- หน้าแรก
- จอมราชันย์กลืนกินทวยเทพ
- บทที่ 30 ทำลายสถิติ!
บทที่ 30 ทำลายสถิติ!
บทที่ 30 ทำลายสถิติ!
บทที่ 30 ทำลายสถิติ!
“หมดเวลาการทดสอบ! ขอให้ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบทุกคน กลับมารวมตัวกันที่ตีนเขาอัสนีฟ้าภายในครึ่งชั่วยาม ผู้ใดมาไม่ทัน จะถือว่าสอบตก!”
ทันใดนั้น เสียงของอวิ๋นจิ่นก็ดังกึกก้องไปทั่วภูเขาอัสนีฟ้า
“ไอ้หนู ต้องยอมรับเลยว่า ดวงของเจ้าดีจริงๆ” ได้ยินเสียงประกาศ สีหน้าของจูเฟยเฉิงก็เปลี่ยนไป
ฉินเฉินยิ้มบางๆ ไม่สนใจจูเฟยเฉิง รีบมุ่งหน้ากลับไปยังตีนเขาอัสนีฟ้าทันที
ณ ตีนเขา ศิษย์ใหม่จำนวนมากมารวมตัวกันพร้อมหน้า
“เอาล่ะ ตอนนี้ขอให้พวกเจ้าเดินออกมาทีละคน ข้าจะบันทึกคะแนนของพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นจิ่น ทุกคนก็เริ่มซุบซิบกัน
“พวกเจ้าว่า ใครจะได้ที่หนึ่งในการทดสอบศิษย์ใหม่ปีนี้?”
“น่าจะเป็นลวี่เจียแหละ ฝีมือของเขาเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว!”
“ไม่แน่เสมอไปนะ ข้าได้ยินมาว่าในหมู่ศิษย์ใหม่มีตัวโหดอยู่คนหนึ่ง ได้ยินว่าแม้แต่ป้ายคะแนนของลวี่เจียก็ยังโดนหมอนั่นปล้นไปเลย!”
“ปล้นลวี่เจีย? ใครกัน?”
ลวี่เจียยืนอยู่ในฝูงชน ยิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายหน้า
“หลูจื๋อ หนึ่งพันหนึ่งร้อยคะแนน อยู่อันดับหนึ่งชั่วคราว!”
“คนต่อไป ลวี่เจีย!”
ลวี่เจียเดินออกมาอย่างช้าๆ
“ลวี่เจียต้องได้ที่หนึ่งแน่!” ศิษย์ใหม่ด้านล่างวิจารณ์กันแซ่ด
จากนั้น ลวี่เจียหยิบป้ายคะแนนทั้งหมดที่ตนมีออกมา
“ลวี่เจีย หนึ่งพันห้าร้อยคะแนน อยู่อันดับหนึ่งชั่วคราว!”
“แค่หนึ่งพันห้าร้อย?”
“เกิดอะไรขึ้น? ด้วยฝีมือระดับลวี่เจีย ไม่น่าได้แค่นี้นะ!” ศิษย์ใหม่ต่างพากันสงสัย
ลวี่เจียยิ้มฝืดๆ ส่ายหน้า
“คนต่อไป ฉินเฉิน!”
ฉินเฉินเดินออกมาอย่างใจเย็น จากนั้น เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วควักป้ายคะแนนออกมาหนึ่งกำมือใหญ่
“สองพันหนึ่งร้อยคะแนน!” ผู้บันทึกคะแนนข้างๆ ทำหน้าตกใจ
“คนคนนี้เป็นใคร? ถึงกับได้คะแนนตั้งสองพันกว่า?” เหล่าศิษย์ใหม่อึ้งกิมกี่
“ฉินเฉิน...” ผู้บันทึกกำลังจะประกาศ แต่ถูกฉินเฉินขัดจังหวะเสียก่อน
“ช้าก่อน ข้ายังหยิบไม่หมดขอรับ” ฉินเฉินยิ้มบางๆ
จากนั้น เขาล้วงกระเป๋าอีกครั้ง ควักป้ายคะแนนออกมาอีกกำมือใหญ่ บรรยากาศเงียบกริบลงทันตา ในบรรดาศิษย์ใหม่ นอกจากพวกลวี่เจียและสวี่หยวนแล้ว คนอื่นๆ ต่างตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อกี้ควักออกมาก็ปาไปสองพันกว่าแล้ว ยังมีอีกหรือ?
“สามพันสองร้อย!” ผู้บันทึกขานคะแนน เวลานี้ อวิ๋นจิ่นก็เดินเข้ามาดูด้วย
“สามพันสองร้อย? เยอะขนาดนี้เชียว?”
“เดี๋ยวก่อน! พวกเจ้าดูนั่น เขายังล้วงอยู่อีก!” จู่ๆ มีคนตะโกนขึ้น
“เจ้ายังมีอีกรึ?” เห็นฉินเฉินยังล้วงกระเป๋าไม่หยุด อวิ๋นจิ่นก็ตกใจ
ฉินเฉินพยักหน้ายิ้มๆ จากนั้น เขาก็ควักออกมาอีกกำมือ!
ศิษย์ใหม่ทุกคนสตั๊นไปแล้ว “พระเจ้าช่วย หมอนี่ไปเอาป้ายคะแนนมากมายก่ายกองขนาดนี้มาจากไหน?”
“สี่พันหนึ่งร้อย!” ผู้บันทึกมองฉินเฉินตาถลน
“สี่พันหนึ่งร้อย?” “ทำลายสถิติแล้วมั้ง?” เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม
“ยินดีด้วย เจ้าทำลายสถิติการทดสอบศิษย์ใหม่ของสำนักอัสนีฟ้าเราแล้ว!” อวิ๋นจิ่นกล่าวชมเชย
“สถิติเดิม เหมือนจะเป็นของศิษย์พี่โม่เทียนหรันใช่ไหม?” “เขาแซงหน้าศิษย์พี่โม่เทียนหรันไปแล้ว!”
แปะ! แต่ทว่า ในขณะนั้นเอง ฉินเฉินก็วางป้ายคะแนนอีกกำมือหนึ่งลงบนโต๊ะ
อวิ๋นจิ่นชะงัก ศิษย์ใหม่ทุกคนหน้าเอ๋อ นี่ยัง... ยังมีอีกเรอะ? สรุปมีเท่าไหร่กันแน่? จะไม่จบไม่สิ้นเลยหรือไง?
แปะ! ฉินเฉินควักออกมาอีกกำมือ
ทุกคนเริ่มชาชิน พวกเขารู้สึกว่ากระเป๋าของฉินเฉินเปรียบเสมือนหลุมดำที่ไม่มีก้นเหว
“สี่พันแปดร้อย!”
“ห้าพันสามร้อย!”
“ห้าพันแปดร้อย!”
ผู้บันทึกมึนตึ๊บไปหมดแล้ว บนโต๊ะตอนนี้เต็มไปด้วยกองภูเขาป้ายคะแนนของฉินเฉิน
“หมดแล้วขอรับ” ฉินเฉินยิ้มบอก
“ฉินเฉิน ห้าพันแปดร้อยคะแนน อยู่อันดับหนึ่งชั่วคราว” ผู้บันทึกประกาศด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ไม่ต้องชั่วคราวแล้ว ที่หนึ่งต้องเป็นเขาแน่นอน” อวิ๋นจิ่นส่ายหน้า ห้าพันแปดร้อยคะแนน ทำลายสถิติสูงสุดเดิมไปเกือบสองพันคะแนน ตำแหน่งอันดับหนึ่งสมควรเป็นของเขาอย่างไร้ข้อกังขา
“เป็นไปไม่ได้! ผู้อาวุโส เขาต้องโกงแน่ๆ!” ศิษย์ใหม่คนหนึ่งตะโกนขึ้นมา พวกเขาแทบรากเลือดกว่าจะหาได้ไม่ถึงพันคะแนน แล้วฉินเฉินไปเอามาจากไหนตั้งห้าพันแปดร้อย? พวกเขาคิดยังไงก็คิดไม่ออก!
ตอนนั้นเอง คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา
“พวกเจ้าไปโดนอะไรมา?” เห็นจี้หานเหยียนและพรรคพวกเดินพยุงกันเข้ามาในสภาพหน้าบวมปูดฟกช้ำดำเขียว สีหน้าของอวิ๋นจิ่นก็เปลี่ยนไป สภาพแบบนี้... เหมือนโดนยำเละมา? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“พวกศิษย์รุ่นพี่เป็นอะไรกันน่ะ?” ศิษย์ใหม่พากันสงสัย
“โดนสัตว์มายาค่ายกลเล่นงานมาหรือเปล่า?” มีคนเดา
“ไอ้สัตว์ประหลาด!” จี้หานเหยียนและพวกมองฉินเฉิน แทบอยากจะร้องไห้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ไหนบอกว่าจะมาข่มขวัญศิษย์ใหม่? ผลสุดท้าย กลายเป็นพวกเขาที่โดนศิษย์ใหม่ซ้อมจนน่วม เจ็บตัวเจ็บใจ พิการกันไปเป็นแถบ
“สัตว์ประหลาด? เจ้าพูดเรื่องอะไร?” อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้ว
“มันนั่นแหละ!” จี้หานเหยียนกัดฟันชี้หน้าฉินเฉิน
ฉินเฉินยักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“แล้วป้ายคะแนนของพวกเจ้าล่ะ?” ทันใดนั้น อวิ๋นจิ่นก็สังเกตเห็นว่าป้ายคะแนนบนตัวพวกจี้หานเหยียนหายเกลี้ยง คำถามนี้ทำเอาพวกจี้หานเหยียนก้มหน้างุด ชัดเจนว่า พวกเขาอายจนพูดไม่ออก
“พูดมา!” อวิ๋นจิ่นเสียงเข้ม
“โดนมันปล้นไปขอรับ” จี้หานเหยียนตอบเสียงอ่อย
ขายขี้หน้า! ไม่มีอะไรจะขายขี้หน้าไปกว่านี้อีกแล้ว! กลุ่มศิษย์รุ่นพี่โดนศิษย์ใหม่ปล้นจนหมดตัว พูดออกไปคงไม่มีหน้าไปเจอใครอีกแล้ว
“เจ้าปล้นป้ายคะแนนของพวกเขาทั้งหมดมาเลยรึ?” อวิ๋นจิ่นหันขวับไปมองฉินเฉินด้วยความตกตะลึง
“ความจริงข้าก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอกขอรับ แต่ช่วยไม่ได้ พวกเขาซ่าเกินไป” ฉินเฉินยักไหล่ ทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์
ได้ยินคำพูดฉินเฉิน จี้หานเหยียนและพวกแทบกระอักเลือด พวกข้าซ่า? สรุปใครซ่ากว่าใครกันแน่? ยังจะมียางอายอยู่ไหม?
ด้านล่าง จิตใจของเหล่าศิษย์ใหม่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิษย์ใหม่ที่เคยตะโกนกล่าวหาฉินเฉินเมื่อครู่ รีบหุบปากเงียบกริบทันที นี่มันเร้าใจเกินไปแล้ว! ถึงกับปล้นกลุ่มศิษย์รุ่นพี่! แถม ยังซ้อมจนน่วมขนาดนี้!
“เท่ระเบิดไปเลย!” ศิษย์หญิงคนหนึ่งกรีดร้อง
“นี่มันตัวอย่างของศิษย์ใหม่อย่างพวกเราชัดๆ!” ศิษย์ใหม่คนอื่นๆ มองด้วยสายตาเทิดทูน ปกติมีแต่ศิษย์เก่าข่มเหงศิษย์ใหม่ ตอนนี้ ศิษย์เก่าโดนศิษย์ใหม่เล่นงานกลับ พวกเขาย่อมรู้สึกสะใจเป็นธรรมดา
อวิ๋นจิ่นทำหน้าไม่ถูก กฎของเกมมันเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“จี้หานเหยียน พวกเจ้าทำไมสภาพเป็นแบบนี้?” ตอนนั้นเอง จูเฟยเฉิงก็ปรากฏตัวขึ้น เห็นสภาพดูไม่ได้ของพวกจี้หานเหยียน เขาก็ถามด้วยความสงสัย
“ฝีมือฉินเฉิน” จี้หานเหยียนกระซิบตอบ
จูเฟยเฉิงได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที ฉินเฉิน?
“ล้อกันเล่นหรือเปล่า ข้าไม่เชื่อ!” จูเฟยเฉิงส่ายหน้า ไม่เชื่อเด็ดขาด
“เจ้าไม่เชื่อรึ?” ทันใดนั้น เสียงของฉินเฉินก็ดังขึ้น
“นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เจ้าต้องใช้วิธีสกปรกอะไรแน่ๆ” “ไม่อย่างนั้น ลำพังคนอ่อนแอระดับสามอย่างเจ้า จะไปทำพวกเขาเจ็บหนักขนาดนี้ได้ยังไง?” จูเฟยเฉิงหน้ามืดครึ้ม
“ใช่! ต้องเป็นแบบนั้นแน่!” “ฉินเฉินต้องใช้ลูกไม้สกปรกชัวร์ ไม่งั้นจะเป็นไปได้ยังไง!” คำพูดของจูเฟยเฉิงได้รับการสนับสนุนจากศิษย์ใหม่จำนวนมาก นี่คือสันดานมนุษย์
คนอ่อนแอ? ได้ยินคำที่จูเฟยเฉิงใช้เรียก ฉินเฉินก็หรี่ตาลง ลึกๆ ในดวงตา ปรากฏเปลวเพลิงแห่งโทสะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้...
สายตาของฉินเฉินจับจ้องไปที่จูเฟยเฉิงแน่วนิ่ง “ในเมื่อศิษย์พี่จูไม่เชื่อ เช่นนั้น ข้าฉินเฉิน... จะซัดเจ้าจนกว่าเจ้าจะเชื่อเอง!!!”
(จบบท)