- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ปราบมาร
- บทที่ 610 - จิ้งจอกเก้าหางแห่งชิงชิว ปี้เสียหยวนจวิน
บทที่ 610 - จิ้งจอกเก้าหางแห่งชิงชิว ปี้เสียหยวนจวิน
บทที่ 610 - จิ้งจอกเก้าหางแห่งชิงชิว ปี้เสียหยวนจวิน
บทที่ 610 - จิ้งจอกเก้าหางแห่งชิงชิว ปี้เสียหยวนจวิน
“ตะ... ตะวันอยู่ในกายเขา...”
ฟูจิวาระ จุนอิจิโร่มองดูบุรุษชุดครามผู้นั้น ราวกับกำลังมองเทพเจ้า
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมยูกิอนนะ ชิกิงามิของเขาถึงกลายเป็นเถ้าถ่าน และรู้แล้วว่าทำไมวันนี้พระอาทิตย์ถึงขึ้นเร็วกว่าปกติ
หรือว่าเซียนแห่งต้าถังผู้นี้... จะเป็นเทพเจ้าผู้ควบคุมดวงอาทิตย์? ...
จากผู้ควบคุมร้อยอสูร กลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน คำตอบคือหนึ่งลมหายใจ
อี้เสี่ยวเจี่ยวมีเลือดไหลรินไปทั่วร่าง บาดแผลแต่ละแห่งเน่าเปื่อย การตายของร้อยอสูรส่งผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงต่อเขาอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายอ่อนโทรมลงไปมาก
แต่สิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างแท้จริงมาจากภายใน
ชิกิงามิร้อยอสูรที่เขาภาคภูมิใจ กลับไร้ทางต่อกรเมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้... อย่างสิ้นเชิง?
ท่าทีผ่อนคลายของอีกฝ่าย ราวกับแค่ปัดฝุ่นผง ถอนต้นหญ้า สายตาที่สงบนิ่งและแฝงแววเวทนาเล็กน้อยคู่นั้น มันคือการเยาะเย้ยเขาอย่างเงียบงัน
“น่าเจ็บใจนัก หลี่เต้าเสวียน เจ้าบีบข้าเองนะ!”
ดวงตาของอี้เสี่ยวเจี่ยวฉายแววบ้าคลั่ง เขายังมีไพ่ตายใบสุดท้าย แม้ว่าไพ่ตายใบนั้นเขายังควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ แต่ชายผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว หากอยากพลิกสถานการณ์ ก็มีแต่ต้องเสี่ยงดวงดู!
วินาทีถัดมา อี้เสี่ยวเจี่ยวอ้าปากกว้าง อาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นระริก ดวงตาฉายแววเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด
หางงูเส้นหนึ่งถูกคายออกมาจากปากของเขา ปนเปื้อนด้วยของเหลวหนืดสีเขียวที่น่าขยะแขยง
หลี่เต้าเสวียนไม่ได้แปลกใจกับสิ่งนี้ เพราะร้อยอสูรตายหมดแล้ว แต่อี้เสี่ยวเจี่ยวผู้นี้กลับยังมีชีวิตอยู่ดี เพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย แสดงว่าเขายังซ่อนไพ่ตายบางอย่างไว้
เขาไม่ได้ลงมือขัดขวางล่วงหน้า แต่รออย่างเงียบๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากเห็นลูกไม้ของอีกฝ่าย
สามปีแห่งการตระหนักรู้มรรคาในเขาหลงหู่ ความแข็งแกร่งของเขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือโลกีย์ กายสมบัติเซียนมนุษย์ บวกกับตบะที่ใกล้เคียงเซียนมนุษย์ และอิทธิฤทธิ์วิชามากมาย เขาไม่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจมานานแล้ว
สำหรับเทพเซียนในสวรรค์เมื่อกาลก่อน เขาอาจยังไม่นับว่าแข็งแกร่งมากนัก แต่สำหรับโลกมนุษย์ในปัจจุบัน เขาได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางเซียนแล้ว ไม่หวั่นเกรงเมฆหมอก มองลงมายังโลกธุลี
วิถีชิกิงามิเดินหมากพิสดาร และพิสดารจนถึงขีดสุด หลี่เต้าเสวียนจึงพอมีอารมณ์ที่จะให้เวลาเขาบ้าง
ซู่!
ปีศาจงูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากปากของเขา จากนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นตามสายลม พริบตาเดียวก็ยาวกว่าร้อยจั้ง ที่น่าตกใจที่สุดคือมันมีแปดหัวแปดหาง หัวเหมือนมังกร ดวงตาเหมือนโคมไฟผลแดง หลังเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและต้นไม้
ท้องของมันเน่าเปื่อยมีเลือดไหล บนหัวมีเมฆดำแปดสีลอยอยู่ ร่างกายมหึมาราวกับขุนเขาแปดลูก หุบเขาแปดแห่ง
สัตว์เทพแห่งตงอิ๋ง——งูยักษ์แปดเศียร!
ฟูจิวาระ จุนอิจิโร่มองดูงูยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวตัวนี้ ดวงตากลับฉายแววบูชา เฮ่อเม่าคุงไม่เพียงแต่ผนึกร้อยอสูร แต่กลับ... ผนึกงูยักษ์แปดเศียรไว้ในร่างด้วยหรือ
“ฟูจิวาระ ลงมือพร้อมกัน!”
จู่ๆ อี้เสี่ยวเจี่ยวก็ตะโกนลั่น จากนั้นสั่งการให้งูยักษ์แปดเศียรพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้าเสวียน
ดูออกว่าเขาดูเหมือนจะยังควบคุมสัตว์เทพตัวนี้ได้ไม่สมบูรณ์นัก ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
โฮก!
แม้งูยักษ์แปดเศียรจะโกรธแค้นคนที่บังอาจมาควบคุมมัน แต่ก็ทำได้เพียงพุ่งเข้าใส่หลี่เต้าเสวียน พ่นควันสีดำสนิทดั่งน้ำหมึกออกมาเป็นสาย
นี่คือควันพิษ ว่ากันว่าแปลงมาจากแรงอาฆาตของวิญญาณผู้ตายจากสงครามที่มันดูดกลืนเข้าไป สามารถกัดกร่อนกายเซียนได้
ดวงตาของหลี่เต้าเสวียนฉายแววผิดหวัง
แค่นี้?
ในสนามรบชือโหยว ศิษย์น้องไท่เวยเคยสังหารเซียงหลิ่วมาก่อน งูยักษ์แปดเศียรตัวนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคหลัง แต่เมื่อเทียบกับเซียงหลิ่วแล้ว ยังห่างชั้นอยู่มาก
ก็แค่ระดับวิญญาณหยางขั้นต้นเท่านั้น
เขาเตรียมจะจบการต่อสู้แล้ว มือยื่นออกไป ในฝ่ามือปรากฏคันธนูและลูกธนู แผ่คลื่นพลังอาคมอันแข็งแกร่งออกมา
คันธนูคือคันธนูเฉียนคุน ลูกธนูคือลูกธนูสะท้านสวรรค์
ง้างธนู ขึ้นลูกศร
ขณะที่สายธนูถูกดึงออกช้าๆ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ก่อตัวขึ้นจากร่างของหลี่เต้าเสวียน ท่ามกลางฟ้าดินพลันบังเกิดสายลมยาวหมื่นลี้ พัดจนผมเผ้าของเขาปลิวไสว เสื้อผ้าโบกสะบัด
ลูกธนูยังไม่ถูกปล่อยออกไป ทะเลเมฆบนท้องฟ้าก็ถูกแหวกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ ราวกับถูกเจตจำนงแห่งธนูที่ไร้รูปตัดผ่าออกจากกัน
งูยักษ์แปดเศียรดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความตาย ร่างกายมหึมาแข็งทื่อไปเล็กน้อย ดวงตาสีเลือดฉายแววหวาดกลัว
“อย่าให้เขายิงธนูดอกนี้ออกมาได้ ฟูจิวาระคุง รีบใช้กระจกยาตะส่องเขาเร็ว!”
อี้เสี่ยวเจี่ยวก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของธนูดอกนี้ จึงรีบตวาดลั่น
ฟูจิวาระ จุนอิจิโร่ที่อยู่ไกลออกไปไม่มีความลังเลใดๆ เขาชูกระจกยาตะในมือ ส่องไปทางหลี่เต้าเสวียน
แม้เขาจะรังเกียจพฤติกรรมของอี้เสี่ยวเจี่ยวอยู่บ้าง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชะตาบ้านเมืองตงอิ๋ง เขาต้องสนับสนุนอี้เสี่ยวเจี่ยวอย่างไม่มีเงื่อนไข!
กระจกวิเศษยิงแสงสีขาวแปดสาย ตกกระทบลงบนร่างของหลี่เต้าเสวียน ราวกับโซ่เหล็กเทพแปดเส้น
ดวงตาของอี้เสี่ยวเจี่ยวฉายแววได้ใจ โชคดีที่ก่อนมาต้าถัง เขาได้ขอกระจกเทพชิ้นนี้มาจากจักรพรรดิ กระจกยาตะสามารถตรึงสรรพสิ่งในโลกหล้า ต่อให้แข็งแกร่งดั่งเทพมารก็ไม่มีข้อยกเว้น
มังกรดำตัวนั้นดุร้ายเพียงใด เมื่อถูกกระจกยาตะส่อง ก็ยังก้าวเดินไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียวไม่ใช่หรือ?
รอให้หลี่เต้าเสวียนถูกหมอกพิษปกคลุม แล้วถูกงูยักษ์แปดเศียรกลืนลงท้อง ถึงตอนนั้น ตบะของเขาก็จะกลายเป็นพลังของข้า!
เขาจะเหยียบย่ำศพเซียนแห่งต้าถัง และกลายเป็นตำนานบทใหม่ของใต้หล้า!
ท่าง้างธนูของหลี่เต้าเสวียนหยุดชะงักลงจริงๆ แสงสีขาวแปดสายนั้นแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาล ราวกับแปลงมาจากกฎเกณฑ์บางอย่าง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนติดอยู่ในบ่อโคลน ยากจะขยับเขยื้อน
“ท่านอาจารย์!”
กิ่งหลิวในมือของฉางเล่อเปล่งแสงสีเขียวระยิบระยับ เตรียมจะฟาดใส่ฟูจิวาระ จุนอิจิโร่ เพื่อช่วยอาจารย์ให้หลุดพ้นจากการควบคุมของกระจกยาตะ
แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลงมือ ก็เห็นบนร่างของอาจารย์พลันสว่างไสวไปด้วยจุดชีพจรหนึ่งหมื่นแปดพันจุดดั่งดวงดาว ราวกับภูเขาไฟหนึ่งหมื่นแปดพันลูกปะทุพร้อมกัน ปราณโลหิตพลุ่งพล่าน ถึงกับส่งเสียงคำรามดั่งฟ้าร้อง
มือที่หยุดนิ่งของหลี่เต้าเสวียนเริ่มขยับอีกครั้ง สายธนูถูกดึงออกอย่างช้าๆ
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง...
แสงเทพทั้งแปดสายที่เหมือนโซ่ตรวนขาดสะบั้นลงตามลำดับ เมื่อหลี่เต้าเสวียนดึงสายธนูจนตึงเปรี๊ยะ กระจกยาตะในมือของฟูจิวาระ จุนอิจิโร่ก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็แตกกระจายดังกรุบกรับ กลายเป็นเสี่ยงๆ
กระจกยาตะ หนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งตงอิ๋ง กลายเป็นเศษเหล็กไปในบัดดล
อี้เสี่ยวเจี่ยวรูม่านตาหดเกร็ง เผยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งอีกครั้ง
เพราะในขณะนี้ งูยักษ์แปดเศียรที่เขาควบคุมได้มาถึงตรงหน้าหลี่เต้าเสวียนแล้ว หมอกพิษนั้นก็ปกคลุมร่างอีกฝ่ายไว้ ต่อให้อีกฝ่ายยิงธนูดอกนั้นออกมาได้ ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว
ต้องรู้ว่างูยักษ์แปดเศียรมีแปดหัว ต่อให้อีกฝ่ายยิงหัวระเบิดไปหัวหนึ่ง ก็ไม่มีผลอะไร
แต่ไม่นานเขาก็ได้รู้ว่า ความคิดของตัวเองนั้นโง่เขลาเพียงใด
ท่ามกลางหมอกพิษสีดำทมิฬ แสงธนูสายหนึ่งพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน ห่อหุ้มด้วยอานุภาพดั่งสายฟ้าฟาด ม้วนกลับหมอกพิษทั้งหมด ราวกับแสงสีดำแห่งการทำลายล้าง ทะลวงหัวหนึ่งของงูยักษ์แปดเศียรจนเป็นรู
นี่ยังไม่จบ ลูกธนูดอกนั้นกลับเลี้ยวกลางอากาศ วาดเป็นเส้นโค้งที่งดงาม ทะลวงหัวงูไปอีกหัวหนึ่ง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา ความเร็วของลูกธนูสะท้านสวรรค์นั้นรวดเร็วเพียงใด เพียงแค่กะพริบตา ก็ทะลวงหัวงูยักษ์ไปหลายหัวติดต่อกัน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ท่ามกลางประกายธนูที่แล่นผ่านดั่งสายฟ้า เสียงระเบิดของหัวงูดังขึ้นระงม ก้อนเนื้อเละๆ ปลิวว่อน ทำให้ทั่วทั้งหุบเขาลึกราวกับกลายเป็นเครื่องบดเนื้อ
ลูกธนูสะท้านสวรรค์ ไล่ล่าพันลี้ ไม่ตายไม่เลิกรา!
ซากศพของงูยักษ์แปดเศียรร่วงหล่นจากกลางอากาศ กระแทกพื้นจนภูเขาไหวแผ่นดินสะเทือน
ร่างงูมหึมาของมันยังคงสั่นกระตุก แต่หัวงูทั้งแปดได้อันตรธานหายไปแล้ว เหลือเพียงคองูแปดข้างที่เลือดไหลโชก
ฟิ้ว!
ลูกธนูสะท้านสวรรค์บินกลับมาสู่มือของหลี่เต้าเสวียนโดยอัตโนมัติ แสงสีดำวูบวาบ ทั่วทั้งลูกธนูไม่มีเลือดเปื้อนแม้แต่หยดเดียว
หลี่เต้าเสวียนเก็บคันธนูและลูกธนู สัมผัสได้ถึงแสงสว่างที่วาบขึ้นในคัมภีร์สวรรค์ปราบมารในสมอง จึงเหลือบมองผ่านๆ
“เจินกวนปีที่สิบเอ็ดเดือนแปด สังหารอสูรงูยักษ์แปดเศียร ณ เขาพานหลง ได้รับรางวัล: ของวิเศษระดับวิญญาณขั้นล่าง [กระบี่เทียนฉงอวิ๋น]”
“กระบี่เทียนฉงอวิ๋น หรืออีกชื่อคือ กระบี่คุซานางิ หนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งวอกั๋ว แฝงไอสังหารอิน...”
ในใจของหลี่เต้าเสวียนรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย แม้ของวิเศษระดับวิญญาณขั้นล่างจะนับว่าล้ำค่า แต่สำหรับเขาในตอนนี้ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แถมกระบี่ของพวกญี่ปุ่น... ใช้แล้วก็รู้สึกรังเกียจ
ไม่มีคุณสมบัติพอจะใส่เข้าไปในหีบกระบี่มังกรคำรามของเขาด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่มังกรขาวหรือกระบี่ชื่อเซียว อานุภาพล้วนเหนือกว่ากระบี่เล่มนี้ ดังนั้นสำหรับหลี่เต้าเสวียน กระบี่เล่มนี้จึงเหมือนกระดูกไก่
เขามองไปยังอี้เสี่ยวเจี่ยวที่ยืนทึ่มทื่ออยู่ตรงนั้น ราวกับแก่ลงไปหลายสิบปี กล่าวว่า “ตอนนี้เข้าใจแล้วสินะ ที่เรียกว่าชิกิงามิ ก็แค่วิถีเล็กน้อย ยืมพลังของอสูรมารมาบำเพ็ญเพียร สุดท้ายก็จะมีแต่ถูกอสูรมารล่อลวง”
ร่างของอี้เสี่ยวเจี่ยวสั่นสะท้าน ล้มลงกับพื้น แววตาเลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จนเกือบจะเสียสติ
“ไม่ ข้าได้รับวิชาจากเซียน คิดค้นวิถีชิกิงามิ สมควรจะได้เป็นปรมาจารย์แห่งยุค ก่อตั้งสำนัก ข้าจะแพ้ได้อย่างไร จะมาตายที่นี่ได้อย่างไร?”
เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำมูกน้ำตาไหลพราก ดูน่าสมเพชอย่างที่สุด
หลี่เต้าเสวียนส่ายหน้า รวบนิ้วเป็นกระบี่ เตรียมจะสังหารให้สิ้นซาก
ทันใดนั้นเอง ไอหมอกจางๆ ก็ลอยขึ้น ท้องฟ้าโปรยปรายด้วยสายฝนปรอยๆ เงาร่างอ้อนแอ้นถือร่มกระดาษน้ำมัน ค่อยๆ เดินมาจากที่ไกลๆ
ชุดแดงดั่งไฟ เยื้องย่างกลางสายฝน ท่วงท่าอ้อนแอ้นพลิ้วไหว ทุกกิริยามีเสน่ห์เย้ายวนที่ยากจะบรรยาย
อวี้เจี่ย?
หลี่เต้าเสวียนเหม่อลอยไปเล็กน้อย เขาเหมือนเห็นอวี้เจี่ยเดินนวยนาดมาท่ามกลางม่านฝน เส้นผมยาวสลวย ดวงตาดั่งคลื่นน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
ตั้งแต่สงครามชือโหยว อวี้เจี่ยก็กลับไปยังน่านน้ำเซียวเซียงเพื่อเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก เตรียมรับมือกับเคราะห์สวรรค์ที่อาจมาถึงได้ทุกเมื่อ แต่หลายปีมานี้ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และไม่เคยออกจากด่าน
“เจินจวินโปรดระงับโทสะ คนผู้นี้มีวาสนากับข้าน้อย ขอเจินจวินโปรดละเว้น ไว้ชีวิตเขาสักครั้ง ข้าน้อยยินยอมให้เจินจวิน... จัดการได้ตามสบาย”
น้ำเสียงอ่อนหวานยั่วยวนถึงขีดสุด เน้นเสียงหนักที่คำว่า 'ตามสบาย' เป็นพิเศษ ฟังแล้วกระดูกแทบละลาย
หลี่เต้าเสวียนได้สติ นางไม่ใช่อวี้เจี่ย อวี้เจี่ยไม่มีทางแต่งตัวโป๊ขนาดนี้ และน้ำเสียงก็จะไม่ร่านขนาดนี้
รอยประทับสีแดงชาดที่หว่างคิ้วของเขาเปิดออกเล็กน้อย เปล่งแสงเทพอันขาวนวล ส่องไปที่ร่างของนาง
หางขนาดใหญ่เก้าหางโบกสะบัดอยู่ด้านหลัง มองทะลุรากเหง้าความเป็นมาของนางได้ในทันที
“ชิงชิว, เก้าหาง, ที่แท้ก็เป็นเทพมารที่ฟื้นคืนชีพ”
หญิงสาวถูกเนตรสวรรค์จ้องมอง ขนลุกชันไปทั้งตัว ร่างกายเกร็งเขม็ง แต่กลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ยิ้มหวาน พลางเลิกชายกระโปรงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นต้นขาที่ไม่ได้สวมกางเกงชั้นใน ขาวเนียนละเอียด เรียวยาว
“ข้าน้อยมีชื่อทางโลกหล้าว่า อวี้เหนียง เคยเป็นจิ้งจอกเซียนใต้บังคับบัญชาของปี้เสียหยวนจวิน นับไปแล้ว ก็เหมือนกับเจินจวิน เป็นคนในลัทธิเต๋าเช่นกัน”
“อวี้เหนียงคารวะสหายพรต~”
พูดพลางนางก็ย่อตัวลง ทำความเคารพแบบว่านฝูต่อหลี่เต้าเสวียน แต่กลับก้มตัวลงต่ำมาก ภูเขาหิมะคู่หน้าอกตั้งตระหง่าน ร่องลึกสุดใจ
“ถุย จิ้งจอกสำส่อน!”
ฉางเล่อใบหน้าแดงระเรื่อ ถ่มน้ำลายด่า
...
(จบตอน)