เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - การโต้กลับของพยัคฆ์หนุ่ม

บทที่ 22 - การโต้กลับของพยัคฆ์หนุ่ม

บทที่ 22 - การโต้กลับของพยัคฆ์หนุ่ม


บทที่ 22 - การโต้กลับของพยัคฆ์หนุ่ม

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ไป๋ล่างไม่อยากหาเรื่อง แต่เรื่องมักจะวิ่งเข้าหาไป๋ล่างเสมอ นี่อาจจะเป็นชะตากรรมของตัวเอกก็ได้มั้ง

ที่พักของเขาตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่มีวัดวาอารามกว่าสี่ร้อยแห่ง เขาเลือกเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากวัดแห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่ได้พลุกพล่านเหมือนใจกลางเมือง วัดนี้เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ดูแลศรัทธาของชาวบ้านระแวกนั้น แต่ก็มีลานวัดและสวนหย่อมกว้างขวางพอสมควร ไป๋ล่างมักจะไปฝึกวิชาที่นั่นเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้เล่นใหญ่ไฟกะพริบเหมือนตอนอยู่หลานโจวแล้ว

ตอนนี้วรยุทธ์ของเขาในโลกนี้ถือว่ามาถึงทางตันแล้ว ที่ยังตื่นมาฝึกทุกเช้าก็เพื่อรักษาสภาพจิตใจและความมีวินัยเท่านั้น ถ้าจะแค่บริหารร่างกาย การเดินลมปราณรอบเล็กก็เพียงพอที่จะกระตุ้นเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อทุกส่วนได้ การสั่นสะเทือนกล้ามเนื้อเพื่อฝึกฝนร่างกายแบบเสือหรือเสือดาวนั้นเขาทำได้จนชินแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาทำคือการค้นหาแรงบันดาลใจ พยายามหลอมรวมวรยุทธ์ที่มีให้เป็นหนึ่งเดียว แม้เพลงหมัดยาวสามสิบสองท่าจะผสานเข้ากับลมปราณระฆังทองได้แล้ว แต่ไป๋ล่างเชื่อว่า "หมัดไม่ฝึกย่อมไร้ใจ" ต้องฝึกซ้ำเป็นพันครั้งหมื่นครั้งถึงจะเกิดปัญญาญาณใหม่ ๆ ขึ้นมา

ชีวิตสงบสุขดำเนินมาได้ราวครึ่งปี จู่ ๆ วันหนึ่งไป๋ล่างก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ "แปลกแฮะ ทำไมใจคอไม่ดีชอบกล รู้สึกทะแม่ง ๆ... ช่างเถอะ ย้ายที่อยู่ดีกว่า!" สัญชาตญาณร้องเตือนว่ามีภัย เขาเก็บข้าวของง่าย ๆ แล้วผลักประตูเดินออกจากบ้าน

ทันทีที่ก้าวเท้าออกไปได้ไม่ไกล ไป๋ล่างก็ใช้ปลายเท้าจิกพื้นเบา ๆ แล้วใช้วิชาตัวเบา "เหาะเหนือยอดหญ้า" ดีดตัวถอยหลังเฉียงออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ปัง!

กระสุนนัดหนึ่งเจาะลงตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน แต่ดูจากรอยกระสุนแล้ววิถียิงค่อนข้างเบี้ยว จริง ๆ ต่อให้ไป๋ล่างยืนเฉย ๆ กระสุนนัดนี้ก็น่าจะแค่วิ่งเฉียดไปไม่โดนตัว "สไนเปอร์เหรอ? มือสมัครเล่นสินะ" ไป๋ล่างเคลื่อนไหววูบวาบไม่หยุดนิ่ง ทำให้อีกฝ่ายเล็งเป้าไม่ได้ ก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ จนลับสายตามือปืน

"น่าสนใจ... พวกมันเจอตัวข้าแล้วสินะ? คงงั้นแหละ ไหนดูซิว่ามันยิงมาจากไหน"

ไป๋ล่างจับทิศทางได้คร่าว ๆ จากวิถีกระสุน จุดซุ่มยิงน่าจะมีอยู่แค่สองสามจุดที่เป็นไปได้ "ป่านนี้ถ้ามันยังมีสมอง มันคงชิ่งหนีไปแล้ว" ไป๋ล่างประเมินสถานการณ์ เขาคงตามจับตัวมันไม่ได้ เพราะเขาไม่เห็นหน้ามือปืน และต่อให้เห็น ถ้ามันเก็บปืนแล้วเดินปะปนกับฝูงชน คนไทยหน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด เขาคงแยกไม่ออก

"ต้องมีคนจำข้าได้แน่ ๆ มีคนรู้จักเห็นข้า แล้วเอาไปบอกพวกมัน ไม่ต้องถึงกับมาดูด้วยตัวเองหรอก แค่ถ่ายรูปไปยืนยันก็พอ" คนที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ก็มีแต่ไอ้แก๊งพนันพวกนั้น ใครใช้ให้เขาไปฆ่าลูกน้องพวกมันตายเกลื่อนขนาดนั้นล่ะ แถมวิธีการฆ่ายังโหดเหี้ยมจนพวกมันขวัญผวา ไม่ใช่แค่เรื่องเสียเงินเสียทองหรอก แต่ความกลัวตายต่างหากที่ทำให้พวกมันต้องรีบกำจัดเขาให้เร็วที่สุด

ความกลัวน่าจะเป็นแรงจูงใจหลัก

ไป๋ล่างเคลื่อนที่ด้วยความร็วสูง มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองและเปิดห้องพักในโรงแรมเพื่อตั้งหลักชั่วคราว "ต้องสวนกลับแล้ว ขืนรอให้พวกมันตามล่าแบบนี้คงไม่จบไม่สิ้น สู้บุกไปเชือดพวกมันให้เหี้ยนเลยดีกว่า!" ตอนแรกกะว่าจะปล่อยวางแล้วใช้ชีวิตสงบ ๆ แตีกระสุนนัดเมื่อกี้เปลี่ยนใจเขา เขาต้องสังหารระดับสั่งการของแก๊งนี้ให้หมด

แต่จะเริ่มยังไงดี? ไป๋ล่างตอนนี้เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ด ประสบการณ์ด้านการวางแผนถล่มแก๊งมาเฟียแทบจะเป็นศูนย์ มีแต่ประสบการณ์ต่อยตี งั้นก็ต้องเริ่มจากคนรู้จัก... พวกนักมวยใต้ดิน หรือคนคุมบ่อนที่เขาเคยคุ้นหน้าคุ้นตา เช่นไอ้พวกวัยรุ่นที่เคยเอายามาล่อเขา หรือไอ้ผู้จัดการหน้าเลือดคนนั้น

ไป๋ล่างแฝงตัวกลับไปยังถิ่นเก่าที่เคยหากิน เขาเลือกออกหากินตอนกลางคืน สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า พวกเป้าหมายของเขาเป็นพวกผีเสื้อราตรี หาตัวได้ง่ายตามสถานบันเทิง

ไม่นานเขาก็เจอเป้าหมาย "ไอ้ชัย" (สมมติชื่อ) หนึ่งในวัยรุ่นที่เคยเอายามาขายให้เขา วันนี้มันก็ยังเสพสุขกับเพื่อนฝูงเหมือนเดิม พอเมายาได้ที่ก็หิ้วผู้หญิงคนหนึ่งเดินโอนเอนจะกลับบ้าน วินาทีถัดมา เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหลังเงียบเชียบ หญิงสาวเข่าอ่อนยวบยาบเพราะโดนจุดสลบ ไอ้ชัยรู้สึกว่าทำไมผู้หญิงตัวหนักขึ้นจัง ยังไม่ทันจะหันไปดู มือเหล็กก็บีบเข้าที่คอของมัน แล้วลากทั้งคู่ไปกองรวมกันที่ข้างทางมุมมืด

ไป๋ล่างนั่งลงข้าง ๆ แล้วเริ่มสอบสวนด้วยภาษาไทยกระท่อนกระแท่น ในเมื่อหมอนี่เป็นคนเอายามาล่อเขา แสดงว่าต้องมีความน่าเชื่อถือในแก๊งระดับหนึ่ง ไป๋ล่างต้องการรู้ว่าตอนนี้ไอ้ผู้จัดการตัวดีอยู่ที่ไหน? และพวกหัวหน้าแก๊งกบดานกันที่ไหนบ้าง?

เพื่อความรวดเร็ว ไป๋ล่างใช้วิธีทรมานด้วยลมปราณ ส่งพลังเข้าไปปั่นป่วนเส้นชีพจรในร่างกาย ความเจ็บปวดและอาการคันคะเยอจากภายในที่เกาไม่ได้ มันทรมานยิ่งกว่าโดนมีดกรีด ภายนอกดูปกติแต่ภายในแทบดิ้นพราด ๆ เจอแบบนี้เข้าไปไม่กี่วิ ไอ้ชัยก็คายความลับหมดเปลือก

มันไม่ใช่นักรบผู้กล้าหาญมาจากไหน ก็แค่ขี้ยาข้างถนน พอได้ข้อมูลครบถ้วนและจดบันทึกไว้อย่างดี ไป๋ล่างก็สงเคราะห์ให้มันไปสบายด้วยการหักคอทิ้งซะ ข้อหาค้ายาเสพติดมอมเมาประชาชน ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย จากนั้นก็จับร่างมันฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้งแม่น้ำใกล้ ๆ เพื่อทำลายหลักฐานและถ่วงเวลาไม่ให้ใครเจอศพเร็วเกินไป

เขาต้องการเวลา

เป้าหมายรายที่สองคือ "ลูกพี่" ของไอ้ชัย ซึ่งเป็นหัวหน้าสายงานค้ายาเสพติดในแก๊งพนันนี้

ระดับหัวหน้าย่อมมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง อย่างน้อยก็สามถึงห้าคนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไป๋ล่างเลือกบุกรังของมันซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่คล้ายคฤหาสน์ มีกล้องวงจรปิดติดรอบบ้าน แต่ระบบรักษาความปลอดภัยก็งั้น ๆ แหละ ไป๋ล่างทำลายกล้องบางตัวแล้วใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้าไปในตัวบ้านก่อนที่พวกมันจะทันรู้ตัว

เขาว่องไวเหมือนแมวป่า ในระยะประชิดแบบนี้ความเร็วของเขาคือสายฟ้าฟาด ไป๋ล่างสูดลมหายใจเข้าลึก เกร็งกำลังแล้วใช้ไหล่กระแทกประตูห้องโถงเต็มแรง!

ตูม!

ไม่ได้กระแทกให้ประตูเปิด แต่กระแทกจนบานพับหลุดกระเด็นทั้งบาน! เขาใช้ประตูบานยักษ์ต่างโล่บังสายตา แล้วขดตัวพุ่งสวนเข้าไปทางด้านล่างของประตู บอดี้การ์ดบางคนกำลังเอาตัวบังเจ้านาย บางคนถือปืนลูกซองเตรียมยิงใส่ประตู แต่หารู้ไม่ว่ามัจจุราชไม่ได้พุ่งเข้ามาในระดับสายตา แต่พุ่งมาเลี่ยพื้นต่างหาก...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - การโต้กลับของพยัคฆ์หนุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว