เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 แววตาอันหมองเศร้า

บทที่ 87 แววตาอันหมองเศร้า

บทที่ 87 แววตาอันหมองเศร้า


“มีผู้ใดต้องการต่อสู้อีกหรือไม่!”

เสียงก้องดังอย่างชัดเจนสะท้านทั่วถนนของเมืองในยามนี้

หลัวเฉิงคว้าศีรษะผู้อาวุโสหลินเย่แล้วยกมันขึ้นสูงขณะกล่าว พร้อมจ้องผู้คนตระกูลหลินด้วยแววตาเย็นยะเยือก

บรรดาผู้คนของตระกูลหลินรู้สึกว่าพวกตนนั้นถูกเหยียดหยาม แต่กระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล่าวหรือแสดงความโกรธแค้น พวกเขาทั้งหมดปิดปากเงียบสงัด แม้แต่ชำเลืองมองหลัวเฉิงยังมิกล้า

หากไม่นับรวมหลินเฉียนเฟิงและคนอื่นๆ ที่ได้รับบาดเจ็บล้มตายไป ผู้อาวุโสหลินเย่นั้นนับว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มพวกเขา

แม้นหลินเย่จะแข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ถูกหลัวเฉิงตัดศีรษะด้วยกระบี่เดียว ด้วยเหตุนี้ ไหนเลยพวกเขาจะกล้าเอาชีวิตไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์กันเล่า

“หลัวเฉิงแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาสามารถเอาชนะปรมาจารย์หลายคนของตระกูลหลินได้ด้วยตัวคนเดียว!”

“หลังการต่อสู้ครั้งนี้จบลง ชื่อเสียงของเขาต้องเลื่องลือไปไกลอย่างแน่นอน”

ผู้คนที่เฝ้าดูการต่อสู้อันดุเดือดแสดงสีหน้าตกตะลึง หลังได้นึกถึงเรื่องนี้

ทุกคนรู้ดีว่า หลัวเฉิงจะมีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองฉีซานเป็นแน่ หลังจบการต่อสู้นองเลือดในเมืองครั้งนี้ ต่อไปในภายหน้าจะไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนเขาอีก

ซึ่งขณะเดียวกัน ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากที่เฝ้าจับตามอง ก็มีผู้คนของตระกูลฉีปะปนอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นเช่นเดียวกัน แน่นอนว่ารวมถึงฉีตงและฉีถิงอีกด้วย

“พี่หญิง ข้าว่าต่อไปในภายหน้า เราอย่าได้คิดมีเรื่องกับเขาจะดีกว่า…”

ขณะที่ฉีตงมองหลัวเฉิงผู้กำลังยืนถือศีรษะของหลินเย่ เขาก็กลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ พร้อมกับร่างกายอันอ้วนท้วนที่สั่นเทาในยามนี้

ดวงตากลมโตของฉีถิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นเวลานาน แววตาของนางยังจับจ้องหลัวเฉิงประหนึ่งนางอยู่ในห้วงความฝัน

ขณะเดียวกัน นางก็พลันนึกถึงฉากที่นางกับหลัวเฉิงยืนอยู่ในจัตุรัสของตระกูลหลัว

ในคืนนั้น นางปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับหลัวเฉิง และประกาศต่อหน้าเขาว่าได้เข้าสู่สำนักวงแหวนทองคำ เพียงไม่นานนางก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้ เมื่อถึงตอนนั้นนางจะแข็งแกร่งกว่าหลัวเฉิงมาก ซึ่งเส้นทางของทั้งสองไม่มีวันจะมาบรรจบกันได้!

แต่ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของหลัวเฉิงที่นางได้ประสบพบ ทำให้นางรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ทั้งเรื่องงานหมั้นหมายก่อนหน้า ทั้งรู้สึกว่าตนนั้นไร้พลังไร้ความสามารถ

เนื่องจาก พลังยุทธ์ของนางยังห่างไกลนักจากขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ ไม่ต้องกล่าวเลยว่านางจะสามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามได้อย่างที่หลัวเฉิงทำ

แท้จริงนั้น ไม่ใช่ว่าหลัวเฉิงไม่เหมาะสมที่จะเป็นสามีนาง แต่กลายเป็นว่า นางเองต่างหากที่ไม่เหมาะสมจะเป็นภรรยาเขา ครั้นนึกถึงสิ่งนี้ใบหน้าของฉีถิงก็ปรากฏแววตาหมองเศร้าเป็นที่สุด

ทันใดนั้น ถนนสายหนึ่งที่ทอดยาวมายังตรงที่หลัวเฉิงยืนก็พลันสั่นสะเทือน

สุดปลายทางของถนน ปรากฏร่างของหลินชางหลางผู้นำตระกูลหลิน ซึ่งกำลังควบม้าเข้ามาพร้อมกับผู้อาวุโสตระกูลหลินจำนวนมากอย่างรวดเร็วจนฝุ่นฟุ้งตลบ

เมื่อเห็นศพของคนตระกูลหลินนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น สีหน้าของหลินชางหลางก็ผันเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น เขารีบลงจากหลังม้าแล้ววิ่งเข้าหาหลินเฉียนเฟิงที่มีสภาพใกล้ตายเต็มที

“น้องรอง เกิดอะไรขึ้น! ใครกันที่ทำร้ายเจ้าเช่นนี้!”

หลินเฉียนเฟิงมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ก่อนยกมืออีกข้างชี้ไปยังโม่หลินผู้ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

ใบหน้าของหลินชางหลางซีดขาวราวกระดาษ เขามองยังโม่หลินแล้วกล่าวน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! ระหว่างศาลาหลิงอวิ๋นกับตระกูลหลินข้าไม่มีความแค้นเคืองกันมาก่อน แล้วไฉนเจ้าถึงทำเช่นนี้?”

โม่หลินกล่าวอย่างใจเย็น “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับศาลาหลิงอวิ๋นเลย มันก็เป็นแค่ข้อตกลงระหว่างข้ากับคุณชายหลัวเท่านั้น”

“หลัวเฉิง!”

ใบหน้าของหลินชางหลางสั่นไหว จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นศีรษะหลินเย่ในมือของหลัวเฉิง ทันใดนั้น จิตสังหารเขาก็พุ่งออกมาด้วยความแค้นที่ปะทุดุจดั่งภูเขาไฟระเบิด

เพราะหลัวเฉิงเพียงคนเดียวที่ทำให้แผนซึ่งเขาวางไว้ในงานชุมนุมล่าสัตว์ต้องล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ทั้งยังทำให้เขาต้องสูญเสียเมืองหนานเฉิงฟางไปอีกต่างหาก!

หลัวเฉิงเพียงคนเดียวกลับสังหารปรมาจารย์ของตระกูลหลินไปมากมายก่ายกอง! นี่มันก็เกือบจะทำลายรากฐานอันแข็งแกร่งของตระกูลหลินเขาแล้ว!

ตอนนี้ หลินชางหลางมีความคิดเดียวในหัว นั่นคือต้องการจะฆ่าหลัวเฉิงให้ตายด้วยมือเดียว!

เมื่อรับรู้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง หลัวเฉิงก็โยนศีรษะของหลินเย่ไปด้านข้าง แล้วเตรียมจะชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง แต่ระหว่างนั้นเอง

“เฉิงเอ๋อร์!”

เสียงคำรามสายหนึ่งก็ดังลากยาวมาจากสุดขอบของปลายถนน ก่อนจะปรากฏร่างหลายร่างที่กำลังวิ่งเข้ามาหาหลัวเฉิงขณะนี้

ผู้ที่มามิใช่ใครอื่น แต่เป็นหลัวหมิงซาน หลัวหง และปรมาจารย์ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากของตระกูลหลัว

“ผู้ใดก็ตามที่กล้าแตะต้องนายน้อยตระกูลหลัว มันผู้นั้นจะต้องตาย!”

“ฆ่า!”

ขณะที่กลุ่มปรมาจารย์ของตระกูลหลัววิ่งกรูกันเข้ามา ก็ทำเอาพื้นถนนทั่วทั้งสายเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าอันกึกก้อง!

หลังได้รู้ว่าหลัวเฉิงบุกมายังเมืองหนานเฉิงฟางแล้ว หลัวหมิงซานก็นำกำลังคนของตระกูลหลัวตามมาสมทบทันที โดยความตั้งใจเขาหมายจะนองเลือดกับตระกูลหลินให้ล่มสลายกันไปข้าง

“เฉิงเอ๋อร์ เจ้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่?”

หลัวหมิงซานกล่าวด้วยสีหน้าหวันวิตก หลังเห็นว่าทั่วร่างของหลัวเฉิงเต็มไปด้วยคราบเลือด

หลัวเฉิงส่ายศีรษะแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าสบายดีขอรับท่านปู่”

หลัวหมิงซานถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังได้ทราบว่าหลัวเฉิงนั้นไม่เป็นอะไร ก่อนเหลือบมองหลินชางหลาง ด้วยแววตาที่คมราวกับใบมีด

“หลินชางหลาง นี่มันหมายความว่าอย่างไร! เจ้าต้องให้คำอธิบายแก่ข้าเดี๋ยวนี้!”

จบบทที่ บทที่ 87 แววตาอันหมองเศร้า

คัดลอกลิงก์แล้ว