เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 หงเป่าต้องสุขสบาย!

บทที่ 157 หงเป่าต้องสุขสบาย!

บทที่ 157 หงเป่าต้องสุขสบาย!


พระราชวังมังกรมีขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นความวุ่นวายอย่างสมบูรณ์

การต่อสู้เกิดขึ้นทั่วทุกที่

ทันทีที่ศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่พระราชวังมังกร ทางด้านนิกายเต๋าอี้ก็มีความคึกคักเช่นกัน เนื่องจากพิธีต้อนรับของเฉิงชือจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้

แทบทุกพรรคหรือนิกายใหญ่ในทวีปตะวันออกต่างส่งคนมาที่นี่ เพราะไม่สามารถที่จะไม่ให้เกียรตินิกายเต๋าอี้ได้

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ฉีซง ผู้นำนิกายเต๋าอี้ก็ไม่สามารถรู้สึกดีใจได้เลย

ในถ้ำฉีซงมีสีหน้าเศร้าหมอง ในช่วง2-3วันที่ผ่านมา เขาได้ลองใช้วิธีต่างๆ เพื่อที่จะติดต่อหงจุ้นและเฉิงชือ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ค่ายกลบันทึก การใช้ค่ายกลแสดงภาพ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย

“เจ้าน้องสารเลวนั่นหายไปไหนกัน!”

เขาขบฟันแน่น พูดอย่างหงุดหงิดว่า “พิธีจะเริ่มในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว แต่ตัวคนก็ยังหาไม่เจอ แล้วจะทำยังไงดี?”

เมื่อเห็นว่ามีกองกำลังมากมายมุ่งหน้ามายังนิกายเต๋าอี้ ฉีซงรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างลึกซึ้ง

บนยอดเขาหลัก ตัวแทนของกองกำลังใหญ่ทุกกลุ่มถูกจัดให้อยู่ด้วยกัน ทำให้สถานการณ์ดูคึกคักมาก

เนื่องจากพิธียังไม่ได้เริ่ม ทุกคนจึงมารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อพูดคุยและดื่มสังสรรค์

“ครั้งนี้เฉิงชือเข้าร่วมกับนิกายเต๋าอี้ เท่ากับเป็นการเพิ่มเซียนอีกคนให้นิกายเต๋าอี้”

“ใช่แล้ว ใครจะไปคิดว่าท่านเฉิงชือที่ไม่เคยเข้าร่วมนิกายใดมาก่อน จะตัดสินใจเลือกนิกายเต๋าอี้ในที่สุด”

“สมกับเป็นนิกายอันดับหนึ่งในทวีปตะวันออกจริงๆ”

การที่เฉิงชือเข้าร่วมกับนิกายเต๋าอี้ ทำให้หลายคนรู้สึกทึ่งและแน่นอนว่ามีคนที่อิจฉาอยู่บ้าง เช่น นิกายหลัวเซี่ย นิกายชิงหยุน และนิกายฮวงจื้อ

พวกเขาต้องอิจฉาอย่างแน่นอน เพราะหากเฉิงชือที่มีพลังปราณบรรลุเซียนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าร่วมนิกายของพวกเขา กำลังรบของนิกายจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

แต่โชคร้ายที่เฉิงชือเลือกนิกายเต๋าอี้ ซึ่งทำให้นิกายเต๋าอี้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก ทำให้ตำแหน่งนิกายอันดับหนึ่งในทวีปตะวันออกของนิกายเต๋าอี้มั่นคงยิ่งขึ้น

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีเงาดำสองร่างตกลงมายังลานหลักของนิกายเต๋าอี้ในระยะไกล

แต่สิ่งนี้ดูแปลกๆ ถ้ามองไม่ผิด นี่น่าจะเป็นนกกระเรียนเซียนคอดำขี่คนกันนะ?

นกกระเรียนเซียนคอดำควรจะเป็นสัตว์ขี่ใช่ไหม? แต่ทำไมนกกระเรียนเซียนถึงมาโดยมีคนแบกอยู่บนหลังล่ะ?

ใช่แล้ว ตอนที่มันตกลงมาเมื่อกี้เป็นคนที่แบกนกกระเรียนมาด้วย ดูแว้บแรกเหมือนคนนั่งขี่อยู่บนหลังนกกระเรียนชัดๆ ชั่วขณะหนึ่งทุกคนจึงสับสนไปตามๆ กัน

รวมถึงท่านผู้ดูแลของนิกายเต๋าอี้ที่รับหน้าที่ต้อนรับ เขายืนนิ่งไป2-3วินาทีก่อนที่จะตั้งสติและรีบเดินไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น

“ผู้อาวุโสหวัง”

คนที่มาเป็นที่รู้จักของทุกคน นั่นคือ หวังเถี่ยซู่ ผู้อาวุโสใหญ่ของหุบเขาเหล็กกล้า หญิงแปลกประหลาดที่มีชื่อเสียงในทวีปตะวันออก

ท่านผู้ดูแลของนิกายเต๋าอี้ยืนอยู่ตรงหน้าหวังเถี่ยซู่ แต่เขายังไม่สูงพอที่จะมองถึงอกของเธอได้ เขาจึงต้องเงยหน้าขึ้นมอง ส่วนหวังเถี่ยซู่ก็มองไปรอบๆ

“พี่หงอยู่ที่ไหน?”

“ผู้นำยอดเขาหงจุ้นกำลังเก็บตัวฝึกตนอยู่ขอรับ”

เกี่ยวกับเรื่องที่หงจุ้นและเฉิงชือไม่อยู่ในนิกาย มีเพียงฉีซงและอีกไม่กี่คน รวมถึงผู้อาวุโสและผู้ดูแลของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่รู้ ส่วนคนอื่นยังไม่รู้

หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังเถี่ยซู่หันมามองหงเป่าที่อยู่ข้างๆ นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความคิดถึง และความสุข

เมื่อเห็นหงเป่าหดคอลงอย่างไม่รู้ตัว มันรู้สึกว่าตัวเองแทบบ้าไปแล้ว ใครจะรู้ว่ามันต้องเจออะไรมาบ้างในเดือนที่ผ่านมา

แรกเริ่มมันเจอสัตว์อสูร จากนั้นเรื่องก็เกิดขึ้น

หลังจากนั้น หวังเถี่ยซู่ก็มีความตื่นเต้นมากและดูแลมันอย่างดี เหมือนกับว่ามันเป็นลูกของหงจุ้นในไส้ของนาง

ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่คอกสัตว์อสูรวิญญาณ แค่พามันกลับไปที่ถ้ำแล้วให้กินวันละ 7-8มื้อ พร้อมกับยาบำรุงยและผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ หวังเถี่ยซู่ถึงขนาดจ้างสาวใช้สองคนมาคอยดูแลมันเป็นพิเศษ

เมื่อสาวใช้ทั้งสองเห็นว่าต้องมาดูแลนกกระเรียนเซียนคอดำ พวกเธอก็ถึงกับชาไปทั้งตัว

นี่มันไม่ใช่เรื่องอับอายหรอกหรือ? ใครกันที่จะมาดูแลสัตว์อสูรขนาดนี้?

แต่สุดท้าย สองสาวก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะหวังเถี่ยซู่ให้ค่าตอบแทนมากเกินไป

ตั้งแต่วันนั้น หงเป่าก็เหมือนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต

เรียกได้ว่า หวังเถี่ยซู่ดูแลมันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อผ้า การหาของกิน หรือแม้แต่การพามันออกไปข้างนอก

ภายใต้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู หวังเถี่ยซู่ก็พูดออกมาด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อย

“หงเป่า เราไปหาพี่หงกันเถอะ บอกข่าวดีนี้ให้เขารู้ พี่หงต้องดีใจแน่ๆ เพราะสุดท้ายแล้วพี่หงก็มีส่วนสำคัญที่สุดในการที่เจ้าได้มีลูก”

แน่นอนว่า ในใจของหวังเถี่ยซู่ เสี่ยวไป๋ถูกเลี้ยงดูโดยหงจุ้น หากไม่มีหงจุ้นก็ไม่มีเสี่ยวไป๋ และถ้าไม่มีเสี่ยวไป๋ หงเป่าก็ไม่มีทางตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นหงจุ้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แต่สิ่งที่คนอื่นไม่รู้คือ ท่านผู้ดูแลของนิกายเต๋าอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนี้

นี่ข้าได้ยินอะไรเข้า?

โอ้โห นกกระเรียนเซียนคอดำตั้งครรภ์ แล้วผู้นำยอดเขาหงจุ้นเป็นคนที่มีส่วนสำคัญที่สุด? มันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?

ผู้ดูแลขมวดคิ้วและพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง

“ท่านผู้อาวุโสหวัง ท่านแน่ใจแล้วหรือว่านกกระเรียนตัวนี้ตั้งครรภ์และเกี่ยวข้องกับผู้นำยอดเขาหงจุ้น?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังเถี่ยซู่ก็ไม่ลังเลเลยยืดอกขึ้นและตอบด้วยความมั่นใจ

“แน่นอน! ถ้าไม่มีพี่หง หงเป่าจะตั้งครรภ์ได้อย่างไร”

“เอาเถอะ ต่อให้บอกเจ้าไป เจ้าก็คงไม่เข้าใจ ลูกที่อยู่ในท้องของหงเป่าเป็นผลของความรักระหว่างข้ากับพี่หง ข้าจะไปหาพี่หงก่อน ส่วนที่พักของข้าเจ้าก็จัดการให้เรียบร้อยแล้วกัน”

เธอไม่สนใจที่จะอธิบายต่อ หวังเถี่ยซู่ก็อุ้มหงเป่าขึ้นมาบนหลังแล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

“หงเป่า นั่งให้ดีๆ นะ”

จากนั้นเธอก็บินไปยังยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ทิ้งให้ท่านผู้ดูแลยืนงงอยู่ที่เดิม

ทำไมยิ่งฟังข้ายิ่งสับสนไปหมด?

“บางอย่างมันไม่ถูกต้อง ให้ข้าลองคิดทบทวนก่อน”

ด้วยจิตใจที่สับสน ผู้ดูแลยืนนิ่งและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น

ประการแรก นกกระเรียนเซียนตั้งครรภ์

ประการที่สอง ผู้นำยอดเขาหงจุ้นมีส่วนสำคัญที่สุด

ประการที่สาม ลูกในท้องของนกกระเรียนเป็นผลของความรักระหว่างผู้นำยอดเขาหงจุ้นและผู้อาวุโสหวังเถี่ยซู่

นี่มันอะไรกันนี่?

เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเจ้าทั้งสอง? พวกเจ้ารักกันมากขนาดนี้เลยหรือ? เรื่องราวช่างยิ่งใหญ่เกินคาดจริงๆ

ข้าแทบจะรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของข้ากำลังพังทลาย

ในอีกด้านหนึ่ง หวังเถี่ยซู่ที่แบกหงเป่ามายังยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ก็ตรงไปที่ถ้ำของหงจุ้นทันที

เพื่อป้องกันข่าวรั่วไหล หงจุ้นและเฉิงชือได้ให้ฉีซงมาซ่อมค่ายกลของพวกเขาและเปิดใช้งานใหม่อีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าค่ายกลทำงานอยู่ หวังเถี่ยซู่ก็หน้าแดงเหมือนเด็กสาวในความรัก เธอก้าวเข้าไปข้างหน้าและสัมผัสค่ายกลเบาๆ พร้อมพูดด้วยเสียงเขินอาย

“พี่หง อยู่หรือเปล่า? ข้ามาหาท่านแล้ว หงเป่าก็อยู่ด้วย ท่านช่วยเปิดประตูให้ข้าหน่อยได้ไหม? ข้ามีเซอร์ไพรส์ให้ท่าน…”

“คิกคิก”

พูดเสร็จ หวังเถี่ยซู่ก็หัวเราะออกมาอย่างขวยเขิน

แต่คนที่ตอบกลับมาไม่ใช่หงจุ้น แต่เป็นผู้อาวุโสจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่รีบเข้ามาแทน

เมื่อเห็นว่าเป็นหวังเถี่ยซู่ สีหน้าของผู้อาวุโสก็เปลี่ยนไป แต่ก็จำเป็นต้องก้าวเข้าไปเพราะว่าเป็นคำสั่งจากจ้าวนิกายโดยตรง

“ท่านผู้อาวุโสหวัง”

“หืม”

หวังเถี่ยซู่ดูเย็นชามากเมื่อเผชิญหน้ากับคนอื่น

“เอ่อ ผู้นำยอดเขากำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะพบแขก”

ผู้อาวุโสไม่สนใจท่าทีเย็นชานี้และกล่าวออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเถี่ยซู่ก็ตอบกลับด้วยความไม่พอใจ

“ข้าเป็นแขกหรือ?”

“เอ่อ....”

จบบทที่ บทที่ 157 หงเป่าต้องสุขสบาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว