เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 สายลมเปลี่ยนทิศ

บทที่ 82 สายลมเปลี่ยนทิศ

บทที่ 82 สายลมเปลี่ยนทิศ 


ดวงตาของโม่หลินเป็นประกาย เขามองหลัวเฉิงแล้วพยักหน้าเล็กน้อย

ยามตระกูลหลินมากกว่าสิบคนเข้าล้อมทั้งสองไว้ในตอนนี้ ยามอ้วนเตี้ยเพ่งมองหลัวเฉิงด้วยแววตาเย็นชาขณะที่ปากกล่าววาจาเย้ยหยัน

“หลัวเฉิง นับว่าเจ้าใจกล้ายิ่งนัก ที่กล้ามายังเมืองนี้!”

หลัวเฉิงยังคงทำสีหน้าเรียบเฉยแล้วกล่าวอย่างใจเย็น “หลินอวิ๋นสูญเสียเมืองหนานเฉิงฟางให้ข้าแล้วตั้งแต่งานชุมนุมล่าสัตว์ ไฉนข้าจึงจะไม่กล้ามายังเมืองหนานเฉิงฟางอาณาเขตของข้าเล่า”

“อาณาเขตของเจ้างั้นหรือ?”

ยามอ้วนเตี้ยหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “เจ้ายังกล้ากล่าวอวดดีแม้กระทั่งตอนที่กำลังจะตาย สหายข้าสังหารมันซะ!”

ด้วยน้ำเสียงตะโกนอย่างอำมหิต ยามอ้วนเตี้ยชักดาบออกจากเอวแล้วปรี่เข้าหาหลัวเฉิงทันที

“ลงนรกไปซะ! เกิดชาติหน้าก็รู้จักสำเนียกตนเองเสียบ้าง”

ยามอ้วนเตี้ยแย้มยิ้มอย่างอำมหิต ขณะในมือฟาดฟันดาบขนาดใหญ่เข้าใส่ศีรษะ หมายกุดหัวของหลัวเฉิน!

ฟึบ!

ขณะเดียวกัน ยามตระกูลหลินหลายคนก็แทงหอบยาวในมือตนโจมตีโดยพร้อมเพียงกัน พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า การโจมตีครั้งนี้จะสามารถสังหารหลัวเฉิงได้ทันที!

ดวงตาของหลัวเฉิงเปล่งประกายด้วยจิตสังหาร เขาเคลื่อนไหวฝีเท้าหลบเลี่ยงดาบขนาดใหญ่ของยามอ้วนเตี้ยทันใด จากนั้นโคจรพลังยุทธ์ไปทั่วร่าง แล้วเหวี่ยงขาเตะสวนออกไปอย่างรวดเร็ว

ปัง! ปัง! ปัง!

ด้วยแรงเตะที่มีพลังหลายพันจิน หอกในมือของยามตระกูลหลินหลายคนที่พุ่งเข้าใส่หลัวเฉิงก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ด้วยแรงเตะอันมหาศาลส่งร่างพวกเขาหลายคนลอยลิ่วออกไปกระแทกพื้น ก่อนกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องนอนคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น

ทว่ายามอ้วนท้วนนั้นมีสภาพดีกว่าผู้อื่นเล็กน้อย เขาที่ทอดร่างนอนอยู่บนพื้นนั้น มีเพียงแขนขวาที่หัก แต่ปากนั้นก็ยังคงกระอักเลือดอยู่ แต่เมื่อเขาเห็นหลัวเฉิงสืบเท้าเข้าหา ก็พลันเปิดปากตะโกนเสียงดัง

“รอช้ากันอยู่ไย รีบฆ่ามันเร็วเข้า!”

“ฆ่า!”

ทันทีสิ้นเสียงคำสั่ง เหล่ายามตระกูลหลิน หลายคนก็รีบพุ่งตัวเข้าหาหลัวเฉิงอีกระรอกหนึ่ง

หลัวเฉิงไม่คิดหลบหรือล่าถอยแม้เพียงก้าว เขาตั้งใจเผชิญหน้ากับเหล่ายามตระกูลหลินโดยตรง ด้วยแววตาไม่ปรากฏความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ทันทีที่ยามตระกูลหลินบรรลุถึง ก็ถูกปราณหมัดของหลัวเฉิงกระแทกเข้าอย่างแรง

ปัง! ปัง! ปัง!…

คราใดที่หลัวเฉิงเหวี่ยงหมัดชกทะลวง กระดูกของยามตระกูลหลินจะสะบั้นหักแล้วสิ้นใจตายไปทีละคน!

ด้วยเวลาเพียงสองหรือสามลมหายใจเท่านั้น ยามตระกูลหลินที่ยืนอย่างหนาตาเมื่อครู่ ก็บางลงจนเหลือไม่ถึงสิบคน

“หนีเร็ว!”

เมื่อประสบพบฉากเช่นนี้ ไหนเลยพวกเขาจะด้านหน้าอยู่ได้ ยามตระกูลหลินร่ำร้องด้วยความหวาดกลัว จากนั้นพลันทิ้งหอกดาบแล้วตื่นหนีกันไปคนละทิศทาง

ครั้นเห็นยามตระกูลหลินล่าถอย หลัวเฉิงก็หาได้คิดไล่ตามพวกมันไม่ แต่สายตาเขาขณะนี้ยังทอดมองร่างของยามอ้วนเตี้ยที่กำลังนอนอยู่บนพื้น

เปลี่ยนแปลงมนุษย์!

ยอมอ้วนท้วนกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ขณะที่ปากแข็งเกร็งกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือออกมา

“จะ… เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์แล้วงั้นหรือ! นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร!”

หลัวเฉิงยกฝ่าเท้าอย่างไม่แยแสแล้วเหยียบย่ำบนผืนอกของชายอ้วนท้วน แล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ข้าจะคืนวาจาที่เจ้าพ่นออกมาเมื่อครู่ เกิดชาติหน้าก็จงรู้จักสำเนียงตัวเองซะบ้าง”

“ได้โปรด อย่าฆ่าข้าเลย!”

ชายวัยกลางคนอ้วนเตี้ยสีหน้าผันเปลี่ยนเป็นซีดเซียว ทั่วสรรพางค์กายของเขาสั่งเทาขณะเอ่ยปากขอความเมตตา

บูม!

ทันใด เสียงร่ำร้องขอความเมตตาก็ชะงักขาดกะทันหัน พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณโดยรอบ

ขณะที่หลัวเฉิงดึงมือกลับ เลือดที่ยังอาบอยู่ตรงกำปั้นก็ไหลหยด เขาเอี้ยวตัวหันหลังแล้วสืบเท้าย่างเข้าเมืองหนานเฉิงฟางทันที

โม่หลินเหลือบมองศพมากมายที่ทอดร่างอยู่ตรงพื้น แล้วเดินตามหลังหลัวเฉิงไปด้วยท่าทางเฉยเมย

จนกระทั่งทั้งสองเข้าไปในเมืองหนานเฉิงฟาง ผู้คนโดยรอบที่เฝ้าดูเหตุการณ์จึงได้สติสัมปชัญญะกลับมาอีกครั้ง

“นี่... เข้าไม่ได้กำลังฝันไปอยู่ใช่หรือไม่!”

“เขาสังหารคนได้ด้วยหมัดเดียว! แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขั้นหลอมกายาระดับเก้าก็ยังมิอาจหยุดหลัวเฉิงได้หรือ เขาจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

“นั่นมิเท่ากับว่า เขาได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ไปแล้วหรือ แต่อายุเขาในตอนนี้เกรงว่ายังไม่ถึงสิบสี่ปีด้วยซ้ำ!”

“ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ที่มีอายุน้อยกว่าสิบสี่ปี! แต่วิญญาณยุทธ์เขาที่ตื่นขึ้นมานั้นมิใช่วิญญาณยุทธ์ขยะหรอกหรือ ไฉนผู้ที่มีวิญญาณยุทธ์เช่นนั้นจึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้”

“ดูนั่น หลัวเฉิงเข้าไปในเมืองหนานเฉิงฟางแล้ว! หรือว่าเขาคิดจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตนเอง”

เมื่อมองหลัวเฉิงเข้าสู่เมืองหนานเฉิงฟาง ทุกคนก็ต่างกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ หัวใจพวกเขาเต้นระรัวพร้อมกับความรู้สึกตกตะลึงในใจ

สายลมที่พัดอยู่ในเมืองฉีซาน กำลังจะเปลี่ยนทิศแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 82 สายลมเปลี่ยนทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว