เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 ความฝันที่เป็นจริง

บทที่ 61 ความฝันที่เป็นจริง

บทที่ 61 ความฝันที่เป็นจริง 


ผู้คนโดยรอบบนหอคอยสูง ต่างไม่มีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมของจินหมินและหลินอวิ๋น

เนื่องจากในขณะนี้ ความสนใจของฝูงชนทั้งหมดถูกดึงดูดโดยสิ่งอื่น

นั่นคือ ศาลาหลิงอวิ๋นที่จัดเดิมพันเกี่ยวกับการต่อสู้ในครั้งนี้

หลัวเฉิงแพ้ จ่ายหนึ่งในสามส่วน (หากพนันว่าหลัวเฉิงแพ้หนึ่งพันตำลึง แล้วผลที่ออกมาคือหลัวเฉิงแพ้จริงๆ ทางศาลาจะจ่ายเพียง สามร้อยสามสิบตำลึง)

หลินอวิ๋นแพ้ จ่ายสิบสามในสิบส่วน! (หากพนันว่าหลินอวิ๋นแพ้หนึ่งพันตำลึง แล้วผลที่ออกมาคือหลินอวิ๋นแพ้จริงๆ ทางศาลาจะจ่ายมากถึง หนึ่งพันสามร้อยตำลึง)

เมื่อเห็นราคาของอัตราต่อรองการเดิมพัน เหล่าผู้คนก็ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจยิ่ง

นั่นเพราะ หลินอวิ๋นมีอัตราต่อรองว่าจะชนะสูงถึงสิบสามในสิบส่วน

ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ในการประมือครั้งนี้เราถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ว่าหลัวเฉิงไม่มีโอกาสชนะ แม้นหลินอวิ๋นจะมีอัตราต่อรองสิบเอ็ดในสิบส่วนก็ย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่นี่กลับมากถึงสิบสามในสิบส่วน

ทันใดนั้น ทุกคนก็เริ่มกระตือรือร้นและวางเดิมพันทีละคน เกือบทั้งหมดเดิมพันว่าหลินอวิ๋นจะเป็นฝ่ายชนะ แม้นจะได้เพียงหนึ่งในสามส่วนก็ตาม

อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้รับเงินโดยไม่ต้องลงแรง!

สำหรับผู้ที่เดิมพันหลัวเฉิงชนะ มีเพียงไม่กี่คนจากตระกูลหลัวเท่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่แทบไม่มีใครสนใจเดิมพันว่าหลัวเฉิงจะเป็นฝ่ายชนะเลย เว้นเสียแต่คนผู้นี้ อวิ๋นเหมิงลี่!

“หลัวเฉิงชนะ หนึ่งล้านตำลึง”

ขณะกล่าวเช่นนั้น อวิ๋นเหมิงลี่ก็มอบบัตรทองล้านตำลึงให้กับเถ้าแก่ซูโดยตรง

“ท่านคิดว่าหลัวเฉิงจะเป็นผู้ชนะงั้นหรือ?”

ลั่วเหยามองยังอวิ๋นเหมิงลี่ด้วยดวงตาสดใส หากมองจากระยะไกล ก็ราวกับความงามดั่งเพลิงอันร้อนระอุ กำลังประจันหน้าอยู่กับ ความงามดั่งน้ำแข็งอันเย็นเฉียบ โดยไม่มีความงดงามใดด้อยกว่าแม้แต่น้อย ช่างเป็นภาพที่หาดูชมได้ยากยิ่งนัก

ลั่วเหยาเคยได้ยินเรื่องของอวิ๋นเหมิงลี่มาบ้าง นางได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับสิบดาวขึ้นมา และเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นของสำนักซวนหยวน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในดินแดนรกร้างตะวันออก!

อวิ๋นเหมิงลี่พยักหน้าเล็กน้อย

จินหมินกลับมาถึงพอดีแล้วบังเอิญเห็นฉากนี้ พานให้หางตาของเขากระตุกก่อนเอ่ยถามอวิ๋นเหมิงลี่ทันที

“เหมิงลี่ เจ้าเริ่มสนใจเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

อวิ๋นเหมิงลี่เปล่าเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นดั่งน้ำแข็ง “มันเป็นแค่ความสนใจชั่วคราวเท่านั้น”

จินหมินระงับโทสะในใจแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้างั้นข้าก็ขอร่วมสนุกด้วยเช่นกัน สิบล้านตำลึง หลินอวิ๋นชนะ!”

สิบล้านตำลึง!

ทันทีที่วาจานี้ถูกพ่นออกมา ผู้คนโดยรอบก็ล้วนผงะด้วยความตกตะลึง

นี่เป็นราคาเดิมพันที่สูงมาก!

เถ้าแก่ซูเอียงศีรษะมองยังลั่วเหยา

ดวงตาใสดุจน้ำของลั่วเหยา โค้งเล็กน้อยแสดงรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์แล้วกล่าวว่า “เนื่องจากองค์ชายแปดต้องการร่วมสนุก แน่นอนว่าทางเราคงไม่อาจเสียมารยาททำลายความสนุกของท่านได้ เช่นนั้นศาลาหลิงอวิ๋นก็ขอยอมรับเดิมพันของท่านแล้ว”

จินหมินไม่มีเงินติดตัวมากนัก จึงได้เขียนข้อความบนกระดาษเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วยื่นให้เถ้าแก่ซูแทน

อวิ๋นเหมิงลี่เหลือบมองจินหมิน แล้วกล่าวว่า “สิบล้านตำลึงสำหรับเจ้ามันมิใช่เงินเพียงเล็กน้อย ข้าขอแนะนำให้เจ้านำกระดาษแผ่นนั้นกลับมาจะดีกว่า”

จินหมินมองยังหลินอวิ๋นที่ยืนอยู่ในพื้นที่โล่ง แล้วกล่าวด้วยความมั่นใจ “หลินอวิ๋นจะชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน!”

ลั่วเหยาหัวร่อคิกคักพลางกล่าวว่า “ขอให้พวกท่านทั้งคู่โชคดี”

ขณะกล่าว ดวงตาของนางก็ประดับด้วยรอยยิ้มอันมีเสน่ห์ จากนั้นนางรับกระดาษข้อความแล้วหันหลังกลับไปทันที

ชายชราร่างผอมที่ติดตามนางอยู่ข้างหลังกล่าวว่า “ออกหลัวเฉิงเป็นฝ่ายแพ้ จำนวนเงินค่าเดิมพันที่ต้องจ่ายค่อนข้างมาก ไฉนเจ้าจึงมั่นใจในตัวของหลัวเฉิงมากขนาดนี้”

ลั่วเหยายิ้มเล็กน้อย “ข้าเปล่ามั่นใจในตัวเขา แต่ข้ามั่นใจบุคคลที่อยู่ข้างหลังเขา เพียงนามราชาโอสถก็สามารถเปลี่ยนคนไร้ค่าให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้”

“ราชาโอสถนั้นถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ไฉนเขาถึงยอมรับผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นบุคคลไร้ค่ามาเป็นศิษย์กัน ข้ากำลังสงสัยว่ามีบางอย่างแปลกๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้” ชายชราร่างผอมส่ายศีรษะเล็กน้อย

จากนั้นมองยังหลัวเฉิงด้วยดวงตาเรียวยาวคู่หนึ่ง ที่ส่องประกายราวกับสายอัสนี “เช่นนั้น ข้าอยากรู้นักว่าเรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน อาจารย์ของเขามีคุณสมบัติที่จะหลอมโอสถให้ข้าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงฝีมือของเขาในครั้งนี้แล้ว”

พื้นที่เปิดโล่งตรงกลางหอคอยสูง

หลัวเฉิงกวาดสายตามองยังผู้คนโดยรอบที่กำลังส่งเสียงฮือฮา เขายกมือขึ้นแตะปลายคาง แล้วพึมพำถามกับตนเอง

“หากข้าแพ้ ศาลาหลิงอวิ๋นจะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ไฉนลั่วเหยาจึงมั่นใจในตัวข้ามากขนาดนี้กัน”

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังพบกันนั้น หลัวเฉิงไม่เคยแสดงพลังที่แท้จริงของเขาต่อหน้าลั่วเหยาเลยสักครั้ง แน่นอนว่าที่นางทำเช่นนี้หาใช่เชื่อในตัวเขา แต่เป็นเพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเขาต่างหาก

หลัวเฉิงไม่คิดเลยว่า แม้นเขาจะทำตัวดั่งจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ แต่ลั่วเหยากลับถือว่าเขาเป็นศิษย์ของราชาโอสถจริงๆ

เขาส่ายศีรษะลืมเรื่องในหัวให้หมดสิ้น จากนั้นมองยังหลินอวิ๋น “หลินอวิ๋น เจ้ารอช้าอยู่ไยไฉนไม่ลงมือ”

สิ้นเสียง บนหอคอยสูงทั้งหมดก็ตกอยู่ในความเงียบงันกะทันหัน

สายตาทุกคนล้วนจับจ้องไปยังสองร่างที่ยืนอยู่บนพื้นที่โล่งตรงกลางขณะนี้

หลินอวิ๋นเก็บป้ายหยกและโอสถละลายโลหิตเอาไว้ จากนั้นเหยียดยิ้มกระหยิ่ม

“หลัวเฉิง ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณเจ้าแล้ว หากไม่ใช่เพราะความอวดดีของเจ้า ความฝันของข้าก็คงไม่กลายเป็นจริงเร็วขนาดนี้”

สิ่งที่หลินอวิ๋นกล่าวนั้นล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น เพราะความฝันของเขาคือการเข้าสู่สำนักซวนหยวนเพื่อฝึกฝน

ไม่เพียงความฝันเขาได้เป็นจริงก่อนกำหนด แต่ยังได้ผูกมิตรกับองค์ชายแปดอีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 61 ความฝันที่เป็นจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว