เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง

บทที่ 23 ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง

บทที่ 23 ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง


ณ โถงหลัก บรรดาผู้อาวุโสทุกคนของตระกูลหลัว ต่างไม่เห็นดีกับการที่หลัวเฉิงจะเข้าร่วมแข่งขันล่าสัตว์ในครานี้ด้วย

หลินหยานเงยหน้าขึ้นมองแล้วประชดประชัน “หลัวเฉิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้หมายถึงอะไร มันเป็นเรื่องที่เจ้าอยากเข้าร่วมเมื่อไรก็ได้หากต้องการงั้นหรือ ถ้าตระกูลเราพ่ายแพ้เพราะเจ้า เจ้ารับผิดชอบได้หรือ”

มิเพียงหลินหยานเท่านั้น แม้แต่หลัวหมิงซานเอ็งก็ยังกล่าวว่า “เฉิงเอ๋อร์ การชุมนุมล่าสัตว์ในครานี้มิใช่เรื่องเล็กๆ เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่”

“ท่านปู่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง” หลัวเฉิงกล่าวพลางยกมือประสาน

เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของหลัวหมิงซาน ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

หากข้ากล่าวกับท่านปู่เช่นนี้แล้วยังมิเป็นผล เกรงว่าข้าคงต้องแสดงระดับพลังยุทธ์แท้จริงเท่านั้น

เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของหลัวเฉิง หลัวหมิงซานก็เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเปิดปากเอ่ยกับหลัวเฉิง

“เนื่องจากเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือตระกูล ปู่จะให้โอกาสเจ้า อีกสามวันข้างหน้า เจ้าทั้งสี่คนต้องประลองฝีมือกันเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมคนสุดท้าย เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”

“ขอบคุณที่ให้โอกาสข้าขอรับท่านปู่!” หลัวเฉิงประสานมือกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เขาถอนใจยาวด้วยความโล่งอก เพราะตนนั้นไม่ต้องแสดงระดับพลังยุทธ์ต่อหน้าผู้อื่นแล้ว

การทะลวงพลังยุทธ์จากขั้นหลอมกายาระดับสี่ เข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับหกในเวลาครึ่งเดือนได้ นั่นก็ทำให้ทุกคนต่างประหลาดใจกันอยู่แล้ว

หากพวกเขาได้รู้ว่า หลัวเฉิงนั้นทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับแปดแล้ว คงเป็นการยากที่จะหาเหตุผลมาอธิบายให้พวกเขาได้เข้าใจ

“เสียเวลาเปล่า!” หลินหยานม้วนริมฝีปากของนางพึมพำด้วยความดูถูก

ตามความเห็นของนางนั้น ความสามารถของหลัวเฉิงเป็นไปไม่ได้ที่จะเก่งกว่าหลัวเฟย และคนอื่นๆ นี่ก็เปรียบเหมือนความปรารถนาที่ไม่มีวันเป็นจริง!

หลังได้ฟังวาจาของผู้นำตระกูลกล่าวเช่นนั้น ก็หาได้มีผู้ใดคัดค้านอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าแข่งขันในงานประชุมล่าสัตว์ตำแหน่งสุดท้าย ล้วนต้องได้มาจากความสามารถและความแข็งแกร่งของผู้นั้น

แต่ทว่า ผู้อื่นนั้นก็คิดเฉกเช่นเดียวกับหลินหยาน เพราะไม่มีใครเชื่อว่าหลัวเฉิงจะสามารถมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันชุมนุมล่าสัตว์ได้ภายในสามวัน

เพราะในเวลาเพียงแค่นั้นไม่มีทางที่ระดับพลังยุทธ์ของเขาจะเลื่อนให้สูงขึ้นได้

อีกทั้งการแข่งขันในคราวนี้ หลัวจื่อซิง หลัวชิงหว่าน และหลัวเฟย พวกเขาล้วนมีระดับพลังยุทธ์ต่ำสุดก็คือขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลหลัว! แต่กระนั้นแล้วก็ยังมิอาจเทียบได้กับหนุ่มเจ้าสำราญอย่างฉีตง

หลังจากจบการหารือเรื่องผู้เข้าแข่งขันล่าสัตว์ หลัวเฉิงก็ไม่มีสิ่งใดให้กล่าวเพิ่มเติมอีก ดังนั้นเขาจึงขอตัวลาแล้วกลับไปทันที

ครั้นถึงจวน เขาก็เดินตรงไปยังลานฝึกยุทธ์เล็กๆ แล้วเริ่มฝึกฝน

“ฉีถิงและหลินอวิ๋นได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับแปดเมื่อนานแล้ว ตอนนี้พวกเขาคงอยู่ในขั้นหลอมกายาระดับเก้าแล้วกระมัง ตัวข้าเองก็ต้องเร่งทะลวงให้ถึงระดับเก้าโดยเร็วเช่นกัน!”

ในเมื่อ ปัญหาที่ตระกูลหลัวต้องประสบเป็นความผิดเขา ดังนั้นหลัวเฉิงจึงตัดสินใจจะคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันล่าสัตว์ในครานี้ ทั้งยังถือเป็นการรักษาหน้าของปู่เขาไว้อีกด้วย

หลัวเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหยิบโอสถหลอมกายาที่เขาซื้อจากศาลาหลิงอวิ๋นออกมา

โอสถหลอมกายานี้ มีขนาดเท่ากับถั่วเหลือง มีสีเหลืองอ่อน และกลิ่นหอมจางๆ ไม่ช้าเขาก็นำมันเข้าปากทันที

หลังจากกลืนโอสถหลอมกายาในอึกเดียว หลัวเฉิงก็รู้สึกถึงพลังแห่งโอสถที่ปะทุขึ้นจากท้องน้อยและแพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างฉับพลัน

โดยไม่รอช้าให้เสียการหลัวเฉิง รีบตั้งท่าฝึกฝนเพลงหมัดสยบภูผา จากนั้นจึงเริ่มออกหมัดเพื่อขัดเกลาโอสถหลอมกายาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เวลาก็เหมือนกระแสน้ำที่หลั่งไหลผ่านสายธาร ไม่นานก็ผ่านไปหนึ่งวัน

ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ณ ลานฝึกยุทธ์เล็กๆ มีเสียงหมัดคำรามอย่างไม่หยุดยั้ง

“สะท้านขุนเขา!”

“คีรีพินาศ!”

หลัวเฉิงชกหมัดของเขาแต่ละครั้งนั้นรวดเร็วประดุจสายฟ้า แต่ยังคงความหนักหน่วงราวกับขุนเขาเคลื่อนไหว

“ย้ายภูผาเคลื่อนมหาสมุทร!”

ทันใดนั้น หลัวเฉิงก็แผดเสียงตะโกนและออกกระบวนท่าของเพลงหมัดสยบภูผา ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่สาม ร่างเขาพลันกระโจนสูงจากพื้น แล้วพุ่งหมัดอันหนักหน่วงลงมาราวกับขุนเขาอันหนักอึ้ง ก่อนกระแทกเข้าใส่เสาฝึกซ้อม

ปัง!

เสียงปะทะก้องดังอย่างรุนแรง และเสาฝึกซ้อมนั้นก็ถึงกับสั่นสะท้านดั่งร่างคนสะบั้นหนาว

หลัวเฉิงยืนกำหมัดแน่น ขณะทอดสายตาดูรอยหมัดที่ฝังลึกลงไปบนเสาฝึกซ้อม ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

“หมัดของข้ารุนแรงกว่าขั้นหลอมกายาระดับแปด! เช่นนั้นคงอีกไม่นาน เพลงหมัดสยบภูผาอาจถึงขั้นสมบูรณ์แบบ”

เมื่อฝึกฝนวรยุทธจนบรรลุขั้นฉลาดล้ำเลิศ พลังที่แท้จริงของมันจะถูกปลดปล่อย ทำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ของวรยุทธนั้นได้

แต่หากฝึกฝนข้ามไปอีกระดับจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบ จะสามารถเคลื่อนไหวได้ตามต้องการโดยไม่จำเป็นต้องเรียงกระบวนท่า และพลังโจมตีจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก!

เพียงแต่ การฝึกฝนวรยุทธให้บรรลุขั้นสมบูรณ์แบบนั้นยากหายใช่น้อย ผู้ฝึกยุทธ์จำต้องมีความเข้าใจในเคล็ดวิชานั้นสูงมากทีเดียว

หลัวเฉิงเพิ่งฝึกฝนจนเข้าใกล้ขอบเขตของขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบรรลุ!

บรรดาศิษย์ของตระกูลหลัว หรือแม้แต่ศิษย์ทั้งหมดที่อยู่ในเมืองฉีซาน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนวรยุทธระดับสามดาวให้บรรลุขั้นฉลาดล้ำเลิศได้ ซึ่งผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบนั้นกลับน้อยยิ่งกว่า

จบบทที่ บทที่ 23 ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว