เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 7 : สมุนปีศาจ (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 7 : สมุนปีศาจ (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 7 : สมุนปีศาจ (2)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

เล่ม 1 ตอนที่ 7 : สมุนปีศาจ (2)

ดวงตาของอาร์คทอประกาย

มันจะมีอะไรที่ทำให้ผู้เล่นยินดีได้นอกเสียจากการเจริญเติบโตของตัวละคร?

ด้วยเลเวลและทักษะที่เติบโตขึ้น เขาย่อมสามารถมั่นใจในตัวเองได้ว่าแข็งแกร่งขึ้น ต่อสู้มือเปล่าเป็นทักษะที่เหมาะกับวิธีการต่อสู้ของอาร์คมากที่สุด

ยุทธวิธีของอาร์คต้องใช้พื้นที่ที่มากพอ การเปลี่ยนถ่ายแรงปะทะและส่งมันออกไปเป็นการโจมตีเป็นเทคนิคที่เขาได้เรียนมาจากเทควันโด ถ้าหากเขาสามารถรวมมันเข้ากับดาบได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะสามารถทำการโจมตีแบบคริติคอลได้

ด้วยทักษะ ‘เนตรแห่งแมว’ ที่รวมเข้าไป มันจะช่วยให้อัตราการโจมตีคริติคอลสูงมากยิ่งขึ้น และด้วยเหตุนี้ การโจมตีที่รุนแรงจากการติดคริติคอลจะทำให้มันจบลงได้ง่ายขึ้น

การโค่นล้มมอนสเตอร์จะใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที แม้ว่าเขาจะเชื่อมั่นว่าตนอยู่ในหนทางของนักรบ วิธีการต่อสู้ของเขาจะยังไงก็ต้องใช้พื้นที่กว้างมากพอที่จะใช้เทคนิคได้ ซึ่งมันก็คล้ายกับโจรเสียมากกว่า

“เอาล่ะ คิดว่าคงทำได้แล้วแหละนะ”

สายตาของอาร์คจ้องมองไปยังส่วนลึกของป่า

เพื่อความมั่นใจว่าจะสามารถเล่นเดี่ยวได้อย่างปลอดภัย เขาต้องสามารถออกล่ามอนสเตอร์ที่เลเวลต่ำกว่าตนเอง อาร์คกระทำมาจนถึงตอนนี้ ทว่าพื้นที่แห่งนี้มอนสเตอร์กลับเริ่มให้ค่าประสบการณ์น้อยลงแล้ว อาร์คจึงมุ่งหน้าเข้าไปหามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า

แต่ทว่า การย้ายพื้นที่ออกล่าโดยไม่ศึกษาข้อมูลก่อนนั้นคือความผิดพลาด

ขณะที่เขาก้าวเท้าเข้าไปยังส่วนลึกของป่า เขาพลันได้ยินเสียงกรีดร้อง ขณะที่เงยศีรษะขึ้นไปมอง ใบหน้าของอาร์คพลันแข็งเกร็ง

ในความมืด เขาเห็นหมาป่าห้าตัวกำลังจ้องมองมาด้วยดวงตาสีเลือด

พวกมันมีร่างกายที่ใหญ่ราวกับกระทิง ขนหนาสีดำของมันราวกับหลุมอันมืดมิด รวมกับเขี้ยวที่แหลมคมประดุจมีดนั่นแล้ว พวกมันย่อมต้องเป็นหมาป่าโลกันตร์

‘หมาป่าโลกันตร์ห้าตัว...!”

หมาป่าโลกันตร์มันแข็งแกร่งมากกว่าจนเทียบไม่ได้กับหมาป่าทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ความสามารถของหมาป่าโลกันตร์จะเพิ่มสูงขึ้น 30% พวกมันเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดที่ว่าเลเวล 24 ยังไม่อาจเป็นคู่มือของพวกมันสองถึงสามตัวพร้อมกันได้ ทั่วทั้งร่างอาร์คตอนนี้กลับกลายเป็นตึงเครียด

‘บ้าจริง เราขาดความระวังเกินไป นี่ก็ช้าเกินไปที่จะหนีแล้วด้วย’

ร่างกายของเขาที่ฝึกเทควันโดมานั้นสามารถตัดสินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าจิตใจและการเคลื่อนไหวเสียอีก

ลงมือก่อนหมายถึงชัยชนะ! มันเป็นวิธีการที่ใช้กับกังฟู มวยปล้ำ และวิชาแขนงอื่น

อาร์คย่นระยะห่างอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งแกว่งดาบเข้าโจมตีคริติคอลใส่ หนึ่งในหมาป่าพลันถอยกลับ ทว่า หมาป่านับเป็นสัตว์ป่าที่ออกล่าเป็นฝูง หนึ่งในพวกมันพุ่งเข้ามาหมายแก้แค้นให้พวกของมันจนเกิดการโจมตีคริติคอลจากทางด้านหลังของเขา เป็นเขาขาดความระวังขณะต่อสู้

สติของเขาโซเซไปวูบหนึ่ง

 

=====

ท่านโดนโจมตีคริติคอล! ได้รับความเสียหาย 50 หน่วย

ท่านติดสถานะเลือดไหล จนกว่าการต่อสู้จะจบ ท่านจะได้รับความเสียหาย 2 หน่วยทุก 10 วินาที

=====

 

‘ประมาทจนเจ็บตัว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไว้เราค่อยตายหลังฆ่าพวกมันได้อีกสักตัว!’

อาร์คเผชิญหน้ากับหมาป่าโดยใช้การต่อสู้ด้วยดาบและมืออย่างไม่หยุดหย่อน เขาเหวี่ยงดาบออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้กรงเล็บของอุ้งตีนแมว เขากระทั่งม้วนตัวไปกับพื้น กระเด้งตัวขึ้น จากนั้นจึงเหวี่ยงลูกเตะออก

หลังผ่านไปสิบนาทีแห่งการต่อสู้ หมาป่าทั้งสามตัวล้มลง ทว่าอาร์คที่ติดสถานะเลือดไหลก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย

‘เหอะ พลังชีวิตเราเหลือแค่ 20% เองเหรอเนี่ย’

“เนตรแห่งแมว”

ขณะที่เขาใช้ทักษะ ดวงตาของอาร์คพลันกลายเป็นดวงตาแมวสีทองคำ แถบพลังชีวิตก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของพวกหมาป่า

‘ถ้าเป็นไปได้ด้วยดี เราก็มีโอกาสที่จะชนะ’

ขณะที่อาร์คผ่อนคลายความตึงเครียดนั้น หมาป่าอีกตัวที่จ้องมองอยู่พลันสบโอกาสพุ่งเข้าใส่

เพียงพริบตาเบื้องหน้า พลังชีวิตของเขาลดลง ร่างของอาร์คเริ่มกลายเป็นสีแดง เขาตกอยู่ในสภาวะวิกฤต ขณะเดียวกัน หน้าต่างข้อความพลันเด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ความไม่ย่อท้อ และร่างกายทรหดได้ลุกโชนในห้วงวิกฤตและถูกเรียกใช้งาน พลังโจมตี อัตราการโจมตีคริติคอลและการหลบหลีกพุ่งสูงขึ้น!

‘โอกาสนี้แหละ!’

ดวงตาของเขาสว่างวาบขณะที่เสียดแทงดาบออกไป

แคร้ก แคร้ก! ขณะที่การโจมตีคริติคอลสองครั้งประสบผลสำเร็จ หมาป่าก็พลันล้มลง

จากนั้น ที่เหลืออีกหนึ่งพลันหอนและพุ่งเข้าใส่เขาจากทางด้านข้าง อาร์คเร่งร้อนหันร่างเหวี่ยงดาบเข้าใส่ ทว่า ทั้งโชคดีและโชคร้ายมันโดนเพียงแค่เส้นขน

 

=====

การโจมตีคริติคอลพลาด!

=====

 

ถ้าหากเป็นการโจมตีธรรมดา มันก็ไม่มีทางที่จะพลาดได้ ทว่า เป็นเพราะทักษะของเขาถูกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสภาวะวิกฤต เขาจะอยู่ในสภาพที่อัตราการโจมตีคริติคอลพุ่งสูงขึ้น แต่นี่ก็นับเป็นดาบสองคม ในขณะที่การโจมตีคริติคอลสร้างความเสียหายสองเท่า แต่โอกาสที่จะโจมตีพลาดก็มี

“อา ไม่นะ! ถ้าตายตอนนี้ค่าสถานะเราจะ... อัญเชิญปีศาจ! ไอ้กะโหลกไร้ประโยชน์ ทำอะไรสักอย่างเร็วเข้า!”

ด้วยหัวใจของเขาที่หดวูบ อาร์คได้อัญเชิญเจ้ากะโหลกออกมา คว้ามันไว้ และโยนมันออกไป

เจ้ากะโหลกลอยลิ่วจนไปโดนเอาข้อเข่าของหมาป่า แม้ว่ามันจะทำความเสียหายได้เพียงแค่ 1 แต่มันก็ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของหมาป่าที่กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมเขี้ยวที่เตรียมจะฉีกกระชากได้ มันเป็นโอกาสที่เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อน

อาร์คขยับเข้าไปใกล้พร้อมระเบิดการโจมตีด้วยดาบของตนในพริบตา

 

=====

ท่านได้โจมตีคริติคอล

ด้วยค่าโบนัสประสานกับกะโหลก ความเสียหายอีก 30% จึงถูกเพิ่มเข้าไป

=====

 

อู๋ว!

หมาป่าส่งเสียงร้องก่อนที่จะล้มตายลง

มันเป็นชัยชนะที่น่าอัศจรรย์ใจ อาร์คที่เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองชนะกำลังตรวจสอบพลังชีวิตของตนจึงพบว่าเหลือเพียงแค่ 3 หน่วย ถ้าหากการต่อสู้ถูกลากถ่วงต่อไปอีกเพียงแค่ไม่กี่วินาที เขาคงต้องเป็นฝ่ายล้มลงเพราะผลจากเลือดไหลเป็นแน่ สถานะเลือดไหลได้หยุดลงหลังการต่อสู้เสร็จสิ้น ทว่าหัวใจของเขายังคงเต้นแรงสูบฉีดโลหิตไปทั่วร่างกาย

อาร์คเร่งร้อนหาสถานที่ปลอดภัยโดยเร็ว หลังฟื้นฟูค่าความอดทนด้วยของกินเล่นแล้ว เขาจึงค่อยสงบใจลงได้

อาร์คจ้องมองเจ้ากะโหลกด้วยความประหลาดใจในดวงตา

เหมือนลูกสุนัขร้องขอคำชม แต่นี่เป็นกะโหลกที่กลิ้งไปมารอบตัวเขา มันเป็นเจ้ากะโหลกที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อัญเชิญมันออกมาอีกเพราะรูปลักษณ์ที่น่าผิดหวัง

มันดูเหมือนว่าจะช่วยอะไรอื่นอีกไม่ได้ และในเมื่อมันดูดพลังมานาของเขาไประหว่างที่ต่อสู้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปต่อว่ามัน จะยังไงก็ตาม ที่เขารอดปลอดภัยมาได้ก็ต้องขอบคุณเจ้ากะโหลกนี่ ทำให้ตอนนี้มุมมองของเขาเริ่มเปลี่ยนไปบ้าง

‘อย่างน้อยก็ดีกว่าทำอะไรไม่ได้เลยแหละนะ’

“เอาล่ะ ที่รอดมาได้ต้องขอบใจแกนะเจ้ากะโหลก”

กรั่ก กรั่ก กรั่ก

เจ้ากะโหลกพลันกระตุกกรามราวกับเข้าใจคำของเขา

สำหรับช่วงหลายวันมานี้ อาร์คได้ใช้เวลาไปกับการออกล่า นอกจากเวลาที่ต้องกลับไปที่ปราสาท เขามักจะอยู่ตัวคนเดียว เขาไม่เคยรู้สึกเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้ว่าตนเองโดนการออกล่าเข้าครอบงำ ทว่าเขาก็ได้ตระหนักอีกครั้งว่าป่าแห่งนี้มันกว้างใหญ่และอ้างว้าง

“ดีใจนะที่แกอยู่ด้วยเนี่ย”

สิ่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เบื่อหน่ายถ้าหากได้อยู่กับเจ้ากะโหลกนี่ นอกจากนี้ มันก็ยังอาจช่วยเขาได้ดังเช่นที่ใช้ไปเมื่อครู่ นับได้ว่าค่อนข้างน่าพึงพอใจ พลังมานาก็ใช้แค่ตอนที่ต้องต่อสู้ แต่ตราบเท่าที่เขาไม่ใช้จิตวิญญาณแห่งแมว เขาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องพลังมานามากนัก

“เอาล่ะ ในเมื่อมันเป็นทักษะที่เราได้เรียนมา เราก็ควรลองหาวิธีใช้มันให้ดีเสียหน่อย”

อาร์คตัดสินใจและอัญเชิญค้างคาวออกมาเช่นเดียวกัน

เมื่อเขาตัดสินใจที่จะใช้งานพวกมัน ปีศาจเหล่านี้ก็ดูจะใช้งานได้หลากหลาย

เจ้าค้างคาวสามารถออกไปสำรวจพื้นที่ได้ ถ้าหากเขาส่งเจ้าค้างคาวออกไปก่อนที่ตนเองจะเคลื่อนไหว เขาก็สามารถลดโอกาสที่จะพบเจอกับพวกหมาป่าอย่างกะทันหันได้ นับได้ว่าเป็นประโยชน์กับการสำรวจเส้นทางเลยทีเดียว

ทั้งเจ้ากะโหลกและค้างคาวต่างก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้

“ไป!”

ขณะที่อาร์คยื่นมือออก ทั้งเจ้ากะโหลกและค้างคาวต่างก็พุ่งเข้าใส่ตัวเยติ

เจ้ากะโหลกกัดเยติเข้าที่หัวเข่าของมันทำให้เคลื่อนไหวช้าลง และเจ้าค้างคาวก็คอยช่วยบดบังดวงตาของมันไม่ให้มองเห็น

อาร์คที่ศึกษาสถานการณ์อยู่ก็พลันชักดาบของตนออกมา จากนั้น การโจมตีคริติคอลก็ระเบิดเข้าใส่ด้วยอัตราสำเร็จที่สูงยิ่ง เหนือไปกว่านั้น การโจมตีผสานกับปีศาจอัญเชิญยังได้โบนัสเพิ่มเข้าไปด้วย!

ด้วยเหตุนั้น เขาจึงเริ่มต่อสู้กับมอนสเตอร์และลดทอนพลังชีวิตของมันจนเหลือเพียงแค่ 20% ได้ หลังจากใช้วิธีการเช่นนี้ การต่อสู้โดยปราศจากซึ่งปีศาจอัญเชิญก็กลับกลายเป็นเรื่องยากไปเลย

“ฮ่าฮ่าอ่า มีประโยชน์เหมือนที่คาดไว้เลย!”

แม้เขาจะยังคิดไม่ออกว่าไข่นั่นมีจุดประสงค์เอาไว้ทำอะไร แต่ด้วยเจ้ากะโหลกและค้างคาว ความเร็วในการออกล่าของอาร์คก็รวดเร็วมากขึ้น แน่นอนว่าพวกมันไม่อาจช่วยได้มากนักยามที่เขาต้องสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง ที่จริง พวกมันมักโดนบดขยี้ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปใกล้พื้นที่ด้วยซ้ำ กระทั่งว่ามันส่งผลกระทบ [ทางอ้อม] ต่อพลังชีวิตของอาร์ค

ถ้าหากปีศาจอัญเชิญโดนทำลาย พลังชีวิตของอาร์คจะลดลงตามพลังชีวิตสูงสุด 50% ของปีศาจอัญเชิญ แต่ปีศาจอัญเชิญมีพลังชีวิตเพียงแค่ 50 หน่วย มันจึงไม่ใช่ความเสียหายอะไรที่มากนัก และถ้ามันถูกทำลายไป กว่าจะเรียกได้อีกครั้งก็ต้องรออีกยี่สิบสี่ชั่วโมง

“นักเดินทางแห่งความมืด ที่จริงแล้วก็เป็นอาชีพที่พอใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย”

ยิ่งผ่านไปอาร์คก็ยิ่งติดใจและหลงไหลอาชีพผู้เดินทางแห่งความมืดมากขึ้น

กับตัวละครที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน หมายความว่ามันย่อมสามารถกระทำสิ่งใดก็ได้

ขณะที่เขามุ่งลึกเข้าไปในป่า อาร์คก็พลันตะโกนขึ้นมา “ไป ก้าวต่อไป! จัดการให้หมดทุกตัว!”

* * *

 

แคว่ก!

ร่างของซอมบี้ล้มลงขณะที่ส่งเสียงร้องอันแปลกประหลาด

ข้อความพลันเด้งขึ้นพร้อมเสียงประกอบแสดงความยินดี

 

=====

เลเวลของท่านเพิ่มขึ้น

ชื่อตัวละคร : อาร์ค

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

แนวโน้ม : ไม่มี

ชื่อเสียง : 300

เลเวล : 26

อาชีพ : ผู้เดินทางแห่งความมืด

ฉายา : อัศวินแห่งแมว

พลังชีวิต : 745

พลังมานา : 250

พลังจิตวิญญาณ : 100

พละกำลัง : 104

ความคล่องตัว : 104 (+17)

ความอดทน : 124

สติปัญญา : 23

ความฉลาด : 44

โชค : 23

ความยืดหยุ่น : 10

ค่าสถานะพิเศษ ภูมิความรู้โบราณวัตถุ : 10

ผลจากอุปกรณ์สวมใส่

ดาบคมประกาย : ความเร็วโจมตี +5

อุ้งตีนแมว : ความเร็วโจมตี +10% ความคล่องตัว +15 อัตราการโจมตีคริติคอล +10%

*ทุกความสามารถจะเพิ่มขึ้น 20% ในความมืด

*ความสามารถในการซ่อนตัวเองในความมืด (มีผลระยะเวลา 10 นาที ยกเลิกเมื่อเกิดการต่อสู้)

*ภูมิต้านทานความหวาดกลัว ความมืด ตาบอด และคาถาเสน่ห์เพิ่มขึ้น 50%

*ท่านสามารถใช้ความสามารถแท้จริงของอุปกรณ์ทุกชนิดได้

=====

 

‘ฟู่ ยากกว่าที่คิดอีก’

อาร์คในตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาก็กำลังเผยความสุขสันต์ออกมา

หากได้รับรางวัลจากความเหน็ดเหนื่อยมา มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องบ่นเสียหน่อย

กับการออกล่าที่รวดเร็วมากขึ้น ทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้น ด้วยอารมณ์ที่ยิ่งมายิ่งดี อาร์คจึงเริ่มเข้าสู่ส่วนลึกของป่าที่เรียกกันว่า ป่าแห่งเงา

ในหมู่พื้นที่รอบบริเวณเมืองแจ๊คสัน ป่าแห่งนี้นับได้ว่ามีระดับความยากสูงที่สุด

กระทั่งว่าเพียงแค่บรรยากาศ ป่าแห่งเงาก็มีสภาพแตกต่างจากพื้นที่แห่งอื่น ด้วยความมืดมิดที่ทำให้ยากต่อการมองหาเส้นทางเบื้องหน้า ไหนจะมีต้นไม้รวมทั้งเถาของมันที่โยงใยราวกับตาข่าย อีกทั้งยังมีพืชชนิดหนิ่งที่ปกคลุมพื้นดินที่ตายไปแล้วอีก

มอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาก็ดูพิลึก

หมาป่าเน่า ซอมบี้ และกูลกับพวกมอนสเตอร์อันเดตต่างผุดกันขึ้นมา กระทั่งว่าตัวที่อ่อนแอที่สุดอย่างหมาป่าเน่าก็ยังเลเวลสูงกว่าอาร์ค แม้กระทั่งบอสกลางเลเวล 50 ยังมีปรากฏตัวให้เห็น ยมทูต แน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะเฉียดเข้าไปใกล้มัน

ทว่า แม้จะเป็นอันเดตก็ไม่อาจทำให้ความตั้งใจแรงกล้าของอาร์คบังเกิดความกลัว

ไม่ อาร์คตระหนักได้อย่างแท้จริงแล้วถึงความหมายของ ผู้เดินทางแห่งความมืด ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามายังป่าที่เน่าเฟะแห่งนี้

ขณะที่เขาเข้าสู่ป่ามืด หน้าต่างข้อความพลันเด้งออกมาเบื้องหน้า

 

=====

ผลพิเศษของผู้เดินทางแห่งความมืด : ทุกความสามารถเพิ่มขึ้น 20% ในความมืด

=====

 

นับว่าดีที่ผลพิเศษนี้มีผลในตอนกลางคืน ทว่า มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ก็มีค่าสถานะเพิ่มขึ้น 30% ในเวลากลางคืน ท้ายที่สุดแล้วอาร์คก็คิดว่ามันแทบไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม ทว่าในตอนนี้ยังคงเป็นเวลากลางวัน ค่าสถานะของมอนสเตอร์ยังคงเป็นปกติ แต่อาร์คกลับได้รับเพิ่มขึ้น

แม้ว่าอาร์คจะมีเลเวล 26 แต่ความสามารถแท้จริงของเขาทัดเทียมได้กับเลเวล 30!

ในเมื่อทุกค่าสถานะและทักษะของเขาได้รับการยกระดับ ความแตกต่างย่อมมากมายมหาศาล กระทั่งว่าหมาป่าเน่าเลเวล 20 ปลาย ๆ ยังไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้เขาได้

มันถึงขนาดที่ว่าเขาไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากในการต่อสู้กับซอมบี้และกูลที่อยู่เลเวล 30 ต้น ๆ เลยด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความสามารถของอาชีพอย่าง ‘ลอบเร้น’ แม้ว่ามันจะไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักหากเขาโดนพบตัว แต่มันก็ทำให้เขาสามารถเข้าไปใกล้เป้าหมายเพื่อจัดการพวกมันได้โดยง่ายขึ้น

อาชีพที่จะเผยความสามารถแท้จริงในความมืด อาชีพนั้นก็คือผู้เดินทางแห่งความมืดนั่นเอง เป็นเพราะผู้เดินทางแห่งความมืดมีความสามารถพิเศษ เขาจึงสามารถล่ามอนสเตอร์ที่ในเวลาปกติไม่อาจเอาชนะได้ด้วยเลเวลของเขา

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อผู้เล่นจัดการมอนสเตอร์ที่เลเวลเหนือกว่าตนเอง 5 เลเวลได้ ค่าประสบการณ์พิเศษจะถูกเพิ่มเข้าไป นั่นทำให้ค่าประสบการณ์ที่เหมือนหยุดนิ่งก่อนที่เขาจะเข้ามาในป่าแห่งนี้กลายเป็นหลั่งไหลเข้ามา

‘ของที่ดร็อปก็ไม่เลว นี่เราเหมาะจะล่าพวกอันเดตเหล่านี้เสียจริง’

พลังใจของอาร์คพลันพุ่งสูงขึ้น

มอนสเตอร์อันเดตนั้นดร็อปของออกมามากมาย แม้กระนั้น มันก็ยังมีชิ้นส่วนร่างกายอย่างเนื้อที่เน่าเปื่อย หรือแขนขาของพวกมันด้วย แต่ก็ยังมีพวกอุปกรณ์สวมใส่ดร็อปเช่นกัน จำพวกมีด ถุงมือ หรือรองเท้า

สิ่งของเหล่านั้นเพิ่มกองสูงขึ้นในกระเป๋าของเขา แม้พวกมันจะไม่ใช่สิ่งของดีเด่อะไรมากมายและยากจะขาย แต่อย่างน้อยก็พอให้เขาได้รับหลายเหรียญทองแดง

แต่ทว่า อาร์คที่ใช้ชีวิตโดยการทำงานพาร์ทไทม์นั้นรู้ดี เก็บสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ถ้าหากได้รับแม้จะเป็นเหรียญทองแดงจำนวนน้อยนิด แต่รวมกันแล้วมันย่อมสามารถเป็นเหรียญเงินและเหรียญทองได้

บางชิ้นอาร์คก็นำมันมาใช้งานเป็นการส่วนตัว

 

=====

รองเท้าเก่า

ประเภท : รองเท้าหนัง

พลังป้องกัน : 5

ความทนทาน : 5/5

น้ำหนัก : 8

ข้อจำกัดใช้งาน : ไม่มี

รองเท้าที่พวกอันเดตเคยใช้มาชั่วชีวิต มันทั้งขาดและสีซีดจาง หนังก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างที่เก่งกาจแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะซ่อมแซมรองเท้าคู่นี้ให้เหมาะที่จะสวมใส่ได้

=====

หมวกหนังสกปรก

ประเภท : หมวกหนัง

พลังป้องกัน : 5

ความทนทาน : 9/9

น้ำหนัก : 5

ข้อจำกัดใช้งาน : ไม่มี

หมวกหนังที่พวกอันเดตใช้มาชั่วชีวิต หมวกใบนี้มีแต่รอยปรุอยู่เต็มไปหมด

=====

 

ไม่ว่าจะสภาพหรือค่าสถานะ พวกมันต่างก็แย่เกินจะกล่าว ด้วยรองเท้าและหมวกที่สวมใส่ สภาพในตอนนี้ของเขาไม่ต่างอะไรไปจากขอทาน อีกทั้ง วัตถุดิบที่ถูกนำมาสร้างอย่างหนังยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา แทบทำเอาติดสภาวะอัมพาตได้เลย

อาร์คหัวเราะออก การจะซื้อหารองเท้าและหมวกที่มีพลังป้องกันเพียงน้อยนิดจากร้านค้านั้นอย่างน้อยก็ต้องจ่ายออก 50 เหรียญเงินเป็นอย่างน้อย มันคงดีกว่าที่ออกล่าแล้วได้ของมาแม้มันจะกลิ่นเหม็นเน่าก็ตามดี ยังไงมันก็ดีกว่าต้องจ่าย 50 เหรียญเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันกระทั่งมีพลังป้องกัน ดังนั้นย่อมดีกว่าไม่มีอะไร

อาร์คยิ่งชอบใจป่าแห่งเงานี้มากขึ้น

 

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 7 : สมุนปีศาจ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว