลางกล่าวว่า “นี่คือป้ายหยกของศิษย์หลักสำนักซวนหยวน เพียงใช้ป้ายหยกนี้เจ้าก็จะสามารถเข้าสู่สำนักซวนหยวนเพื่อฝึกฝนได้”

“ป้ายหยกนี้แต่เดิมเป็นของหลินอวิ๋น ทว่าตอนนี้กล้ามเนื้อและเส้นลมปราณของเขาขาดสะบั้น ดังนั้นป้ายหยกนี้มันจึงสมควรเป็นของเจ้า”

หลินอวิ๋นได้รับบาดเจ็บสาหัสตั้งแต่ต่อสู้กับหลัวเฉิง ทั้งยังได้รับผลข้างเคียงจากการกลืนโอสถสลายโลหิต ทำให้เส้นลมปราณทั่วร่างขาดสะบั้นสูญเสียรากฐานการฝึกฝนโดยสมบูรณ์ ตอนนี้เขาไม่มีโอกาสที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้อีกต่อไป

“สำนักซวนหยวน!”

หลังได้ฟังน้ำคำจากปากหลินชางหลาง ดวงตาของหลินหานคงก็ส่องประกายสดใส จากนั้นเขาก็กระชับป้ายหยกสำนักซวนหยวนไว้แน่น

ผู้อาวุโสสามหลินซวน กล่าวว่า “หานคง ตระกูลหลินของเราได้ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ในตอนนี้ ตระกูลเราจะสามารถฟื้นคืนแล้วกลับสู่เมืองฉีซานอีกครั้งได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”

หลินชางหลางเอ่ยย้ำเตือนอีกครั้ง “หลังจากเข้าสู่สำนักซวนหยวนแล้ว เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้ดีอย่าได้เกียจคร้าน”

ดวงตาของหลินหานคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ท่านผู้นำตระกูล ผู้อาวุโสสาม พวกท่านไม่ต้องเป็นกังวล หลังเข้าสู่สำนักซวนหยวนสำเร็จ ข้าจะอุทิศตนฝึกฝนอย่างหนักแน่นอน คราที่ข้ากลับมาอีกครั้ง มันจะเป็นวันที่ตระกูลหลินเราได้กลับสู่เมืองฉีซาน!”

“เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะล้างแค้นให้กับพี่ชายข้าเป็นการส่วนตัว!”

“ข้าจะทำให้หลัวเฉิงและตระกูลหลัว ต้องชดใช้ต่อความอัปยศที่เกิดกับพี่ชายข้าและตระกูลหลินวันนี้ร้อยเท่า ไม่สิ ต้องพันเท่าจึงจะสาสม!”

เมื่อกล่าวถึงหลัวเฉิง ดวงตาของหลินหานคงก็ทอประกายแสงเยือกเย็นทันที

หลินชางหลางพอใจกับความทะเยอทะยานของหลินหานคงมาก เขาจึงพยักหน้ากล่าวว่า “เจ้าจงรีบออกเดินทางเถิด ผู้อาวุโสสาม ต้องรบกวนเจ้าตามไปส่งเขาที่สำนักซวนหยวนด้วย”

“ขอรับ!” ผู้อาวุโสสามประสานมือรับคำสั่ง

จบบทที่ บทที่ 90 ความหวังของตระกูลหลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว