เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 2 ตอนที่ 2 : ฟักไข่ (1)

เล่ม 2 ตอนที่ 2 : ฟักไข่ (1)

เล่ม 2 ตอนที่ 2 : ฟักไข่ (1)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

เล่ม 2 ตอนที่ 2 : ฟักไข่ (1)

‘เจอแล้ว!’

เขาพบเห็นปากทางเข้าถ้ำอยู่ท่ามกลางป่าหนาทึบ

ตอนที่เขาได้รับภารกิจในแลนเซล ตำแหน่งของมันก็แสดงบนแผนที่ ซึ่งก็อยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่มากนัก อาร์คจึงออกจากแลนเซลหลังจากจัดเตรียมกระเป๋าเสร็จสิ้นและมาถึงจุดหมายปลางทางได้ภายในเวลาชั่วโมง มนุษย์สุนัขสองตัวกำลังยืนเฝ้าปากทางเข้าถ้ำเอาไว้ พวกมันดูแตกต่างจากพวกมนุษย์สุนัขที่เขาล่าจนกระทั่งถึงตอนนี้นิดหน่อย พวกมันอ้วนกว่ากับสวมชุดเกราะหนัง คาดว่าพวกมันน่าจะเลเวลสูงกว่าตัวเขา 1 หรือว่า 2 เลเวล แต่เขาที่ล่ามนุษย์สุนัขมาจนถึงตอนนี้หาได้ยี่หระ แม้ว่าเลเวลของพวกมันจะมากกว่าเล็กน้อยแต่ก็หาได้ใช่คู่ต่อสู้ของอาร์คไม่

“กรร นี่กลิ่นอะไรกัน?”

“ฟุดฟิดฟุดฟิด ข้าก็ได้กลิ่นเช่นเดียวกัน”

“กลิ่นนี้คล้ายมนุษย์... ยังมีมนุษย์กล้าเข้ามาใกล้ที่แห่งนี้?”

“ไปจับมันมาเซ่นสังเวยแล้วกัน”

บางทีอาจเป็นเพราะหัวเป็นสุนัข มนุษย์สุนัขจึงมีประสาทรับกลิ่นที่ค่อนข้างดี

มนุษย์สุนัขยกง้าวของมันขึ้น จากนั้นจึงเริ่มใช้จมูกที่สั่นดุ๊กดิ๊กไปมาเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่อาร์คยืนอยู่

ขณะนั้นเอง อาร์คพลันกระโดดออกมาจากดงไม้

“พวกแกสิโดนสังเวย เจ้าค้างคาว ไป!”

เจ้าค้างคาวพุ่งเข้าใส่มนุษย์สุนัขราวกับเป็นลูกศรที่เพิ่งหลุดจากคันธนู ด้วยเสียง ปึกปึก มนุษย์สุนัขพลันก้าวถอยกลับจนล้มลงจมูกทิ่มพื้น มนุษย์สุนัขอีกตัวที่ตระหนักได้จึงใช้ง้าวนั้นทิ่มแทงเข้าใส่เจ้าค้างคาว

ทว่าเจ้าค้างคาวเป็นเขายกเลิกการอัญเชิญ จากนั้นจึงอัญเชิญออกมาใหม่และนั่งอยู่บนไหล่ของอาร์คอย่างสบายใจ

“เนตรแห่งแมว! มีเวลาไม่มากนัก พวกเราเริ่มแผน A ได้!”

อาร์ค เจ้ากะโหลกและค้างคาวต่างพุ่งตัวออกไปเน้นการโจมตีโรมรันเข้าใส่มนุษย์สุนัข

พวกมันเริ่มคุ้นชินกับการต้องต่อสู้กับมนุษย์สุนัขแล้ว การคาดเดาการเคลื่อนไหวก็เป็นไปได้โดยง่าย

กระทั่งว่าก่อนที่มนุษย์สุนัขจะเคลื่อนไหว อาร์คก็หลบเลี่ยงการโจมตีเตรียมรอไว้และปล่อยการโจมตีต่อเนื่องด้วยดาบออกไป ด้วยการโจมตีคริติคอลที่สอดประสานกับพลังโจมตีโบนัสจึงสำเร็จผลออกมา มนุษย์สุนัขตายลงก่อนที่จะทันได้เงื้อง้าวนั่นอีกครั้งด้วยซ้ำ

มนุษย์สุนัขตัวที่เหลือพลันพุ่งเข้าใส่ ทว่าในทันทีก็ต้องโดนสวนกลับจนเสียพลังชีวิตไป 80% จนต้องวิ่งหนีด้วยความหวาดหวั่น มนุษย์สุนัขที่วิ่งหนีไปเพราะความหวาดกลัวตัวนั้น เป็นเจ้าค้างคาวเร่งพุ่งเข้าใส่ไปขวางเส้นทาง จากนั้นเจ้ากะโหลกก็พลันกัดกระชากเข้าใส่ที่ขาจนมันร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นอีกครั้งหนึ่ง

=====

ดับเบิลคริติคอล!

=====

“กรร!”

มนุษย์สุนัขได้รับความเสียหายการโจมตีเข้าที่หัวใจจนหวีดร้องออกมา

ขณะที่ร่างของมนุษย์สุนัขหายไป แผ่นหนังจึงค่อยดร็อปออกมา

“หึหึหึ ง่ายเหมือนกันนี่ แค่นี้ก็ได้ 20 เหรียญเงินแล้ว?”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของอาร์คขณะที่เขาเข้าไปคว้าแผ่นหนังทั้งสองผืน

20 เหรียญเงินต่อผืน งั้นไอเทมนี้ก็มีค่าราวสองพันวอน เขาแทบจะเห็นพวกมันเป็นธนบัติที่ร่วงหล่นอยู่กับพื้น มันจะไม่ทำให้เขาดีใจได้ยังไงกันเล่า

*2,000 วอน ประมาณ 60 บาท*

“เจ้านาย สายตานั่นน่าเกลียดชะมัด”

“เงียบน่า แกจะรู้อะไร? หนังพวกนี้สามารถกลายเป็นซูชิได้เชียวนะ! นั่นมันอาหารมื้อหนึ่งเลยนะ”

“ซูชิ? มันคืออะไรกัน?”

“ไม่มีอะไร ปล่อยเรื่องไร้สาระไปแล้วมาต่อกันดีกว่า” อาร์คแค่นเสียงขณะเดินเข้าถ้ำไป

เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาภายในถ้ำ หน้าต่างข้อมูลพลันเด้งขึ้นมาพร้อมกับเสียงในถ้ำที่ดังก้อง

=====

รังอสรพิษ

ที่มุมหนึ่งของภูเขาอากัส ท่านได้ค้นพบถ้ำที่เป็นรังอสรพิษ กลิ่นอายความหนาวเย็นที่สามารถสัมผัสได้จากอสรพิษพร้อมกลิ่นโลหิตได้อบอวลไปทั่วทั้งถ้ำ อีกทั้งยังมีเสียงเห่าหอนของสุนัขสามารถได้ยินจากภายในส่วนลึกของถ้ำ รวมถึงเสียงกระเพื่อมขนาดเล็กที่สามารถได้ยินจากทุกรูที่ถูกขุดเอาไว้ภายในถ้ำ

ไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่ามีมนุษย์สุนัขและอสรพิษอยู่ในถ้ำมากมายเพียงใด ถ้าเป็นคนที่มีสติปัญญาคิดหลบเลี่ยงอันตรายย่อมต้องไม่คิดที่จะก้าวเข้าถ้ำแห่งนี้เป็นแน่

=====

ท่านได้ค้นพบดันเจี้ยนใหม่ เป็นเพราะเป็นการค้นพบครั้งใหม่ หากท่านลงทะเบียนการค้นพบกับหอแห่งเกียรติยศ ท่านจะได้รับค่าประสบการณ์ 700 หน่วยและค่าชื่อเสียง 50 หน่วย

ท่านต้องการลงทะเบียนหรือไม่?

=====

“ปฏิเสธการลงทะเบียน”

แน่นอนว่าอาร์คไม่คิดแบ่งปันข้อมูลนี้

หลังปฏิเสธการลงทะเบียน เขาเข้าไปในถ้ำและจึงพบว่าตนเองตกอยู่ในความมืด

หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจไม่ชอบใจ แต่อาร์คในตอนนี้คือผู้เดินทางแห่งความมืด

ความมืดเปรียบดั่งอาวุธและชุดเกราะสำหรับอาร์ค ภายนอกนั้นหากเป็นเวลายามค่ำคืน พวกมนุษย์สุนัขจะมีค่าสถานะเพิ่มขึ้น 30% ผลก็คือแม้อาร์คจะมีค่าสถานะเพิ่มมากขึ้น แต่พวกมนุษย์หมาป่าก็ยังคงแข็งแกร่งกว่า

แต่ว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ดังนั้นจึงมีเพียงแต่อาร์คเท่านั้นที่แข็งแกร่งขึ้นในถ้ำที่มืดมิด พละกำลังของเขาเต็มเปี่ยมจนทำให้รู้สึกได้ถึงประสาทสัมผัสทั้งห้าที่เฉียบคมมากขึ้น เช่นเดียวกันกับการซ่อนตัวในความมืดจะยิ่งทำให้อาร์คมีโอกาสรอดสูงมากขึ้น

สภาพแวดล้อมในดันเจี้ยนแห่งนี้คือสถานที่สำหรับผู้เดินทางแห่งความมืดจะสามารถแสดงความสามารถแท้จริง 100% ออกมาได้!

กับพวกมนุษย์สุนัข กระทั่งว่าพวกมันมาพร้อมกันห้าหรือหกตัว เขาก็ยังมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้โดยง่าย

“เจ้านาย ไอ้พวกหัวสุนัขสี่ตัวอยู่ข้างหน้าเรา”

เจ้าค้างคาวที่ออกไปสำรวจเส้นทางโดยรอบกลับมารายงานสิ่งที่พบ

“ดี ทั้งสองรออยู่นี่และเคลื่อนไหวตอนที่ฉันให้สัญญาณ ‘ลอบเร้น’”

เมื่ออาร์คใช้งานความสามารถพิเศษของผู้เดินทางแห่งความมืด เขาจะสามารถกลืนกินไปกับความมืดและหายตัวไป ขณะที่คงสภาพนี้เอาไว้ อาร์คสามารถเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำ ด้วยการรายงานของเจ้าค้างคาว ระยะทางสองร้อยเมตรข้างหน้ามีมนุษย์สุนัขกำลังรวมตัวกล่าวกระซิบกันอยู่

“พวกเราขาดแคลนเหยื่อเซ่นสังเวย กรร”

“นี่เป็นปัญหาใหญ่ ท่านเทพอาจพิโรธ”

“พวกเราควรบุกหมู่บ้านไปจับพวกมนุษย์มา”

“หลังจากที่พวกมนุษย์เข้ามา ท่านเทพนั้นมีโทสะอย่างแท้จริง”

“จะยังคงมีมนุษย์อยู่ในหมู่บ้านนั้นหรือไม่?”

“กระทั่งว่าพวกเราต้องออกไปไกลขึ้น พวกเราก็ต้องจับมาให้ได้ หากพวกเราไม่อาจทำได้ เช่นนั้นก็คงโดนจับกินเองแล้ว”

‘เทพ? แล้วจะจับกินด้วยเนี่ยนะ?’

เขาเดินไปรอบขณะรับฟังการสนทนาของพวกมัน ทว่าบทสนทนาของมนุษย์สุนัขพลันจบลงที่ตรงนี้

“ฮึ่ม แปลกนัก ทำไมข้าถึงได้กลิ่นมนุษย์”

“มีมนุษย์เข้ามาอีกแล้ว? เช่นนั้นก็ดี...”

ดวงตาของมนุษย์สุนัขหันมองไปโดยรอบ

อาร์คตอนนี้มายืนด้านหลังของพวกมันและส่งสัญญาณให้เจ้าค้างคาวผ่านทางจิต

‘แกล้งทำเป็นมนุษย์’

ในเมื่อสมุนปีศาจมีการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับอาร์ค การสื่อสารจึงไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดกล่าว

เจ้าค้างคาวรับสัญญาณนั้นและเริ่มส่งเสียงดังไปทั่วพื้นที่ จากนั้น มนุษย์หมาป่าจึงหันไปมอง และในทันที อาร์คเรียกใช้เนตรแห่งแมวและแทงเข้าใส่ลำคอของหนึ่งในพวกมัน

=====

การโจมตีคริติคอล! โจมตีจากด้านหลังทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น 200% มนุษย์สุนัขจะติดสภาวะมึนงงเป็นเวลา 10 วินาที

=====

ผลจากการโจมตีด้านหลังทำให้เกิดการโจมตีที่ไม่คาดฝันขึ้น! ปกติแล้วมันเป็นการโจมตีที่พวกโจรมักใช้กันบ่อย ๆ โดยผ่านทักษะลอบเร้น

เพียงการโจมตีเดียว พลังชีวิตของมนุษย์สุนัขพลันลดลงไป 50%

ด้วยการโจมตีอันรวดเร็ว อาร์คที่โจมตีเข้าใส่จุดอ่อนของมนุษย์สุนัขจึงทำให้มันติดสภาวะมึนงง หลังจากที่เปิดเผยจุดอ่อนด้วยเนตรแห่งแมว มนุษย์สุนัขจึงล้มลงหลังผ่านการโจมตีไปเพียงน้อยนิด

เมื่อผลของทักษะลอบเร้นหายไป มนุษย์สุนัขจึงคำรามดังออกมา

“เป็นมนุษย์!”

“เอามันไปสังเวย! นำตัวมันไปสังเวย กรร!”

มนุษย์สุนัขยังไม่พบเห็นว่าสหายของมันตกตายเป็นที่เรียบร้อย

พวกมันวิ่งพุ่งเข้าใส่พร้อมเหวี่ยงง้าวที่ขึ้นสนิมและดาบที่ขึ้นสนิมเช่นเดียวกัน

“เจ้าค้างคาวพุ่งปะทะ! เจ้ากะโหลกใช้แผน B สนับสนุนเจ้าค้างคาว!”

ตามคำสั่งการของอาร์ค ทั้งเจ้ากะโหลกและค้างคาวต่างพุ่งเข้าใส่มนุษย์สุนัข

เมื่อเจ้าค้างคาวกระแทกอย่างรุนแรงเข้าใส่ศีรษะทางด้านหลังของมนุษย์สุนัข ทำให้มันพลันร้องออกมาและหันกลับ

เจ้าค้างคาวนั้นฉลาด ขณะที่พุ่งเข้าไปปะทะมันก็เตรียมถอยเว้นระยะห่างออกมาแล้ว มันพยายามชักนำให้อีกฝ่ายออกมาห่างจากอาร์ค เจ้าค้างคาวที่บินวนรอบมนุษย์สุนัขพร้อมทั้งเจ้ากะโหลกต่างเริ่มรบกวนจากทั้งสองฟาก

เหลือมนุษย์สุนัขอีกสองตัว!

‘ถ้าพวกมันมีสองตัว ก็คุ้มที่จะลอง!’

อาร์คเบนดาบของตนชี้ไปยังระหว่างกลางมนุษย์สุนัขทั้งสอง

ประสบการณ์ที่เขาได้รับมาจากการต่อสู้กับมนุษย์สุนัขนับร้อยตัวทำให้อาร์คแข็งแกร่งขึ้น

กราฟฟิคของนิวเวิร์ลด์นั้นสมจริงเสียยิ่งกว่าความเป็นจริง

เมื่อมนุษย์สุนัขเหวี่ยงง้าวของมัน ดวงตาสีแดงฉานนั้นจะหันมาสบตากับเขา การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อของพวกมัน กระทั่งหน้าอกที่สั่นกระเพื่อมทุกลมหายใจ ทุกสิ่งเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ถ้าหากมันเป็นมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งพบเจอเป็นครั้งแรก มันคงไม่ง่ายเลยที่จะพบเห็นการเคลื่อนไหวอันเล็กน้อยเหล่านี้ กล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวของพวกมันนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละตัว

แต่หลังจากที่เผชิญหน้ากันนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยการเคลื่อนไหวทางกล้ามเนื้อของมนุษย์สุนัข ทำให้เขาสามารถคาดเดาได้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็สามารถทำได้

ศิลปะการต่อสู้อย่างเทควันโดนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินอย่างรวดเร็วในการต่อสู้ ถ้าหากการก้าวหรือเคลื่อนไหวผิดพลาดแม้เพียงน้อยนิดอาจส่งผลให้พ่ายแพ้ได้ในพริบตา สมาธิและการเพ่งพินิจด้วยตานั้นต้องเฉียบคมประดุจเข็มที่ทิ่มแทง เช่นเดียวกัน มันไม่อาจตัดสินใจที่จะลงมือได้หากไม่สามารถอ่านลมหายใจและทิศทางของคู่ต่อสู้ให้ถูกต้องได้ มันเป็นเคล็ดวิชาที่ต้องอาศัยประสบการณ์การต่อสู้จริงอย่างสูงล้ำ

มีคนจำนวนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ในอนาคตเทควันโดจะกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ที่โรยรา แต่ผลก็คือเทควันโดกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ที่โลกยอมรับ มันกลายเป็นยิ่งกว่ามีชื่อเสียง มีการค้นคว้าที่มากมายยิ่งขึ้นเพื่อที่จะพัฒนาวิธีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบให้กับมัน

เทควันโดหาได้ใช่สิ่งที่อ่อนด้อยอีกต่อไป

ในช่วงยุคปี 1970 แม้แต่ทางอเมริกาเหนือ แอฟริกา หรืออีกหลายแห่ง ต่างรับเอาเทควันโดไปใช้ในฐานะศาสตร์แห่งการต่อสู้ กระทั่งว่าเหล่าอันธพาลยังยอมรับนับถือปรมาจารย์เทควันโด!

อาร์คได้เรียนเทควันโดมาราวปีหนึ่งได้

นอกจากนี้ เทควันโด้นั้นจำเป็นต้องฝึกซ้อมมากกว่าศิลปะการต่อสู้แบบอื่น หากจะพูดว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญการอ่านคู่ต่อสู้นั้นก็ไม่อาจกล่าวว่าเกินจริงได้เลย

‘มาจากด้านบน!’

อาร์คเงยหน้าขึ้นและสะท้อนการโจมตีของง้าวกลับไป

ขณะเดียวกัน จุดสีแดงพลันปรากฏขึ้นที่ข้างกายของมนุษย์สุนัข จุดอ่อนนี้ที่เป็นผลมาจากเนตรแห่งแมวไม่ใช่ของเพียงเอาไว้จัดแสดง ในสถานการณ์แบบนี้ มันจะทำให้การโจมตีแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและสามารถโจมตีจุดอับที่ศัตรูยากจะป้องกัน! และมันก็เป็นจุดที่อาร์คคาดคิดเอาไว้แล้วด้วย

ก่อนที่ตำแหน่งนี้จะเผยขึ้น ดาบของอาร์คก็เสียดแทงเข้าไปยังตำแหน่งนั้นเรียบร้อยแล้ว

=====

ท่านโจมตีคริติคอลสำเร็จ!

=====

ขณะที่ซวนเซ มนุษย์สุนัขเริ่มถอยกลับ

เพียงแค่ก้าวเดียว อาร์คพลันแหวกอากาศสาดลูกเตะเข้าใส่

มันเป็นความคุ้นชินจากการเคลื่อนไหวของเขา เพราะเขาในตอนนี้ยังไม่คุ้นเคยกับการต่อสู้ด้วยดาบและมือ

ขณะที่การต่อสู้ด้วยดาบและมือของอาร์คเข้าถึงขั้นกลาง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาพลันเชื่อมต่อกัน แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ความเป็นจริงแล้วอาร์คนั้นต้องเริ่มฝึกใหม่ เขาเสียประสาทการเคลื่อนไหวทางกายไปเพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นสูงของเทคนิคที่จะสามารถเตะกลางอากาศได้อย่างลื่นไหล

ในนิวเวิร์ลด์ ค่าสถานะเพียงหนึ่งเดียวที่เพิ่มพลังได้คือพละกำลัง

ในตอนนี้ ค่าโบนัสจากการต่อสู้ด้วยดาบและมือขั้นกลางมันส่งผลให้การใช้เทคนิคสำเร็จและมีพลังมากยิ่งขึ้น แต่ความเฉียบคมนั้นไม่อาจเทียบกับความเป็นจริงได้

ด้วยเสียง “ฉับ” ที่ดังขึ้น การโจมตีของเขาฟาดเข้าใส่ศีรษะของศัตรู

การต่อสู้ด้วยดาบและมือนั้นมีความคล้ายคลึงกับระบบนับคะแนนของเทควันโด

=====

ต่อสู้ด้วยดาบและมือ (ขั้นกลาง, เรียกใช้งาน 163/300) : ด้วยความเข้าใจต่อเคล็ดวิชาที่เพิ่มมากขึ้น ความเร็วและความแม่นยำจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความเสียหายทุกชนิดที่เกิดขึ้นจากดาบและมือเปล่าที่เป็นอาวุธเพิ่มขึ้น เพิ่มอัตราการหลบหลีกและโอกาสการโจมตีคริติคอล

พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 30% และเมื่อสวมใส่โล่ ผลลัพธ์ของการต่อสู้ด้วยดาบและมือจะหายไป

*ผลลัพธ์เพิ่มเติม เมื่อเตะเข้าใส่เป้าหมายจะสุ่มผลสถานะออกมา สำหรับมอนสเตอร์ขนาดเล็กมีโอกาสสำเร็จ 5% และ 3% สำหรับมอนสเตอร์ทั่วไป และ 1% สำหรับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ เมื่อใช้เทคนิคที่ยากเป็นอย่างยิ่งสำเร็จ โอกาสก็จะเพิ่มขึ้น

=====

เทคนิคที่ยากใช้งาน คือถ้าหากใช้เทคนิคการเตะกลางอากาศหรือเตะซ้อนเข้าใส่เป้าหมายได้ ผลลัพธ์เพิ่มเติมจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนถึงกับสามารถทำให้สลบหรือมึนงงได้ ผลลัพธ์นี้จะไม่สามารถใช้งานในช่วงที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นกลาง จำเป็นต้องมีค่าประสบการณ์ทักษะถึง 150 หน่วยหรือมากกว่าถึงจะสามารถใช้งานได้

ระดับความยากของการเตะกลางอากาศนั้นคือระดับสูงสุด!

มนุษย์หมาป่าที่ติดสภาวะมึนงงเริ่มซวนเซ

อาร์คตามเข้าไปเตะใส่มันอีกครั้ง!

==========

จบบทที่ เล่ม 2 ตอนที่ 2 : ฟักไข่ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว