เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 โชคดี!ที่ไม่มีอะไรร้ายแรง

บทที่ 61 โชคดี!ที่ไม่มีอะไรร้ายแรง

บทที่ 61 โชคดี!ที่ไม่มีอะไรร้ายแรง


ตอนนี้ฉีซงเพียงแค่เห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์หนึ่งคนก็รู้สึกปวดหัวสุดจะทนแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่มีศิษย์นับหมื่นคนพากันขึ้นสู่ยอดเขาหลัก

หลังจากคำรามออกไป ฉีซงก็รีบสั่งผู้ดูแลที่อยู่ตรงหน้า

“ยังจะยืนอึ้งทำอะไรอีก รีบไปหาข้อมูลมาให้ชัดเจนว่าพวกเขามาทำอะไรกัน”

สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการหาความจริงว่าศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์มาที่ยอดเขาหลักด้วยวัตถุประสงค์อะไร?

และในขณะเดียวกันหอผู้คุมกฏก็อยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ไม่ใช่แค่หอผู้คุมกฏและฉีซงเท่านั้นที่กังวล ศิษย์จากยอดเขาต่างๆที่เห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมากก็ตกใจไม่แพ้กัน

“ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะก่อเรื่องอะไรอีก?”

“พอเถอะน่า พวกเขาเพิ่งเงียบหายไปได้ไม่กี่วันเอง”

“ข้าอดทนไม่ไหวแล้ว ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์นี้คิดจะทำอะไรนักหนา”

แต่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบของคนอื่น พวกเขายังคงรีบเดินทางขึ้นไปบนภูเขาพร้อมกับพูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ เป็นกลุ่มเล็ก ๆ

“ไม่จำเป็นต้องรับภารกิจมากมายในครั้งเดียวและควรเลือกภารกิจที่ง่ายที่สุด แต่ที่สำคัญที่สุดคือความรวดเร็ว ทุกอย่างต้องทำให้ไว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือการปฎิบัติภารกิต ทุกอย่างต้องทำอย่างรวดเร็ว”

“เมื่อคุณภาพของเราสู้ไม่ได้ เราก็จะชดเชยด้วยจำนวน แม้ว่าภารกิจหนึ่งจะให้แต้มสะสมแค่สิบแต้มก็ตาม แต่ถ้าเราทำได้สิบภารกิจ ร้อยภารกิจ หรือพันภารกิจล่ะ มันก็จะกลายเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว”

“พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง เราเข้าใจดี”

“เข้าใจก็ดี จำไว้! ข้อหลักๆมีเพียงข้อเดียวคือรวดเร็ว ทุกอย่างต้องเร็ว”

ในหัวของศิษย์ทุกคนเต็มไปด้วยเรื่องของภารกิจนิกายและขณะที่พวกเขากำลังรีบเร่งเดินทาง ก็มีศิษย์กลุ่มหนึ่งถูกผู้ดูแลจากหอผู้คุมกฏขวางไว้

เมื่อเห็นกลุ่มศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ผู้ดูแลถึงกับกระพริบตาปริบๆ แต่ก็ยังคงกลั้นใจถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“พวกเจ้าจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ พากันมาที่ยอดเขาหลักเพราะอะไรอย่างงั้นรึ?”

“ท่านผู้ดูแลอย่าเข้าใจผิด พวกเราแค่มารับภารกิจของนิกายเท่านั้น”

เมื่อถูกผู้ดูแลถามศิษย์เหล่านี้ก็มีท่าทางสุภาพมาก ไม่ได้ปิดบังอะไร พวกเขาตอบตรงไปตรงมา

แต่เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ผู้ดูแลก็ถึงกับเหงื่อแตกทันที

พวกเจ้ามารับภารกิจงั้นหรือ? ครั้งที่แล้วแค่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์พันกว่าคนก็รับภารกิจจนหมดเกลี้ยงแล้ว และครั้งนี้มีศิษย์ถึงหมื่นคน...

ในขณะนั้นผู้ดูแลคนนี้ถึงกับไม่กล้าคิดต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก?

เมื่อเห็นผู้ดูแลนิ่งไป ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็กล่าวขึ้น

“ท่านผู้ดูแลยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”

“ข้า...”

เมื่ออ้าปากขึ้น เขากลับไม่รู้จะพูดอะไรเพราะพวกเขาแค่เข้ามารับภารกิจนิกายเท่านั้น แม้จะมีคนมากไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ผิดกฎของนิกายหอผู้คุมกฏจึงไม่สามารถลงมือได้ตามอำเภอใจ

ได้แต่ยืนมองศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้จากไปและนี่ก็เป็นเพียงกลุ้มเล็กๆจากจำนวนศิษย์ที่มาทั้งหมดเท่านั้น

“จบเห่แล้ว”

ใบหน้าของผู้ดูแลเต็มไปด้วยความกังวล เขารีบหันหลังกลับไปเพื่อรายงานเรื่องนี้ต่อหัวหน้าผู้คุมกฏโดยเร็วที่สุด

ในไม่ช้าภายในหอผู้คุมกฏ ฉีซงเมื่อได้ทราบข่าวก็ตกตะลึงไปทั้งร่าง

“มารับภารกิจ… รับภารกิจ… รับภารกิจ… เจ้าว่าพวกเขามารับภารกิจนิกายที่หอภารกิจรึ?”

แรกๆเขายังพึมพำเบาๆ แต่ต่อมาเขาก็ระเบิดเสียงออกมาเต็มไปด้วยความโกรธและคับข้องใจ

ทั้งๆที่ได้ตกลงกับหงจุนไว้แล้ว ทำไมถึงยังเกิดเรื่องแบบนี้ได้อีก

ฉีซงเต็มไปด้วยความโกรธ เขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปยังหอภารกิจด้วยตัวเอง

พวกศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์กำลังท้าทายเขาแล้ว พวกเขาไม่ได้เห็นตัวเขาที่เป็นผู้เฒ่าผู้ใหญ่ในสายตาเลย

อีกด้านหนึ่ง ภายในหอภารกิจท่ามกลางศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์จากยอดเขาต่าง ๆ รวมถึงผู้ดูแลหอภารกิจต่างก็ตกตะลึงนิ่งงันไป

ทันใดนั้นเหมือนทุกคนจะนึกถึงบางอย่าง ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันทีและบางคนก็อดไม่ได้ที่จะคำรามออกมา

“อีกแล้วหรือ?”

“นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว!”

สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนเหมือนจะหวนกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้จำนวนคนมากกว่าเดิมหลายเท่า!

หรือว่านี่จะเป็นเหตุการณ์กวาดล้างภารกิจในหอภารกิจอีกครั้ง?

ผู้ดูแลที่รับผิดชอบการบันทึกข้อมูลแสดงใบหน้าแห่งความเจ็บปวดราวกับคาดการณ์ได้ว่าอีกไม่กี่อึดใจถัดมา พวกศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะพูดว่า “ข้าขอรับภารกิจทั้งหมดนี้”

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ เมื่อศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์หลายคนกรูกันเข้ามาในหอภารกิจครั้งนี้ พวกเขากลับไม่ได้รับภารกิจเหมือนคราวก่อนที่กวาดซ้ายขวา แต่แต่ละคนกลับรับเพียงสามภารกิจเท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้ทุกคนโล่งใจขึ้นอย่างมาก

ตราบใดที่ไม่กวาดภารกิจไปหมดก็ถือว่าไม่มีปัญหา

เหล่าศิษย์ถอนหายใจโล่งอก และผู้ดูแลก็เช่นกัน ฉีซงและผู้อาวุโสที่สามซึ่งรีบเร่งมาถึงก็รู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน

“ดูเหมือนน้องหงจุนจะบอกกล่าวไว้แล้ว”

เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์รับภารกิจตามระเบียบ อีกทั้งแต่ละคนก็รับเพียงสามภารกิจ ผู้อาวุโสที่สามก็โล่งใจและพูดออกมา

แต่ฉีซงกลับขมวดคิ้ว

ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะว่านอนสอนง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?

แต่เขาก็ไม่สามารถระบุได้ว่าไม่ชอบมาพากลตรงไหนและเนื่องจากศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ทำตามกฎทุกประการ เขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้

“ภารกิจในหอคลังของเจ้ายังพอเหลือหรือไม่?”

เมื่อคิดไม่ออก ฉีซงก็หันไปถามผู้อาวุโสที่สาม ซึ่งตอบกลับอย่างมั่นใจ

“ถ้าศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ทำตามกฎอย่างตอนนี้ ภารกิจที่สะสมไว้ก็เพียงพอแน่นอน”

ตราบใดที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ไม่ก่อเรื่องและไม่กวาดภารกิจไปหมด หอภารกิจจะสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉีซงจึงรู้สึกวางใจขึ้นบ้าง หากมีภารกิจเพียงพอก็ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น

แต่ทั้งสองกลับไม่ได้สังเกตเห็นว่า ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ถึงแม้จะทำตามกฎจริง แต่ทำไมพวกเขาถึงทำได้รวดเร็วนัก

ศิษย์แต่ละคนที่เข้าสู่หอภารกิจจะมองเพียงแวบเดียวที่บอร์ดภารกิต ก่อนจะเลือกสามภารกิจและหันหลังจากไปโดยเร็ว

โดยเฉลี่ยใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจก็สามารถรับภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้สนใจเนื้อหาของภารกิจเลย

แรกๆยังไม่มีใครสังเกต แต่ต่อมาเริ่มมีศิษย์สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ

“ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะแปลก ๆ นะ”

“แปลกยังไง?”

“ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้สนใจเนื้อหาของภารกิจเลย เพียงแค่ดูระดับดาวของภารกิจและเงื่อนไขขั้นต่ำระดับพลังที่รับได้ แล้วก็รับไปทันที”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็เริ่มให้ความสนใจและพบว่ามันเป็นเรื่องจริง

ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนไม่สนใจเนื้อหาภารกิจเลย แค่กวาดตามองอย่างผิวเผิน จะมองเห็นอะไรได้ชัดเจนขนาดนั้น?

รับภารกิจโดยไม่ดูเนื้อหาเลย มันชักจะเกินไปแล้ว

ความรู้สึกไม่ดีเริ่มก่อตัวและแพร่กระจายในใจของพวกเขา เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น

แต่ก็มีศิษย์บางคนที่ยังคิดในแง่ดีและปลอบใจตัวเองว่า

“แต่ละคนรับแค่สามภารกิจ แม้ว่าจะมีอะไรผิดปกติ ก็คงไม่เป็นไรหรอก คงไม่มีปัญหาอะไร”

ใช่แล้ว ตราบใดที่ไม่เหมือนคราวก่อน ทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อย

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ขณะที่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ยังคงทำเป็นไม่สนใจ รับภารกิจเสร็จแล้วก็ออกจากหอภารกิจทันที จากนั้นพวกเขาก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 61 โชคดี!ที่ไม่มีอะไรร้ายแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว