เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 เจ้ากับข้ามาต่อสู้กัน

บทที่ 59 เจ้ากับข้ามาต่อสู้กัน

บทที่ 59 เจ้ากับข้ามาต่อสู้กัน


“จื่อซิง!”

“ชิงหว่าน!”

ทันทีที่ หลัวเฉิงและอีกสองคนกลับขึ้นมาบนหอคอยสูง หลัวหมิงซานพร้อมทั้งคนอื่นๆ จากตระกูลหลัวก็วิ่งไปดูพวกเขาในทันที

เมื่อเห็นอาการบาดเจ็บของหลัวจื่อซิงและหลัวชิงหว่าน ผู้คนโดยรอบที่อยู่ใกล้เคียงต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน ในหัวของพวกเขาต่างคาดเดาไปว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในหุบเขาจันทร์เสี้ยว

“เฉิงเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นในนั้น?”

ใบหน้าของหลัวหมิงซานเข้มขึ้นทันที

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาสามารถบอกได้ทันทีว่าอาการบาดเจ็บของหลัวชิงหว่านและหลัวจื่อซิง ไม่ได้เกิดจากสัตว์อสูร

หลัวเฉิงเหลือบมองไปทางตระกูลหลิน แล้วส่ายศีรษะกล่าวว่า “ท่านปู่ เรารีบรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขากันก่อนเถอะ”

“ได้!”

หลัวหมิงซานรีบจัดการให้หลัวชิงหว่านและหลัวจื่อซิงได้รับการรักษาในทันที

ระหว่างนั้นเอง บนหอคอยสูงก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นอีกครั้งว่ามีคนกลับมาแล้ว!

“นั่นมัน คนของตระกูลหลิน!”

“พวกเจ้าดูสิ สถานการณ์ของทางฝั่งตระกูลหลินก็ย่ำแย่ไม่ต่างจากตระกูลหลัวเลย”

หลังได้เห็นสภาพของคนตระกูลหลินออกมาจากหุบเขาจันทร์เสี้ยว ใบหน้าของพวกเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความประหลาดใจ

ในสายตาของพวกเขากำลังประสบเห็นว่า หลินอวิ๋นหิ้วสมาชิกตระกูลหลินอีกสองคน ไว้ในมือแต่ละข้าง และทั้งเสื้อคลุมของเขาก็แปดเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเช่นเดียวกัน

หลินชางหลางผู้นำตระกูลหลิน ที่ก่อนหน้าเคยมีท่าทางสำราญใจ จู่ๆ ก็ผงาดลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยขมวดคิ้ว “หรือว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บจากสัตว์อสูร”

ท่ามกลางความโกลาหลบนหอคอยสูงนี้ ทันใดนั้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง

ทหารยามคนหนึ่งของตระกูลฉี รีบวิ่งขึ้นมาบนหอคอยสูงแล้วรายงานต่อฉีฟู่ซ่งผู้นำตระกูลฉี

“ท่านผู้นำตระกูล คุณหนูใหญ่ขอให้ข้าบอกท่านว่า นางขอสละสิทธิ์ในการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้”

“อะไรนะ!”

ฉีฟู่ซ่งตกใจมากจนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ถามว่า “ขอสละสิทธิ์ในการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้ คุณหนูใหญ่กล่าวเช่นนี้จริงหรือ”

“ขอรับ”

ทหารยามของตระกูลฉีลังเลอยู่ครู่ จากนั้นกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนฉีเฟ่ยและคนอื่นๆ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ ตอนนี้พวกเขาได้กลับตระกูลไปแล้วขอรับ”

ฉีฟู่ซ่งรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดอย่างกะทันหัน แล้วกล่าวน้ำเสียงทุ้มลึก “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

ทหารยามตระกูลฉีส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ไม่ได้บอกเหตุการณ์อย่างละเอียด นางแค่ต้องการให้ผู้นำตระกูลรีบกลับไปโดยเร็วที่สุดขอรับ”

ตอนนี้ จิตใจของฉีถิงบอบช้ำอย่างมาก และใบหน้าของนางก็ถูกหลัวเฉิงตบจนบวม ด้วยเหตุนี้นางจะมีหน้าแข่งขันล่าสัตว์ต่อไปอีกได้อย่างไร นางจึงออกจากหุบเขาจันทร์เสี้ยวโดยอาศัยเส้นทางอีกด้านหนึ่ง

“รีบไปสิ”

ฉีฟู่ซ่งตวาดเสียงด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดแล้วรีบจากไปพร้อมกับผู้คนของตระกูลฉีทันที

ฉากนี้พานให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งนัก

ไฉนในงานชุมนุมล่าสัตว์ครั้งนี้ สมาชิกทุกคนในสามตระกูลหลักล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัสกันทั้งสิ้น!

ตระกูลฉีสละสิทธิ์ในการแข่งขันล่าสัตว์ เรื่องเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมีมาก่อน!

ในเวลานี้ หลินอวิ๋นก็ได้ขึ้นมาบนหอคอยสูงแล้วเช่นกัน

“หลินอวิ๋น”

หลินชางหลางเดินเข้าไปหาเขาด้วยใบหน้าสับสน และสังเกตเห็นว่าสองพี่น้องหลินเฉิงได้รับบาดเจ็บสาหัส สีหน้าเขาพลันเข้มขึ้นแล้วเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น!”

การแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้สองพี่น้องตระกูลหลินได้รับบาดเจ็บสาหัส จะไม่ให้เขาประหลาดใจได้อย่างไร

เดิมทีเขาคิดว่าทุกอย่างคงราบรื่นไปได้ตามแผนแล้ว และอันดับหนึ่งในการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้ก็ควรจะอยู่ในมือของตระกูลหลินแล้วแท้ๆ

ทว่า ภาพที่เขาปรากฏเห็นตรงหน้านี้ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน

“ไอ้คนไร้ค่าหลัวเฉิง!”

ใบหน้าของหลินอวิ๋นแดงก่ำ เขามองยังหลัวเฉิงด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว กลิ่นอายของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ก่อนตะโกนเสียงดังท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

“เจ้าคนไร้ค่าหลัวเฉิงช่างโชคดีนักที่หนีข้าได้ ดูเหมือนว่าการแข่งครั้งนี้เจ้าไม่ได้มีเจตนาจะล่าสัตว์อสูร ดังนั้นไม่ต้องพูดพล่ามให้มากความ เจ้ากับข้ามาต่อสู้กัน ผู้ที่ชนะจะได้เป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้ เจ้าเห็นเป็นเช่นไร”

เสียงตะโกนดังอย่างกะทันหันของหลินอวิ๋น ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงทันที จากนั้นทุกสายตาของพวกเขาล้วนจับจ้องไปยังหลัวเฉิง

“เจ้าเองก็โชคดีใช่น้อย!”

หลัวเฉิงแสดงรอยยิ้มเยือกเย็นแล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อเจ้าต้องการต่อสู้ ข้าก็จะสู้กับเจ้า!”

ในใจเขาอยากล้างแค้นให้หลัวจื่อซิงและหลัวชิงหว่านอยู่แล้ว

แม้นหลินอวิ๋นจะไม่ตามหาเขา แต่เขาก็จะตามหาหลินอวิ๋นอยู่ดี!

เมื่อได้ยินว่าหลัวเฉิงเห็นด้วยกับความคิดนั้น คนหอคอยสูงก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

หลินอวิ๋นเป็นผู้ที่ได้ยอมรับจากตระกูลหลิน ว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของผู้ฝึกฝนวัยเยาว์ และมีวิญญาณยุทธ์หกดาวพยัคฆ์หางแมงป่อง

อีกทั้งยังได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้าเมื่อนานมาแล้ว มาตรว่าตอนนี้เขาคงอยู่ห่างจากขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์เพียงครึ่งก้าวเท่านั้น

ส่วนหลัวเฉิงวิญญาณยุทธ์ของเขายังไม่ถือกำเนิดออกมาด้วยซ้ำ ทั้งยังถูกยอมรับจากผู้คนว่าเป็นขยะอันดับหนึ่งในเมืองฉีซานอีกต่างหาก

พวกเขาทั้งสองก็จะต่อสู้กันจริงๆ งั้นหรือ  ยิ่งไปกว่านั้นหลัวเฉิงไฉนจึงกล้ายอมรับการท้าทายนี้

จบบทที่ บทที่ 59 เจ้ากับข้ามาต่อสู้กัน

คัดลอกลิงก์แล้ว