- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 81 นี่แหละคือนิกายเต๋าอี้!
บทที่ 81 นี่แหละคือนิกายเต๋าอี้!
บทที่ 81 นี่แหละคือนิกายเต๋าอี้!
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ห่างไปไม่ไกลจากด่านชายฝั่งทะเล มีสถานที่ที่เรียกว่า “นิกายวิหค”
ที่นี่เป็นแหล่งรวมของสัตว์อสูรที่ใหญ่ที่สุดของทวีปตะวันออก และถูกปกครองโดยจินเหนี่ยว(ราชาอสูรเหยี่ยวทองคำ)
ขณะนั้นเซียะหู่(ราชาอสูรเสือโลหิต)อยู่ที่นี่และกำลังปรึกษาหารือกับจินเหนี่ยว
“พวกเผ่ามังกรว่าอย่างไรบ้าง?”
“เตรียมพร้อมแล้ว รอเพียงช่วงเวลาที่เหมาะสมก็สามารถเริ่มดำเนินการได้”
“ดีมาก! ในช่วงหลายปีมานี้ พวกมนุษย์มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเราเผ่าอสูรต้องจำยอมและหลบซ่อนจากพวกมัน ครั้งนี้เราต้องพลิกสถานการณ์กลับมาให้ได้”
ขณะกำลังพูดคุยอยู่ บนท้องฟ้าก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธ
“เซียะหู่ ช่วยข้าด้วย...”
ได้ยินดังนั้น เซียะหู่ลุกขึ้นทันที สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและพูดว่า “เป็นเฮยหู่?”
ด้วยความที่เป็นราชาอสูรจากนิกายพยัคฆ์และมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดุจพี่น้องกับเฮยหู่
เมื่อรู้ว่าเฮยหู่ขอความช่วยเหลือ เซียะหู่จึงไม่อาจนิ่งเฉยได้ เขาตะโกนว่า “บัดซบ เกิดเรื่องขึ้นแล้วที่ด่านชายฝั่งทะเล!”
จินเหนี่ยวที่ยืนข้างๆ เห็นท่าทีนั้น ก็รีบลุกขึ้นเช่นกัน สีหน้าโกรธเกรี้ยว
“เซียะหู่ไม่ต้องกังวล ข้าจะไปกับเจ้าด้วย เราจะไปช่วยเฮยหู่ให้ได้!”
จากนั้นจินเหนี่ยวเปล่งเสียงร้องดังก้อง
“เหล่าสัตว์อสูรรวมตัว! ข้าจะพาพวกเจ้าไปถล่มด่านชายฝั่งทะเลและช่วยราขาพยัคฆ์”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งนิกายวิหคก็เกิดความวุ่นวายเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากก็กระจายตัวออกไป
เหมือนกับเมฆสีดำปกคลุมทั่วภูเขา สัตว์อสูรจำนวนมากพุ่งออกจากนิกายวิหครีบไปยังด่านชายฝั่งทะเล ภายใต้การนำของจินเหนี่ยวและเซียะหู่
ระยะทางระหว่างทั้งสองแห่งไม่ไกลนัก ใช้เวลาเพียงสิบห้านาที กองทัพสัตว์อสูรก็ได้มาถึงด่านชายฝั่งทะเลแล้ว
จากระยะไกลสามารถเห็นเฮยหู่ที่สลบอยู่ในมือของหงจุ้นเหมือนลูกไก่
เซียะหู่โกรธจัดและตะโกนว่า “หยุดมือเดี๋ยวนี้”
เมื่อมองไปตามเสียงตะโกนจะเห็นกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมากท่ามกลางท้องฟ้า กำลังพุ่งมาที่นี้
ทั้งพวกที่บินอยู่บนฟ้าและวิ่งอยู่บนพื้น จำนวนมากมายเหมือนคลื่นเมฆสีดำ
แต่หงจุ้นสีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิด เขาหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพสัตว์อสูร
ในบรรดาสัตว์อสูรจำนวนมาก หงจุ้นและเฉิงชือดูเหมือนจะตัวเล็กนิดเดียว เปราะบางเหมือนเรือลำเล็กในมหาสมุทร
ในขณะเดียวกันภายในค่ายกล เมื่อเห็นกองทัพสัตว์อสูรมาโจมตี จ้าวเจิ้งผิงที่นิ่งเงียบก็หยิบดาบออกมาพร้อมกับเดินออกไปจากค่ายกล
ซูเจี้ยนที่ตกใจจากเหตุการณ์ก็ฟื้นสติขึ้นมาทันที สีหน้าของเขาดูจริงจังและพูดว่า
“เวรเอ๊ย สัตว์นรกพวกนี้กล้าท้าทายยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว เหล่าพี่น้องทั้งหลายออกไปต่อสู้กับพวกมัน”
“ฆ่า!”
“พุ่งไป!”
เหล่าศิษย์จากยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เคยพยายามวางแผนใส่หงจุ้นตอนนี้ไม่มีความลังเลใจเลย ต่างรีบวิ่งออกไป
สถานการณ์ในค่ายกลเซียะหู่ไม่สนใจมองไปที่หงจุ้นอย่างมุ่งมั่น
เมื่อเห็นเฮยหู่ในสภาพอันน่าสังเวช เซียะหู่ก็เต็มไปด้วยความโกรธและกล่าวด้วยความเดือดดาล “หงจุ้น ส่งเฮยหู่มาเดียวนี้!”
หงจุ้นเหล่มองเฮยหู่ที่สลบไปด้วยความดูถูกแล้วโยนทิ้งเหมือนกับขยะ
“ไร้สาระ มีความสามารถก็มาเอาเอง”
“หงจุ้น เจ้าทารุณเกินไปแล้ว ถ้าเจ้าไม่ให้คำอธิบายเรื่องนี้แก่ข้า วันนี้ข้าจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆอย่างแน่นอน”
เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทีของหงจุ้น เซียะหู่โกรธจนฟันกัดแน่นรู้สึกเหมือนหงจุ้นไม่เห็นนิกายพยัคฆ์ในสายตาเลย
จินเหนี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดด้วยเสียงเย็นชา
“นิกายเต๋าอี้ เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถครอบงำทวีปตะวันออกนี้ได้จริงๆ หรือ?”
“ไม่ใช่หรือ?”
หงจุ้นพูดด้วยสีหน้าสงบ แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่พอใจมากในวันนี้
เมื่อพูดเช่นนี้ ทั้งเซียะหู่และจินเหนี่ยวต่างก็แสดงความโกรธออกมาชัดเจน
“หงจุ้น ที่นี่ไม่ใช่นิกายเต๋าอี้ของเจ้าหรอก พวกเจ้ามีแค่สองคน เจ้าคิดว่าข้ากลัวที่จะฆ่าเจ้าหรือ?”
“ลองดูสิ?”
แม้จะมีกองทัพสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนอยู่ข้างหน้า หงจุ้นก็ไม่รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย แม้ตรงนี้จะมีเพียงเขากับเฉิงชือเท่านั้น
ได้ยินเช่นนั้น จินเหนี่ยวก็หัวเราะอย่างเย็นชาและกล่าวว่า
“ดีมาก! ในเมื่อเจ้าต้องการตาย ข้าก็จะสนองให้เจ้า ข้าจะรอดูว่าเจ้าสองคนจะรับมือกองทักสัตว์อสูรทั้งหมดของจินเหนี่ยวได้อย่างไร ฆ่าพวกมันซะ!”
ทันทีที่คำสั่งของจินเหนี่ยวดังขึ้น เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็ดังกึกก้อง และพวกมันก็พุ่งเข้าใส่หงจุ้นและเฉิงชือพร้อมกัน
พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว แต่ท่ามกลางคลื่นสัตว์อสูรที่กำลังถาโถมเข้ามา หงจุ้นกลับยืนนิ่งสงบ ยืนยิ้มด้วยความมั่นใจ
เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังไม่หยุด บรรดาสัตว์อสูรแม้ว่าพลังของพวกมันจะไม่มาก แต่ความน่ากลัวในด้านพลังและความดุร้ายของพวกมันไม่ธรรมดาเลย
ขณะที่สัตว์อสูรใกล้จะเข้าถึงตัวหงจุ้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากข้างหลัง ปรากฏว่าเหล่าศิษย์ ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่ก่อนหน้านี้ยังลังเลอยู่ในค่ายกล ต่างก็ถือดาบพุ่งออกมา
ซูเจี้ยนที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธจะออกจากค่ายกล บัดนี้นำโดยจ้าวเจิ้งผิง พวกเขาพุ่งเข้ามาเป็นแถวแรก
“ศิษย์น้อง บุกเข้าไป ฆ่าพวกมันซะ!”
“ฆ่า!”
เสียงตะโกนกึกก้องมาจากด้านหลังของหงจุ้น ทำให้รอยยิ้มของเขาแผ่กว้างมากขึ้น
แม้ว่าเหล่าศิษย์ของเขาจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่หงจุ้นมั่นใจอย่างหนึ่ง นั่นคือเมื่อเกิดเรื่องขึ้นพวกนั้นพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างเขาได้เสมอ
เหมือนกับตอนนี้ เหล่าศิษย์ไม่ลังเลแม้แต่น้อยพวกเขาพุ่งข้ามหงจุ้นและเฉิงชือเข้าปะทะกับสัตว์อสูรอย่างไม่เกรงกลัว
โดยเฉพาะจ้าวเจิ้งผิงและซูเจี้ยนที่ก่อนหน้านี้ทำให้หงจุ้นโกรธจัด พวกเขาเป็นคนนำกลุ่มพุ่งเข้าโจมตีเป็นคนแรก
เมื่อดาบของซูเจี้ยนฟันสัตว์อสูรตัวหนึ่งล้มลงสายตาของเขาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ไม่มีรอยยิ้มขี้เล่นเหมือนก่อนหน้านี้
ศิษย์คนอื่นๆก็ไม่ต่างกัน แต่ละคนกลายเป็นนักดาบที่โหดเหี้ยมราวกับเป็นเทพแห่งสงครามจุติ
เหล่าศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง พวกเขาราวกับดาบแหลมคมที่ถูกชักออกจากฝักจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและดุดัน
เซียะหู่และจินเหนี่ยวมองดูเหล่าศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งออกมาจากค่ายกล สีหน้าของพวกมืดดำสนิท
ในตอนนี้เองหงจุ้นก็ได้เปิดปากพูดขึ้น
"ตราบใดที่ยังมีศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ ข้าก็ไม่มีทางอยู่คนเดียว"
พูดจบสายตาของเขากวาดไปที่ศิษย์แต่ละคนที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรอย่างเต็มกำลัง ดวงตาของหงจุ้นเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน
"เจ้ากระต่ายตัวน้อยพวกนี้ ถึงแม้ว่าในวันปกติพวกมันจะทำแต่เรื่องที่ทำให้ข้าหงุดหงิดและซุกซนมากก็ตาม"
"แต่ตราบใดที่พวกมันยังอยู่ ข้าก็ไม่เคยอยู่คนเดียว"
"ดังนั้น..."
หงจุ้นเงยหน้าขึ้นมองเซียะหู่และจินเหนี่ยวราชาอสูรทั้งสองอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาสงบ แต่มั่นคงแน่วแน่อย่างยิ่ง
"ไม่ว่าสิ่งที่พวกเจ้าต้องการให้ข้ารับผิดชอบในวันนี้จะเป็นอะไร ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ของข้าพร้อมจะรับชะตากรรมไปด้วย"
ราวกับว่าหงจุ้นเป็นที่พึ่งของเหล่าศิษย์แห่งยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกัน ศิษย์เหล่านั้นก็เป็นที่พึ่งของหงจุ้นเช่นกัน
แม้ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะดูไม่จริงจังในวันปกติ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น พวกเขาคือผู้ที่สามารถเชื่อใจได้มากที่สุด
เรื่องนี้หงจุ้นไม่เคยสงสัยเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของหงจุ้นเซียะหู่และจินเหนี่ยวต่างมีสีหน้ามืดมนขึ้นอีก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ใครจะคาดคิดว่ายอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะกล้าหาญถึงเพียงนี้ วิ่งกรูกันเข้ามาอย่างไม่หวั่นเกรงกองทัพสัตว์อสูรของพวกเขาเลย
แต่ในขณะที่พวกมันกำลังลังเล ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีนั้น ซูเจี้ยนที่กำลังต่อสู้อยู่ ก็หันมาตะโกนบอกหงจุ้น
"อาจารย์! จะยืนเก็กอยู่ทำไม รีบจัดการพวกมันสิ!"