เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 สู้ตรงๆไม่ไหว ก็สู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม!

บทที่ 66 สู้ตรงๆไม่ไหว ก็สู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม!

บทที่ 66 สู้ตรงๆไม่ไหว ก็สู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม!


เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่มีวิชาการเคลื่อนที่ระดับสูง พวกศิษย์จากยอดเขาอื่นๆก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังและไม่พอใจอย่างมาก

จริงๆแล้วมันก็ค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลเพราะยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นยอดเขาที่เน้นวิชากระบี่เป็นหลัก ทำไมทักษะการเคลื่อนที่ของพวกเขาถึงได้เก่งขนาดนี้?

ความรู้สึกไม่พอใจและความหงุดหงิดไม่อาจห้ามได้ เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์แย่งม้าอสูรและทำท่าทางภูมิใจ พวกเขาจึงรู้สึกโกรธจัด

“ทนไม่ไหวแล้ว”

“จะทนไม่ไหวได้ยังไง ในเมื่อท่านไม่มีวิชาการเคลื่อนที่ระดับสูง? พวกเขาทุกคนมีหมด”

“ถ้าเราสู้ไม่ได้ก็ต้องให้คนอื่นที่สามารถทำได้สิ ข้าไม่เชื่อว่า ศิษย์ยอดเขาเงามืดจะไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้”

ยอดเขาเงามืดเป็นหนึ่งในสามสิบหกยอดเขาของนิกายเต๋าอี้ มีจำนวนลูกศิษย์น้อยที่สุดและลึกลับที่สุด

จากข้อมูลในหอตำรายอดเขาเงามืดมีชื่อเสียงด้านการเคลื่อนที่แบบไร้เสียงไร้เงาในความมืดมิด

“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิด แต่พวกศิษย์จากยอดเขาเงามืดพวกนั้น...........”

เป็นกลุ่มที่แยกและหาตัวได้อย่างลำบากมาก เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำภารกิจเหมือนกับยอดเขาอื่นๆ พวกเขามีภารกิจของพวกเขาเป็นแบบแยกออกมาโดยเฉพาะ

เพราะว่าพวกเขาไม่มีวิชาการต่อสู้ที่ดีนัก แต่โดดเด่นเรื่องการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและจับตัวได้ยาก

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ศิษย์ที่กำลังพูดก็ยิ้มออกมา

“สบายใจได้ ข้ามีเพื่อนเป็นศิษย์ยอดเขาเงามืดอยู่ น่าจะไม่มีปัญหาในยการติดต่อไป”

“เยี่ยม งั้นอย่ารอช้า”

เมื่อมีเส้นสายโดนตรงก็ง่ายขึ้นเยอะ ศิษย์กลุ่มนี้ก็รีบไปที่ยอดเขาเงามืดทันที

ในเวลาเดียวกัน ศิษย์จากยอดเขาอื่นๆ เห็นว่าไม่สามารถสู้ด้วยวิชาการเคลื่อนที่กับศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็เริ่มคิดหาวิธีการอื่นๆ

“ถ้าไม่สามารถใช้วิชาการเคลื่อนที่สู้ได้ ก็ต้องใช้วิธีสกปรกบ้างถ้าพวกเขาไม่ทำตัวเช่นนั้น ข้าก็คงไม้ต้องใช้แผนแบบนี้”

“ศิษย์พี่บอกมาเถอะ ท่านวางแผนอะไร?”

“ถ้ายังไม่ได้แก้เผ็ดพวกนั้น ข้าไม่มีสมาธิไปฝึกฝนต่อหรอกจะต้องเอาคืนให้ได้!”

เช้าวันใหม่ ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เดินทางไปที่หอภารกิจหลักของยอดเขาหลักหลังจากทานอาหารมื้อเช้า

ในขณะเดียวกันศิษย์จากยอดเขาอื่นๆก็เดินทางไปที่หอภารกิจหลักเช่นกันและการแข่งขันก็เริ่มขึ้น

เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว ศิษย์จากยอดเขาอื่นๆก็แสดงความเย้ยหยันออกมา

พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะใช้วิธีที่สกปรกก็ตามจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ให้ได้่

เมื่อศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์รับภารกิจเรียบร้อย ต่อไปการแข่งขันแย่งม้าอสูรก็เริ่มต้นอีกครั้ง

“ลงมือได้!”

เห็นดังนั้นศิษย์จากยอดเขาอื่นๆก็เริ่มลงมือโดยไม่ใช้แข่งขันความเร็ว แต่จะเล่นด้วยวิธีสกปรกแทน

พวกเขาจะใช้สัญญาณประเภทกับดัก

เป้าหมายหลักคือการหยุดศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

เพียงแค่หยุดพวกเขาไว้ วิชาการเคลื่อนที่ที่เร็วขนาดไหนก็ไม่สามารถใช้งานได้

ทันใดนั้นฉากที่คุ้นเคยกลับมาปรากฏตัวนอกหอภารกิจหลักของยอดเขาหลัก ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จึงคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดี เพราะพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ทุกวัน

ไม่มีความตึงเครียดอยู่เลยตรงกันข้ามกลับรู้สึกอยากหัวเราะซะมากกว่า

“เฮ้ คิดจะเล่นสกปรกใช่ไหม?”

“เชื่อถือได้ไหม ว่ามันจะใช้ได้ผล?”

“นี่เป็นวิธีที่ข้าเคยลองใช้แล้ว!”

ทันใดนั้นเหล่าศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ก็หลบหลีกสัญลักษณ์กับดักต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว

มีศิษย์คนหนึ่งตั้งใจจะใช้เคล็ดวิชามือพันธนาการจับกุมศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์กลับยิ้มเล็กน้อยหมุนตัวหลบได้อย่างง่ายดายและหลบหลีกการโจมตีได้อย่างง่ายดาย

แล้วก็ใช้เคล็ดวิชาแบบเดียวกันสวนกลับไป แต่ดูเหมือนเคล็ดวิชาของเขาจะถึงระดับสูงแล้ว

“การใช้มือพันธนาการไม่ใช่แบบนี้หรอกนะ ของจริงเป็นยังไงจะสอนให้ดูเอง”

เมื่อเปรียบเทียบมือพันธนาการระดับต่ำกับมือพันธนาการระดับสูง ผลลัพธ์ก็ออกมาชัดเจน

ไม่แปลกใจเลยที่ศิษย์คนนั้นถูกควบคุมอยู่กับที่ด้วยมือพันธนาการ ไม่สามารถขยับตัวได้

“จะแข่งขันกับข้าได้อย่างไร ถ้าเจ้ายังไม่รู้จักการใช้สัญลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมได้?”

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยสัญลักษณ์ ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เห็นว่าเป็นเรื่องเด็กๆ

ถึงแม้กฎของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะห้ามการใช้พลังภายนอกระหว่างการประลองแย่งที่นั้ง แต่การศึกษาเกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์นั้นไม่มีวันหยุด

เตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ใครจะรู้ว่าวันไหนกฎจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ดังนั้น ถึงแม้ว่าศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้มีปรมจารย์ด้านการใช้สัญลักษณ์อยู่เลย แต่การใช้สัญลักษณ์ของพวกเขานั้นก็ยอดเยี่ยม

ด้วยเหตุนี้ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จึงได้ข้อสรุปออกมาเป็นสามข้อสำคัญในการใช้สัญลักษณ์ ได้แก่ การซ่อน, การเบี่ยงเบน, และ ความประหลาดใจ

การซ่อน หมายถึงการปิดบัง เมื่อใช้สัญลักษณ์ต้องมีการซ่อนแผนบางอย่าง หากสัญลักษณ์ถูกค้นพบก่อนที่จะถูกขว้างออกไป นั่นคือความล้มเหลว

ยิ่งฝ่ายตรงข้ามค้นพบการใช้สัญลักษณ์ช้าลง โอกาสที่มันจะถูกใช้โดนก็ยิ่งสูงขึ้น

การเบี่ยงเบน หมายถึงการหลอกลวง การโจมตีด้วยสัญลักษณ์ตรงไปตรงมานั้นยากที่จะสำเร็จ หากเจ้าขว้างมันตรงๆ ใส่หน้าคน ในกรณีที่ระดับการบ่มเพาะไม่ต่างกันมาก มันก็ง่ายที่จะหลบได้

ดังนั้นต้องมีการเบี่ยงเบน ลวงฝ่ายตรงข้ามและโจมตีจากมุมที่ไม่คาดคิดเพื่อทำลายการป้องกันของพวกเขา

ความประหลาดใจ หมายถึงการโจมตีเมื่อคาดไม่ถึง การโจมตีที่ไม่คาดคิดมากที่สุดจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

นี่เป็นประสบการณ์ที่สะสมจากการศึกษาและฝึกฝนหลายวันหลายคืนของเหล่าศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้น การเล่นกับสัญลักษณ์ต่อหน้าศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จึงเหมือนกับการโชว์วิชากระบี่ต่อเซียนกระบี่

ขณะที่หลบสัญลักษณ์ของศิษย์คนหนึ่ง ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ้มออกมา

“เจ้าเผลอแล้วสินะ”

???

เมื่อคำพูดนี้ปล่อยออกมา ศิษย์คนนั้นก็มึนงงเต็มหัว อีกฝ่ายจะรู้ได้ยังไง?ว่าเขาเผลอ? ทั้งที่อีกฝ่ายยังอยู่ห่างจากเขาหลายสิบเมตร

เพียงแค่เสียงนี้สิ้นสุดลง เห็นได้ชัดว่าหลังศิษย์คนนั้นเกิดแสงสว่างจากสัญลักษณ์ออกมาจากด้านหลังเขา ก่อนที่เขาจะถูกควบคุมอยู่กับที่ทันที

“เจ้า.........”

เขาไม่เห็นวิธีที่ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ใช้ในการโจมตีเลย จนกระทั่งเขามองลงไปที่พื้นและเห็นหลุมขนาดสามนิ้วใต้เท้าของเขา เขาก็รู้สึกงงงวย

นี่มันการใช้สัญลักษณ์แบบใหม่สุดๆที่ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เขาใช้ชีวิตมานานยังไม่เคยเห็นใครใช้สัญลักษณ์แบบนี้มาก่อน

“นี่แหละคือวิธีการใช้สัญลักษณ์อย่างถูกต้อง เรียนรู้ให้ดีเถอะ ข้าไปก่อนนะ”

หลังจัดการคู่ต่อสู้ที่มาดักเล่นงานเขาได้อย่างง่ายดายศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ยิ้มและหันหลังออกไป

คู่อื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์สามารถรับมือกับกลยุทธ์เล็กๆของศิษย์จากยอดเขาอื่นๆ ได้อย่างสง่างาม

กลยุทธ์เล็กๆของพวกเจ้านั้น เป็นงที่พวกเรายอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เคยใช้มาหมดแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์พันธนาการ หรือการใช้เคล็ดวิชาจับกุมแบบตรงๆ ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องเด็กๆ

แม้จะเป็นการเล่นเหล่าศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่สุดท้ายแล้วผู้ที่ถูกเล่นงานกลับเป็นพวกเขาทั้งหมดซะเอง!

ขณะที่ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เดินออกไปอย่างสง่างาม ศิษย์จากยอดเขาอื่นๆก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความผิดหวังได้

พวกเขาอยากรู้ว่าศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ศึกษาและฝึกฝนอะไรบ้างในแต่ละวัน

จบบทที่ บทที่ 66 สู้ตรงๆไม่ไหว ก็สู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม!

คัดลอกลิงก์แล้ว