เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ความอัปยศที่ไม่มีวันลืม (2/2)

บทที่ 45 ความอัปยศที่ไม่มีวันลืม (2/2)

บทที่ 45 ความอัปยศที่ไม่มีวันลืม (2/2)


ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่หยุดนั่นเป็นเพราะความโกรธภายในใจ ดวงตาของเธอแดงก่ำขณะจ้องมองใบหย่าในมือ เหอหลู่รู้สึกตอนนี้ทั้งร่างจมดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง

เธอไม่เคยคาดคิดและไม่สามารถยอมรับได้ว่า สุดท้ายผลลัพธ์กลับกลายเป็นแบบนี้ จากตอนที่ตัวเธอเองจะถอนหมั้นเขา กลายเป็นถูกไล่ต้อนมาที่นี้และจบลงด้วยเขายื่นกระดาษใบหย่ามาให้เธอแบบนี้

ทันใดนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง ย่ฉางชิงที่ยังคงสงบเยือกเย็น เธอกัดฟันแน่นและพูดขึ้นว่า

"เย่ฉางชิง เยี่ยมไปเลยนะเจ้าช่างมีคนรอบตัวที่ดีนัก แต่ความอัปยศในวันนี้ วันข้างหน้าข้าจะ..."

"หุบปาก!"

ความอัปยศในวันนี้เหอหลู่ไม่มีทางปล่อยวางให้มันจบลงง่ายๆ แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ อู๋หลี่ก็กล่าวแทรกขึ้นมาทันที

สายตาเย็นชาของผู้เป็นอาจารย์จ้องเขม็งมาที่เธอ

"ยังอับอายไม่พออีกหรือ? รีบเซ็นซะ!"

ช่างไม่ดูสภาพการณ์ตอนนี้เลย ยังคิดจะพูดคำข่มขู่ใส่อีกหรือเจ้าศิษย์นี้อยากจะออกจากนิกายเต๋าอี้เป็นไปอย่างไม่สงบงั้นหรือ?

ก่อนหน้านี้ขณะที่เหอหลู่เพิ่งจะเริ่มพูด สีหน้าของทั้งซูเจี้ยน,หลิวซวงและแม้แต่หงจุ้นก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา พร้อมจะลงมือทุกเมื่อ

ยังจะมาพูดคำข่มขู่ในเวลาแบบนี้? ช่างโง่เขลานัก แม้ว่าจะมีความเกลียดชังในใจมากแค่ไหน ก็ต้องอดกลั้นไว้

เมื่อเหอหลู่เซ็นเรียบร้อย อู๋หลี่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วและโค้งคำนับไปยังรองผู้อาวูโสและอาวุโสสาม รวมถึงหงจุ้นที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก

"ในเมื่อเรียบร้อยแล้ว ข้าขอตัวลาแล้วเจ้าค่ะ"

"ดี เดินทางปลอดภัยนะศิษย์น้อง"

รองผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าตอบรับแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี เมื่อได้ยินดังนั้นอู๋หลี่ก็ไม่ลังเลพาเหอหลู่และเหล่าศิษย์ของนิกายหลัวเซี่ยทั้งหมดเดินออกไปทันที

เมื่ออู๋หลี่และพรรคพวกออกไปแล้ว หงจุ้นก็กลับมาสู่ท่าทีเมามายเฉื่อยชาเหมือนเดิมมองไปทางรองผู้อาวุโสใหญ่และสามอย่างเกียจคร้าน

"ศิษย์พี่ ข้าขอตัวนะ"

พูดจบก็ไม่รอให้ทั้งสองตอบกลับ หงจุ้นพาเย่ฉางชิงและศิษย์คนอื่นๆออกจากหอผู้คุมกฏไปทันที

เมื่อมองตามแผ่นหลังหงจุ้นที่จากไป รองผู้อาวุโสใหญ่และสามได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มแห้ง ๆ

"เรื่องนี้นิกายหลัวเซี่ยคงไม่ยอมจบง่ายๆ"

"ใช่ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้บานปลายไปมาก ความอับอายเล็กน้อยคงไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน"

อู๋หลี่ในใจคงมีความโกรธแค้นหงจุ้นมาก แต่สำหรับนิกายหลัวเซี่ยและนิกายเต๋าอี้ คงไม่เกิดผลกระทบมากนัก ท้ายที่สุดแล้วศิษย์ของนิกายหลัวเซี่ยก็ไม่ได้มีใครรับบาดเจ็บหนักอะไร?

รองผู้อาวุโสใหญ่รู้สึกปวดหัว แต่ก็หาทางแก้ไขไม่ได้ แค่พูดถึงยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้เขาหงุดหงิดแล้ว

แต่เรื่องของศิษย์รับใช้ที่ชื่อว่าเย่ฉางชิงนี่ดูเหมือนจะเป็นต้นเหตุของทั้งสองเรื่องเลย ศิษย์รับใช้คนหนึ่ง ทำไมถึงได้รับความสำคัญจากผู้นำยอดเขาถึงเพียงนี้? ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ

รองผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ในขณะเดียวกัน เมื่อเย่ฉางชิงกลับมาถึงโรงครัวของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเวลาเลยมื้ออาหารไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีศิษย์หลายคนและผู้ดูแลรออยู่ที่นั่น

เมื่อเห็นว่าเย่ฉางชิงกลับมา ศิษย์ทั้งหลายก็พากันเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

หลังจากตอบรับทุกคนเรียบร้อย เย่ฉางชิงก็พูดขึ้นว่า

"ศิษย์พี่ทั้งหลาย รอสักครู่ อาหารจะพร้อมในไม่ช้า"

"ศิษย์น้องฉางชิง พักผ่อนก่อนก็ได้นะ"

"ใช่ พวกเราไม่รีบหรอก"

แม้ว่าพวกเขาจะพูดว่าไม่รีบแต่ปากก็เริ่มมีน้ำลายไหลออกมาแล้ว เย่ฉางชิงเห็นดังนั้นก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับเข้าไปในครัวและเริ่มเตรียมอาหาร

ไม่มีอะไรมากนัก แค่ต้องอุ่นอาหารก็พอ

ไม่นานอาหารมื้อเย็นก็เตรียมเสร็จแล้ว แต่บรรยากาศก็ยังวุ่นวายเช่นเคย ศิษย์หลายคนแย่งที่นั่งจนหัวแตกเลือดไหล

อาหารสำหรับพันคนหมดอย่างรวดเร็ว ศิษย์ที่แย่งที่นั่งได้ก็กินอย่างมีความสุข ส่วนผู้ที่ไม่ได้ที่นั่งก็ได้แต่ทุบอก สาบานว่าในครั้งหน้าต้องแย่งให้ได้

หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ศิษย์ทั้งหลายก็พากันกลับไป เย่ฉางชิงตามความเคยชินเปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นดู

【ผู้ใช้: เย่ ฉางชิง】

【ตำแหน่ง: ศิษย์ผู้รับใช้ของนิกายเต๋าอี้】

【ระดับการฝึกตน: ลมปราณขั้นกลาง (165/100,000)】

【เคล็ดวิชา: 】

1. ดาบเงา (4,600/10,000)
2. ก้าวเจ็ดดาว (3,924/10,000)
3. เกราะปราณ (1,354/50,000)

【ชื่อเสียง: เป็นรู้จักในยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์】

【พรสวรรค์: ระดับกลางขั้นกลาง (33,120/50,000)】

【รากฐาน: ระดับกลางขั้นปลาย (41,562/50,000)】

【ปัญญา: ระดับสูงขั้นกลาง (69,978/100,000)】

ระดับฝึกได้ก้าวเข้าสู่ลมปราณขั้นกลาง ซึ่งสามารถรู้สึกถึงลมปราณจากธรรมชาติไหลเข้ามาในเส้นทางภายในตัวเรา ทำความสะอาดสิ่งสกปรกภายใน

การฝึกของผู้ฝึกตนก่อนหน้านี้เส้นทางภายในมักจะปิดสนิท ยกเว้นแต่มีบางคนที่มีลักษณะพิเศษ

ดังนั้น ใจความสำคัญของระดับลมปราณขั้นกลางคือการใช้ลมปราณจากธรรมชาติในการทำความสะอาดเส้นทางภายในให้สะอาดหมดจด

เมื่อเส้นทางภายในเปิดออกได้อย่างสมบูรณ์และเข้าสู่ระดับการสร้างก่อเกิด ลมปราณจะสามารถไหลเวียนได้อย่างอิสระ

หากเส้นทางภายในยังปิดอยู่ ลมปราณจะไม่สามารถสร้างวงรอบภายในตัวเราได้ นอกจากนี้การฝึกและการใช้วิชาก็จะยากมาก

เส้นทางที่สะอาดและมีการไหลเวียนของลมปราณดีขึ้น จะทำให้การฝึกและการใช้วิชาเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่การฝึกระดับลมปราณขั้นกลางเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

แม้แต่คนที่มีลักษณะพิเศษก็ยังพยายามทำให้เส้นทางของตนแข็งแรงและกว้างขวางมากขึ้นในระดับนี้

หลังจากรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงจากการก้าวเข้าสู่ระดับนี้ เย่ฉางชิงรู้ว่า วิชามิงซิ่งเจวี่ย ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะมันเป็นเพียงแค่วิชาสำหรับการเข้าใจ

"ดูเหมือนว่าข้าต้องขอวิชาระดับลมปราณขั้นกลางจากผู้นำยอดเขาแล้ว"

การฝึกของผู้ฝึกตนแต่ละระดับจะมีวิชาที่สอดคล้องกัน

เรื่องของวิชานั้นไม่ต้องกังวล ต่อมาเขามองที่ระบบและพบว่าระบบได้ให้คำแนะนำ

【การก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ของผู้ใช้จะเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารมากขึ้น】

รางวัลจากระบบสำหรับอาหารนั้นมีความช่วยเหลือสำหรับผู้ฝึกตน และเมื่อเย่ฉางชิงก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ ประสิทธิภาพของอาหารก็จะเพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับตอนนี้ที่เย่ฉางชิงอยู่ที่ระดับลมปราณขั้นกลาง เมนูอาหารเช่นบะหมี่ผัดซอสก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ในระดับเล็ก

ตอนนี้ผลลัพธ์ที่ได้รับได้ถูกเสริมให้ดีขึ้น ตามการคำนวณของระบบ มันเป็นมากกว่าหนึ่งเท่าตัวจากก่อนหน้านี้

พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้บะหมี่ผัดซอสมีผลลัพธ์เทียบเท่ากับยาเพิ่มพลัง ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งและสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ

เย่ฉางชิงพอใจและคิดว่าการฝึกในวันนี้ควรมีรางวัลให้กับตัวเอง เขาอาบน้ำสมุนไพรเพื่อผ่อนคลายแล้วเข้านอนเร็ว

เขาไม่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวันอีกต่อไปแล้ว ขณะที่เหอหลู่และอู๋หลี่ที่อยู่ห่างจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

ตอนนี้พวกเธอกำลังพักผ่อนในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นเวลากลางคืนแล้ว แต่เหอหลู่ไม่มีอารมณ์ที่จะนอนลงได้สักนิด

เธอยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่างด้วยใบหน้าที่เย็นชานัยน์ตาที่เย็นเฉียบ มองไปทางทิศทางที่ตั้งของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ และกัดฟันพูดว่า

“เย่ฉางชิง! ความอัปยศในวันนี้ข้าจะตอบแทนให้ได้เลย ในการแข่งขันประชันยุทธ์สี่นิกาย ข้าจะไม่ปราณีไว้ชีวิตเจ้าแน่นอน เตรียมตัวไว้เถอะ”

เหอหลู่ไม่มีวันลืมความอัปยศในวันนี้และขอสาบานว่าจะต้องทำให้เย่ฉางชิงเสียใจที่เลือกทำเช่นนี้

จบบทที่ บทที่ 45 ความอัปยศที่ไม่มีวันลืม (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว